วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์แผนชั่วของเสื้อแดง!!

-->





จากบทความที่บล้อคใหม่เมืองเอก ในบทความเรื่อง กรณีประท้วงเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ (มีคลิปข่าวประกอบบทความ)

อยากให้คุณผู้อ่านได้ย้อนไปอ่านบทความนั้น จะเข้าใจที่มาที่ไปและผลกระทบจากการเปิดประตูระบายน้ำดีขึ้น ซึ่งผมขอธิบายคร่าวๆว่า ตอนแรก กทม.เปิดประตูน้ำอยู่ที่80ซม. แล้วชาวลำลูกกาก็มาขอให้เปิดเป็น1.05เมตร ซึ่งกทม.ก็ยินยอมตามคำขอ ทำให้ชาวบ้านพอใจ เพราะระดับน้ำฝั่งลำลูกกาลดลงเรื่อยๆ

ต่อมามีนายตำรวจยศพันตำรวจตรีนายหนึ่งบุกพาชาวบ้านจำนวนหนึ่งไปเปิดประตูน้ำเพิ่มกลางดึกโดยพลการ เป็น1.5เมตร พอวันรุ่งขึ้นผู้ว่ากทม.ก็สั่งให้ลดลงเหลือ1.05เมตรเท่าเดิม แล้วที่สำคัญผู้ว่ากทม.ก็ยังไปเปิดประตูน้ำคลอง2 และประตูน้ำมีนบุรีเพิ่มขึ้นเป็นการทดแทน

แต่ณ.วันนี้ สุดท้ายก็ชี้ชัดแล้วว่า กรณีประตุูน้ำพระยาสุเรนทร์ คือเกมการเมืองที่รัฐบาลใช้พวกเสื้อแดงปทุม โดยมีแกนนำชาวบ้านที่ชือพ.ต.ต.เสงี่ยม มายุยงชาวลำลูกกาให้เอาเรื่องผู้ว่ากทม. ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ชาวลำลูกกาก็พอใจกับการเปิดที่1.05เมตรดีอยู่แล้ว

ซึ่งแกนนำชาวบ้านคือพ.ต.ต.เสงี่ยม สำราญรัตน์นั้น ผู้สื่อข่าวตามสืบพบว่านายตำรวจคนนี้ทำงานที่สำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ต.ต.เสงี่ยม แกนนำประท้วงอ้างว่ามาช่วยชาวลำลูกกาโดยไม่มีการเมืองเกี่ยวข้อง ปากมันบอกไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่พูดไปพูดมาสุดท้ายหางแดงโผล่!! ตาเสงี่ยมแกกล่าวหาว่า ผู้ว่ากทม.กักน้ำแกล้งพื้นที่ฐานเสียงพรรคเพื่อไทย!??

พอตาเหงี่ยมแกพาคนไปบุกเปิดประตูน้ำเพิ่มอีก1.5เมตรอีกเป็นครั้งที่2 ซึ่งไม่ทันข้ามวัน น้ำทางฝั่งใต้ประตูเพิ่มขึ้น จนทำให้ชาวสายไหมใต้ประตูน้ำก็เข้ามาโวยที่ชาวลำลูกกา(กลุ่มแดงถ่อยพามา) ว่าทำไมพวกคุณได้คืบจะเอาจะเอาศอก กทม.ก็ยอมเปิดที่1.05เมตรให้แล้ว กลับไม่พอใจ กลับมาเรียกร้องเพิ่ม!!

และเมื่อชาวบ้าน2ฝั่งเริ่มเกิดการเผชิญหน้า ภายหลังก็มีก็มีแกนนำเสื้อแดงปทุมตัวจริงชื่อนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ แกนนำคนเสื้อแดงจังหวัดปทุมธานีโผล่ออกมาตั้งเวทีปราศัยโจมตีผู้ว่ากทมฯอีก

พอถึงจุดนี้ชาวสายไหมที่อยู่ใต้ประตูก็ไม่อยากมีเรื่องกับพวกแดงถ่อย จึงต้องล่าถอยออกไปดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!! ตาเหงี่ยมแด๊กวาย(ข้างในเซี่ยงชุน) ขณะปฏิบัติงานป่วน!! ลองเปรียบเทียบกับลีลากระดกแบบเสื้อแดงคนข้างๆสิ



-------------------------

แกนนำแดงถ่อยที่ชื่อโกตี๋ มันเป็นใคร?

เรียนเชิญคุณผู้อ่านไปอ่าน บทความยอดนิยมของผมที่ชื่อ ข่าวนี้ต้องขยายให้เสื้อแดงอ่านเยอะๆ!! (คลิก)

แล้วคุณจะรู้จักความชั่วความเลวของไอ้โกตี๋มากขึ้น!!

-------------------------

แดงถ่อยให้ชาวบ้านถือพระบรมฉายาลักษณ์

ข่าว4ทุ่มที่ผ่านมา ผมได้ดูช่องสปริงนิวส์ ได้รายงานข่าวสถานการณ์ประตูน้ำพระยาสุเรนทร์เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ซึ่งในคลิปข่าว ผมเห็นในการชุมนุมมีชาวลำลูกกาหลายคนถือพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง!! 

งานนี้ไม่เกี่ยวกับพระองค์ท่าน แล้วไอ้พวกแดงถ่อยปทุมธานี มันไปให้ชาวบ้านนำรูปในหลวงมาถือทำไม?

แดงถ่อยอย่างโกตี๋ มันมีเจตนาอะไร?

--------------------------------

ดูคลิปข่าว3มิติ วันที่29พ.ย.54

ให้ดูช่วงที่ไอ้โกตี๋ แกนนำแดงถ่อยปทุม ให้สัมภาษณ์ แล้วให้สังเกตตอนมันบอกว่าน้ำลดลงศอกนึง ไอ้โกตี๋มันจะเอามือเกาที่คอ!!?

นี่คือภาษากายที่ อาจแปลว่า มันกำลังโกหกไม่เนียน!!




คุณผู้อ่านครับ ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ถ้าเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์มากเกินไป ผลกระทบจะไปหนักที่ย่านรามอินทราครับ

ถ้าไม่มีเกมการเมือง การเปิดประตูน้ำพระยาสุเรนทร์ที่1.05เมตร ก็ช่วยให้เขตลำลูกกาน้ำลดลงอยู่แล้ว แต่เพราะมีเกมการเมืองของพวกแดงถ่อย ที่ต้องการเล่นงานผู้ว่ากทม. เพื่อเบี่ยงประเด็นความผิดของศปภ. ที่บอกเอาอยู่ๆๆๆๆๆๆๆๆ จนประตูน้ำปทุมธานีแตกจมน้ำกันทั้งจังหวัด

พวกแดงถ่อยหวังใช้ชาวบ้านที่ลืมง่ายไปโทษว่าเป็นความผิดของผู้ว่ากทม.แทนครับ

---------------------

แผนชั่วของศปภ. ปล่อยข่าวทำลายแล้วพาแดงมาชวนทะเลาะ

ผมตามข่าวนี้มาตลอด ซึ่งข่าวเมื่อช่วงวันเสาร์ที่26พ.ย.54 ที่ผ่านมา ข่าว3มิติตอนแรกรายงานว่า ศปภ.มีคำสั่งขอให้กทม.เปิดประตูระบายน้ำเพิ่มตามที่ชาวบ้านร้องขอ  แต่ในข่าววันเดียวกันรายงานอีกว่า ชาวบ้านลำลูกกาที่เคยเรียกร้องให้เปิดจาก80ซม. เป็น1เมตรในตอนแรกนั้น กลับบอกไม่รู้เรื่อง!!

วันต่อมาพ.ต.ต.เสงี่ยม แกนนำชาวบ้านอีกกลุ่ม กลับนำมาใช้เป็นข้ออ้างว่า ศปภ.มีคำสั่งให้กทม. เปิดเพิ่มแล้ว ทำไมกทม.ขัดคำสั่งศปภ. พวกตนจึงบุกมาเปิดเพื่อรักษานิติรัฐ ถุย!!

ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ศปภ. ไม่ได้มีคำสั่ง เพียงแต่ขอความอนุเคราะห์ให้กทมเปิดเพิ่มในอีก2-3วันข้างหน้า แต่พอหนังสือขอความอนุเคราะห์ออกมาปุ๊บ ไอ้พวกแดงถ่อยกลับไม่ฟังความ รีบกล่าวหาว่ากทม.ไม่ยอมเปิดทันที (ก็มันเป็นแผนชั่วไง)

ทั้งๆที่ตามหนังสือของศปภ. บอกว่า ให้กทม.เปิดประตูน้ำตามความเหมาะสม แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้ กทม.เปิดเพิ่มขึ้นภายใน2-3วัน ซึ่งความจริงทางกทม.ก็มีความตั้งใจจะค่อยๆเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอยู่แล้ว ถ้าไม่มีเกมการเมืองมาป่วนเสียก่อน

ทั้งหมดนี้จึงเป็นเกมการเมืองหวังทำลายผู้ว่าฯกทม. ของพวกแดงถ่อยแน่ๆ เพื่อให้ผู้ว่าฯเป็นแพะ!!

หมายเหตุ ตอนนี้มีพวกเสื้อแดงแฝงเข้าไปในชุมชนต่างๆในกรุงเทพฯที่น้ำยังท่วมอยู่ ยุยงให้คนออกมาประท้วงผู้ว่ากทม. มากขึ้น 

-------------------------
v

v
ข่าวล่าสุด เมื่อบ่ายวันที่30พ.ย.54 ผู้ว่ากทม. ขอพบกันครึ่งทาง ขอเปิดที่1.30เมตร


คลิกอ่าน แผนอากงติดคุกของพวกล้มเจ้า & ภาวะไร้ผู้นำของปูนิ่ม


วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ประชา พรหมนอก ขอโง่เหมือนเสื้อแดง!!







ประชา พรหมนอก จนปัญญาต้องงัดเอาข้อมูลโง่ๆของเสื้อแดงสู้!!

และแล้วการอภิปรายไม่ใว้วางใจตาประชา พรหมนอก ก็ผ่านไปแล้ว ไม้ตายที่ตาประชางัดเอามาใช้สู้ สุดท้ายก็ไปเอาข้อมูลโง่ๆของพวกเสื้อแดงมาใช้ โดยโยนความผิดไปให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ ว่าใช้กลยุทธ ขงเบ้งกักน้ำทำลายข้าศึก

ตาประชา แกอุตส่าห์ยกย่องให้อภิสิทธิเป็นถึงขงเบ้งเชียวนะ แต่สงสัยตาประชาแกจะเป็น แม่ทัพลิโง่ แน่ๆ

พอนายอภิสิทธิ์ลุกขึ้นชี้แจงก็ได้สอนให้ตาเฉิ่มประชาหายโง่ ในเรื่องที่ตาประชาบอกว่า ปี52 ปี53 รัฐบาลอภิสิทธิ์บริหารน้ำได้ดี แล้วทำไมปี54ถึงกักน้ำ?

โดยนายอภิสิทธิ์ได้อธิบายว่าที่น้ำในเขื่อนในช่วงต้นปีถึงสิงหาคมปี52 และ53 น้อยกว่าปี54นั้น ไม่ได้เกิดจากการบริหารน้ำของรัฐบาลอภิสิทธิ์หรอก แต่มันเป็นเพราะ2ปีนั้นมันแล้งจัด น้ำก็เลยน้อยลงอย่างธรรมชาติ

แล้วที่ปี54มันหนัก เพราะพายุมันมาเร็ว และหลายลูก และที่ผิดปกติมากที่สุดคือเดือนสิงหาคมและกันยายนในสมัยของรัฐบาลสมองปูของตาเฉิ่มประชานั่นแหล่ะ หัดไปหาข้อมูลแวดล้อมซะบ้าง อย่าเอาแต่ดูกราฟแค่3ปีเท่านั้น

คุณผู้อ่านครับ ใครไม่เข้าใจว่า ตาเฉิ่มเอาข้อมูลโง่ๆของเสื้อแดงมาสู้ มันแสนโง่ตรงไหน ผมเรียนเชิญให้ไปอ่านบทความของผม ที่ชื่อ เรืองไกรไม่มีทางชนะ กรณีฟ้องรัฐบาลอภิสิทธิ์กักน้ำ คลิก!!

และถ้าคุณผู้อ่านมีเวลา ลองย้อนอ่านบทความแนะนำในบล็อคมุมมองใหม่เมืองเอก ที่ผมแนะนำไว้ จะเข้าใจว่า พวกเสื้อแดงและรัฐบาลสมองปูชั่วและโยนความผิดให้รัฐบาลที่แล้วอย่างไรบ้าง!!

------------------------

ตั้งศปภ.วันที่8ตุลาคม!! แต่ยิ่งลักษณ์เป็นนายกตั้งแต่8สิงหาคม!?

ตาเฉิ่มประชา บอกว่า ตอนที่ตั้งศปภ. น้ำได้ล้นเขื่อนแล้ว ตาประชาเลยบอกว่าตัวเองจึงไม่ผิด เพราะน้ำล้นเขื่อนก่อนมี ศปภ.

ทีนี้นายอภิสิทธิ์ เลยสอนมวยให้อดีตผบ.ตร.ได้หายโง่ ด้วยคำพูดที่ว่า "ถ้าอย่างนั้นต้องไปถามท่านนายกฯของท่านแล้วครับว่า ทำไมมาตั้งท่านตอนน้ำล้นเขื่อน ทำไมไม่ตั้งท่านเป็นประธานศปภ.ตั้งแต่น้ำยังไม่ล้น? จะได้จัดการพร่องน้ำแต่เนิ่นๆ"

เรียกเสียงฮากันทั้งสภาทั้งหน้าจอทีวี เพราะนี่ยิ่งตอกย้ำว่า รัฐบาลยิ่งเละได้บริหารจัดการน้ำที่ล่าช้า น้ำจ่อมาถึงกรุงเทพฯแล้วเพิ่งจะตั้งศปภ. เมื่อวันที่8ตุลาคม ไอ้ตอนน้ำอยู่ยังที่ทางเหนือ ทำไมไม่รีบตั้งศปภ.?

แล้วที่นนทบุรี ปทุมธานี ท่วมหนักขนาดนี้ เพราะศปภ.ไม่ได้คิดหาทางระบายน้ำก่อนหน้านั้นเลย เพราะมัวแต่เอาอยู่!! เอาอยู่!! ซึ่ง เอาอยู่!! จะเป็นประโยคทองแห่งปีนี้แหล่ะ นายอภิสิทธิ๋เขาว่าแบบนั้น

คุณผู้อ่านครับ ผมเขียนในหลายบทความมาก ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่เคยคิดหาทางระบายน้ำลงทะเลเลย จนน้ำทะลุเข้ากรุง นายอภิสิทธิ์ยังอภิปรายเลยว่า สมุทรปราการน้ำไม่ท่วม ทั้งๆที่เป็นทางฟลัดเวย์ นั่นเพราะมีการเมืองในพื้นที่เข้ามาแทรกแซงการบริหารจัดการน้ำ

ที่คันกั้นน้ำ ประตูน้ำในปทุมธานีและนนทบุรีแตก14แห่ง เพราะคิดแต่จะกั้น ไม่คิดระบาย จนคนนนทบุรีและปทุมธานีท่วมหนักเพราะคิดว่าเอาอยู่!! นี่แหล่ะ

เพราะการไม่บริหารจัดการระบายน้ำให้ถูกต้อง ปล่อยให้น้ำทะลุกรุง สร้างความแตกแยกให้คนกรุงเทพ และคนปริมณฑล นั่นเพราะการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของตาเฉิ่มประชานี่แหล่ะ

เพราะตาเฉิ่มประชา แกไม่เคยคิดอธิบายความ ไม่เคยสื่อสารให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจระบบการระบายน้ำ ว่าอาจมีบางพื้นที่ต้องท่วมนานกว่าที่อื่น ไม่เคยเข้าไปเยียวยาประชาชนที่อาจต้องเดือดร้อนนานกว่าที่อื่น ทำให้เกิดการชุมนุมรื้อคันกั้นน้ำมาตลอด

หรือนิคมอุตสาหกรรม เขาก็เชื่อตามที่รัฐบาลบอกว่าเอาอยู่!! เขาเลยเสียหายหนัก เพราะหลงเชื่อศปภ. นี่แหล่ะครับ

--------------------------

ตั้งสส.ทารุณ โหดสถุล จัดการบริหารของบริจาคเป็นการผิดกฏหมาย!!

คุณผู้อ่านครับ การบริหารจัดการเบิกจ่ายของบริจาคของประชาชน หรือแม้จะเป็นของบริจาคจากงบประมาณรัฐก็ตามนั้น ศปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานเฉพาะกิจของรัฐ ควรแต่งตั้งข้าราชการในหน่วยงานใดก็ได้ที่ศปภ.เห็นสมควรมากำกับดูแล ถึงจะถูกต้อง แต่นี่ดันไปแต่งตั้งสส.เพื่อไทยมาทำหน้าที่ มันผิดกฏหมายครับ

เพราะสส.จะมายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สินแบบนี้ไม่ได้ มันผิดกฏหมายครับ

การที่นำสส.มาดูแล มันจะเกิดการแบ่งแยกพรรคพวก เกิดการหาเสียงในสิ่งของ เกิดการเอาของมาเอาหน้า ทั้งๆที่ข้าราชการประจำมีมากมาย ให้มาทำหน้าที่จะเหมาะสมกว่า

แต่การที่ตาเฉิ่มประชา เอาสส.เพื่อไทยมาดูแลจัดการ ซึ่งมันไม่ใช่หน้าที่ของสส. เป็นการทำผิดกฏหมายชัดเจน

ถ้าจะให้เกิดความเป็นธรรม ต้องเรียกสส.จากทุกพรรคมารับของบริจาคที่ศปภ.ได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยให้ข้าราชการประจำเป็นคนเบิกจ่ายให้อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่แบบที่ไอ้สส.ทารุณ โหดสถุลมันกระทำ คือมันให้แต่สส.เพื่อไทยกับพวกเสื้อแดงเท่านั้น นี่แหล่ะคือ ความผิดปกติในการจัดการ ที่แบ่งพรรคแบ่งพวก เอาหน้ากัน

คุณบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ไปขอของบริจาคเพื่อไปช่วยแจก แต่ไอ้สส.โหดสถุล มันไม่ให้ เพราะคุณบิณฑ์ไม่ใช่พวกมัน ไม่ใช่เสื้อแดง เพราะไอ้โหดสถุล มันกั๊กของไว้ให้สส.เพื่อไทย และพวกเสื้อแดงไปแจกเอาหน้ากันครับ

การที่รมว.ยุติธรรมไม่รู้กฏหมาย นั่นคือความภูมิใจของคนเสื้อแดง!!

ใครไม่เข้าใจที่ผมอธิบายแง่กฏหมายตรงจุดนี้ ก็ฟังท่านผู้นำฝ่ายค้านกันเอาเองครับ



----------------------------

ชมอภิสิทธิ์ อภิปรายสรุปแบบเต็มๆ

ซึ่งผมคาดว่า การอภิปรายสรุปของนายอภิสิทธิ ต้องทำให้แดงแถ แดงเถือก แดงถ่อย แดงอันธพาล ต้องเกิดอาการคลั่งมากขึ้น เพราะพวกนี้ทนรับความจริงที่เป็นภัยต่อสมองปูไม่ได้แน่ๆ เพราะสันดานแดงต้องไม่ยอมรับความจริงที่ถูกต้อง เพราะมัวแต่คลั่งคำว่าเสียงส่วนใหญ่แบบโง่ๆ เท่านั้น 555!





คลิกอ่าน ภาวะไร้ผู้น้ำของปูนิ่ม & แผนอากงล้มเจ้า!!



วันอาทิตย์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ภาวะไร้ผู้นำของปูนิ่ม & แผนอากงล้มเจ้า!!






คำว่าผู้นำ หมายถึง คนที่เข้ามารับผิดชอบแก้ปัญหาบ้านเมือง เมื่อบ้านเมืองมีปัญหา ผู้นำต้องคิดหาทางแก้ไข

แต่ประเทศไทยเรามีแต่ผู้นำที่มุ่งจะรับแต่ความชอบ แต่ไม่คิดรับความผิด? แล้วคุณจะมาอาสามาเป็นผู้นำทำแม้วทำไมวะ?

คำว่ารับผิดชอบ แปลง่ายๆว่า ต้องพร้อมที่รับทั้งผิดและชอบ ไม่ใช่รับแต่ชอบ แล้วมุ่งแต่โยนความผิดให้แพะ!!

ถ้าแก้ปัญหาได้ ก็รับความชอบไป แต่ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ก็รับความผิดไป นี่แหล่ะถึงจะเรียกว่า ภาวะผู้นำ

คุณปูนิ่ม แก้ปัญหาน้ำท่วมผิดพลาด ก็แก้ตัวน้ำขุ่นๆว่า น้ำมันท่วมหนักมาก่อนอิชั้นจะมาเป็นรัฐบาลแล้วฮ่ะ อ้าว!! ในเมื่อคุณปูนิ่มรู้ว่าน้ำมันท่วมหนักอยู่ก่อนแล้ว แล้วทำไมเวลาเข้ามาเป็นรัฐบาลกลับแก้ปัญหาน้ำท่วมช้ากว่าปัญหาพี่ชาย?

ทำไมเห็นนโยบายแม้วนิยม สำคัญกว่าเร่งสูบน้ำล่ะครับ?

ถ้าคิดว่าน้ำท่วมหนักอยู่แล้ว ถ้าคุณปูนิ่มคิดว่าจะแก้ปัญหาไม่ได้ ก็อย่าอาสาเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีสิครับ?

ให้คนอื่นที่เขาพร้อมกว่าเข้ามาทำสิ

ปูนิ่ม "ไม่ได้ฮ่ะ พี่แม้วสั่งมาให้ปูเป็นนายก ปูก็ต้องมาเป็นฮ่ะ เพราะพี่แม้วเป็นเหมือนโคตรพ่อโคตรแม่ของปูเลยฮ่ะ"

----------------

ตาเฉิ่ม ประชา พรหมนอก

ตาเฉิ่มคนนี้ก็อีกคน พูดมาได้ว่า ศปภ.ที่มีตาเฉิ่มประชาเป็นประธานนั้น ไม่ได้ทำงานผิดพลาด!!

ผู้สื่อข่าวถามว่า การทำงานของ ศปภ.ไม่สามารถจัดการปัญหาความขัดแย้งของประชาชนได้ พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า เราได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด ต่อข้อถามว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแยก คปอ.ระบุว่า ศปภ.บริหารงานผิดพลาดล้มเหลว พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ศปภ.ไม่ได้ทำงานผิดพลาดล้มเหลว ขอให้ประชาชนทุกคนฟังการอภิปรายในสภาฯ ในวันอาทิตย์ที่ 27 พ.ย.ว่าใครเป็นฝ่ายผิดฝ่ายถูก

โถๆๆ ท่านประชาครับ พูดออกมาได้ว่า ศปภ. ไม่เคยผิดพลาด สงสัยท่านประชาคงมัวอยู่แต่ในกะลาศปภ.เท่านั้น เลยไม่เคยได้ยินประชาชนเขาด่าท่านว่าอะไร?

เป็นรมว.ยุติธรรม ดันมาเป็นประธานศปภ. ทั้งๆที่คนที่ควรเป็นประธานศปภ.ที่สุด คือรมว.มหาดไทย เพราะผู้ว่าราชการทุกจังหวัดขึ้นตรงกับมหาดไทยแท้ๆ

แบบนี้เขาเรียกว่า ปูใช้ควายไม่ถูกงาน แทนที่จะให้ควายไถนา ดันให้ควายไปวิดน้ำ!!

------------------------

เป็นผู้นำที่ดีต้องสื่อสารรู้เรื่อง

สิ่งสำคัญที่สุดของผู้นำประเทศอย่างหนึ่งก็คือ ต้องสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ รู้เรื่อง อย่างง่ายๆ

ถ้าผู้นำยังพูดไม่รู้เรื่อง แล้วจะให้ประชาชนเข้าใจได้อย่างไร จะพึ่งพิงผู้นำได้อย่างไร?

ปัญหาของวิกฤติของชาติคราวนี้ ส่วนหนึ่งซึ่งสำคัญก็คือ ประเทศไทยเรามีผู้นำประเทศที่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

แล้วที่เราได้ผู้นำแบบนี้ มันเป็นความผิดที่ใคร?

คำตอบคือ ไอ้หน้าเหลี่ยมแม้วมอนเตรไงครับ

แทนที่จะส่งคนฉลาดๆมาเป็นผู้นำประเทศ ดันส่งปูโง่มาเป็นผู้นำให้ควายเลือก

ถาม ทำไมแม้วมันไม่ส่งคนฉลาดมาเป็นผู้นำประเทศ?

แม้วตอบ "เพราะคนฉลาด จะเป็นหุ่นเชิดให้ผมไม่ได้น่ะสิ หรือได้แต่ก็ไม่ดี ฉะนั้นหุ่นเชิดที่ดีต้องไม่มีสมอง ถึงเหมาะที่จะเป็นหุ่นเชิด(puppet) ที่สุด น้องสาวในไส้ผมนี่แหล่ะเหมาะสุดๆ เพราะถ้าผมอยู่ไม่เป็นสุข ใครก็อย่าหวังว่าจะได้อยู่เป็นสุข"

Yingluck to be Thaksin's puppet, not clone

---------------------------

แผนอากงของพวกล้มเจ้า

คุณผู้อ่านคงได้รับรู้ข่าว ศาลพิพากษาจำคุกอากง ที่ส่งsmsข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไปให้เลขาส่วนตัวของคุณอภิสิทธิ์แล้ว ว่าโดนจำคุกไป20ปี!!

คุณผู้อ่านครับ ผมมั่นใจว่า การที่จำคุกอากงมากถึง20ปี คือแผนชั่วของพวกล้มเจ้าแน่ๆ นั่นก็เพื่อให้สังคมรู้สึกว่า ทำไมมาตรา112โหดถึงกับลงโทษคนแก่หนักขนาดนี้

ทั้งๆที่ความจริงแล้ว อากงส่งแค่smsเผยแพร่ไปให้คนๆเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่เหมือนไอ้พวกแดงถ่อยล้มเจ้า แม่งทำเว็บหมิ่นนับร้อยเว็บ ตัดต่อรูป แถมด่าและดูหมิ่นสถาบันกษัตริย์เผยแพร่ไปทั่วโลก

คนแก่ที่แค่ส่งsms ไปให้คนๆเดียวโดนตัดสินจำคุกตั้ง20ปี ในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่โดนครหาว่าส่งเสริมไอ้พวกล้มเจ้า (ทั้งๆที่ถ้าจำคุกแค่เดือนเดียว แกก็เข็ดจนตายแล้ว)

แต่คนที่มันทำเว็บหมิ่นสถาบันเผยแพร่ไปทั้งโลก กลับเดินอยู่เคียงข้างรมว.ICTได้อย่างสบายใจเฉิบ (ICT= I care Thaksin)

ฉะนั้นจึงมั่นใจได้ว่าทั้งหมดมันเป็นแผนให้ร้ายมาตรา112ของพวกล้มเจ้าแน่ๆ ไม่เป็นอย่างอื่นได้เลย ชูอีปัว!!

อากงแกเป็นเหยื่อเป็นแพะบูชายัญ เพื่อให้ไอ้พวกล้มเจ้าเอาไปใช้ประโยชน์ในทางชั่วมากขึ้นแท้ๆ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!


ตัวอย่างภาวะผู้นำของนายกรัฐมนตรีจีน กำลังก้มหัวขอโทษประชาชนจากอุบัติเหตุรถไฟฟ้าทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทั้งๆที่ความผิดครั้งนี้ ก็ไม่ได้เกิดจากท่านโดยตรง เพราะประเทศจีนแสนกว้างใหญ่ไกลเกินความรับผิดชอบของท่าน แต่เมื่อท่านเป็นผู้นำประเทศก็แสดงความรับผิดชอบ!!





คลิกอ่าน วิเคราะห์จดหมายจากดูไบ กรณีพระราชทานอภัยโทษ

-->

วันพุธที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ด.ญ.ปู ตะลุยคำถามอัจริยะข้ามคัน!!







 
   คำถาม นโยบายประชานิยมคืออะไร?

   ด.ญ.ปู หนูตอบได้ค่ะ บ้านคันแรก รถหลังแรกค่ะ http://bit.ly/weucKe





สร้างสรรค์ความฮาโดย akecity



คลิกอ่าน ข้อบกพร่องพ.ร.ฎ.อภัยโทษปี53 ของรัฐบาลอภิสิทธิ์




วันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ข้อบกพร่องของรัฐบาลอภิสิทธิ์ในเรื่องพ.ร.ฎอภัยโทษปี53








มรู้ว่าคุณผู้อ่านของผมจำนวนมาก เป็นแฟนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งผมก็ไม่สนครับ

เพราะถ้าผมเห็นว่าสิ่งใดปชป.ทำถูกแล้วพวกควายแดงมาใส่ร้าย ผมจะช่วยแก้ต่างให้ แต่ถ้าสิ่งใดปชป.ทำไม่ดี ผมต้องติ เพราะผมคือakecity

ผมไม่ยึดติดพรรคใด นักการเมืองคนใด ฉะนั้น ผมจึงภูมิใจในตัวเองในจุดนี้มากๆ ทำให้ผมไม่เอนเอียง

และจากบทความที่แล้ว ที่ผมบอกว่า จะมาชี้ว่า พ.ร.ฎ.ปี2553 ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีจุดบกพร่องตรงไหน? วันนี้ผมจะมาเฉลย

ก่อนอื่นเราต้องมาดูพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษของปี2549ในมาตรา6 ข้อ2 (ง) กันก่อน

(ง) เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่า 60 ปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรหรือทะเบียนรายตัวของเรือนจำ ในกรณีไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ต้องได้รับโทษจำคุกมาแล้วถึงวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับไม่น้อยกว่าห้าปี หรือไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของโทษตามกำหนดโทษ

ทีนี้เรามาดูการแก้ไขพ.ร.ฎ.อภัยโทษปี2553 ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ ในมาตรา6 ข้อ2(ง) เช่นกัน แต่ถูกรัฐบาลอภิสิทธิ์แก้ไข!!?

(ง) เป็นคนมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบปีบริบูรณ์ในวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ตามที่ปรากฏในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎรหรือทะเบียนรายตัว ของเรือนจำในกรณีไม่มีชื่อ อยู่ในทะเบียนบ้าน และไม่ว่าในกรณีความผิดคดีเดียวหรือหลายคดี ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกินสามปี นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ หรือเป็นคนมีอายุตั้งแต่เจ็ดสิบปีขึ้นไป

-------------------------

คุณผู้อ่านเห็นความต่างมั้ยครับ?

ผมจะชี้ชัดให้เข้าใจ นั่นคือ พ.ร.ฎ.อภัยโทษของปี2549 ในมาตรา6 ข้อ2 (ง) ได้ระบุว่า อย่างน้อยนักโทษที่มีอายุเกิน60 ปี ที่จะเข้าข่ายขอพระราชทานอภัยโทษได้ ต้องได้รับโทษไปแล้วอย่างน้อย 1ใน3ของโทษตามกำหนดโทษ

แต่!! พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ของปี2553 ในมาตรา6 ข้อ2 (ง) ของรัฐบาลอภิสิทธิ์ กลับไปแก้ไขว่า นักโทษที่มีอายุ60ปีขึ้นไป ต้องเหลือโทษจำคุกไม่เกิน3ปี ก็สามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้แล้ว

นั่นแปลว่า ปี49 นักโทษอายุ60ปี ต้องติดคุก1ใน3 ก่อน

แต่ปี53 จะติดคุกไปแล้วกี่วันก็ได้ แต่โทษต้องเหลือไม่เกิน3ปี ก็ขอพระราชทานอภัยโทษได้แล้ว

นี่คือความแตกต่าง!!

----------------------

ถ้าเปรียบเป็นกรณีคดีทักษิณ

ทักษิณโดนต้องโทษจำคุก2ปีเท่านั้น ถ้ายึดตามพ.ร.ฎ.อภัยโทษปี53 ของรัฐบาลอภิสิทธ์ ทักษิณก็แค่ยอมติดคุก1วัน หรือไม่กี่ชั่วโมงก็ได้ ก็สามารถยื่นขอพระราชทานอภัยโทษได้ทันที

แบบนี้เท่ากับรัฐบาลอภิสิทธิ์ไปแก้ไขกฏหมาย เปิดช่องให้ทักษิณติดคุกไม่กี่ชั่วโมงก็ออกจากคุกได้ทันทีครับ

แต่ถ้ารัฐบาลอภิสิทธิ์ไม่แก้ไข อย่างน้อยทักษิณต้องติดคุก1ใน3ก่อน หรือต้องติดคุก8เดือน ถึงจะมีสิทธิขอรับพระราชทานอภัยโทษได้!!

ผมถึงได้สงสัยนักว่า รัฐบาลอภิสิทธ์ไปแก้ไขมันทำไม? ให้ติดคุกอย่างน้อย1ใน3ของโทษ ในพ.ร.ฎ.ปี49 แบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว

-----------------------

เพื่อไทยย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์

พอเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาลปุ๊บ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ย้ายอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนเก่าทันที แล้วตั้งอธิบดีกรมราชทัณฑ์คนใหม่คือพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ในสายเพื่อไทยมารับตำแหน่งแทน เพื่อจะได้ชงเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษให้ทักษิณอย่างด่วนที่สุด!!

และสามารถใช้อธิบดีราชทัณฑ์คนใหม่ จัดเตรียมคุกหรูไว้รอทักษิณเข้ามาแวะพักชั่วคราว ก่อนได้รับพระราชทานอภัยโทษปล่อยตัวออกมา ตามพ.ร.ฎ.อภัยโทษฉบับ53ของพรรคประชาธิปัตย์ที่แก้ไขไว้

(พ.ต.อ. สุชาติ เป็นใคร มาจากไหน จึงได้เป็น อธีบดีกรมราชทัณฑ์ มีคำตอบในตัวชัดเจน เพราะมีผลงานชิ้นโบว์แดง สั่งไม่ฟ้อง อดีตนายกฯทักษิณ กับ คุณหญิง พจมาน ณ ป้อมเพชร คดีปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น บริษัทเอสซี แอสเสท ในห้วงที่เป็นรองอธิบดีดีเอสไอ และรับผิดชอบสำนวนคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ จากเงินบริจาค 258 ล้านบาท เจ้าของเทปลับ เป็นพยานปากเอกของ กกต. และถูกเด้งเข้ากรุเป็นผู้ตรวจกระทรวงไอซีที ในรัฐบาลประชาธิปัตย์ -ข้อมูลจากนายตะเกียง โอเคเนชั่น)

ถึงบางอ้อมั้ยครับ คุณผู้อ่าน!!

-------------------------

ทีนี้ เป็ดเหลิม ประชุมอะไรในวันนั้น

ข่าวลือออกมาว่า เป็ดเหลิมอาจจะแก้ไขพ.ร.ฎ.อภัยโทษ54 ใหม่ โดยยังยึดกฎหมายเดิมในปี 2553 ที่พรรคปชป. เคยแก้ไขเอาไว้ ในเรื่องการต้องรับโทษมาก่อนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก

โดยเพื่อไทยอาจตัดบัญชีลักษณะความผิดแนบท้าย ในข้อ(๘) ในเรื่องความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่และทุจริตต่อหน้าที่ตามกฏหมายอื่น

ฉะนั้น แค่ตัดประเด็นนี้ออกไปได้เท่านั้น ทักษิณก็จะขอรับพระราชทานอภัยโทษได้เลย โดยที่ยังไม่เคยติดคุกก็ได้

แต่สุดท้าย ก็ไม่ได้ลักษณะความผิดแนบท้ายข้อ 8 ออกไป

แต่ถ้าไม่ตัดข้อนี้ออก ทักษิณก็อาจรอดเรื่องทุจริตต่อหน้าที่ได้ อันนี้ขึ้นอยู่กับการตีความของผู้มีอำนาจในการยื่นเรื่อง

ซึ่งถ้าพ.ร.ฎ.อภัยโทษปี 54 ยังยึดตามพ.ร.ฎ.อภัยโทษปี53 ของพรรคประชาธิปัตย์เหมือนเดิม 

ทักษิณก็อาจติดคุกสักชั่วโมงเดียว แล้วขอพระราชทานอภัยโทษได้ทันที 

---------------

ขำขัน

ถาม ทักษิณหนีคุก ไม่เข้าข่ายไม่ใช่เหรอ?

พ่อไอ้ปิื๊ดตอบ
ว่า เขาไม่ได้หนี แค่ยังไม่ได้กลับมาเท่านั้น

ถาม ทักษิณถือเป็นนักโทษชั้นดีหรือไม่?

พ่อไอ้ปิี๊ดตอบ
ว่า แน่นอน ต้องชั้นดีอยู่แล้ว ติดคุกวันเดียวก็เป็นนักโทษชั้นดีได้ทันที เพราะเคยทำคุณความดีต่อชาติบ้านเมือง เป็นถึงอดีตนายก ย่อมได้รับความเมตตาเป็นนักโทษชั้นดีแน่นอน ใครจะทำไม?

ถาม คดีที่ดินรัชดา ถือว่าทุจริตหรือไม่?

พ่อไอ้ปื๊ดตอบ ไม่ใช่ทุจริต เพราะเขาไม่ได้ไปโกงใคร แค่เผลอเซ็นชื่อให้เมียไปประมูลซื้อที่ดิน โดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์เท่านั้น


--------------------------

แต่กรณีทักษิณ ไม่ใช่ได้รับการอภัยโทษโดยอัตโนมัติตามพ.ร.ฎ.อภัยโทษทันที แต่เป็นการมาติดคุกตามกำหนดกฎหมายก่อน แล้วทำเรื่องขอพระราชทานอภัยโทษครับ นี่แหละคือที่ว่าเอื้อทักษิณ

แถมต่อไปถ้าคนอายุ 70 ปี มีโรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน แล้วไปฆ่าคน พอดดนจับ ก็ทำเรื่องขอออกจากคุกได้เลย อ้างป่วยเรื้อรัง จริงมะ กฎหมายมันห่วยจริง ๆ พรรคไหนวะ เสือกออกกฎหมายนี้

หลังจากที่ ปชป. ได้ออกกฎหมายนี้ในปี 2553 แล้ว พ.ร.ฎ.ต่อมาในปี 54 และ 55 ยังยึดหลักเดิมไม่เปลี่ยนแปลง




คลิกอ่าน วิเคราะห์จดหมายจากดูไบของไอ้เหลี่ยม



วันจันทร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิเคราะห์จดหมายทักษิณเรื่องอภัยโทษ?






คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

"ปูไม่รู้ค่ะ ปูมัวแต่ไถนาที่สระบุรี(สิงห์บุรี) ปูไม่รู้ว่าครม.ขี้ข้ามันประชุมลับเรื่องอะไรค่ะ"

คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ = ครม.ขี้ข้าทักษิณนั่นเอง ทำไมผมถึงว่าเช่นนั้น?

ก็พวกเสื้อแดงมักอ้างเสมอเรื่องประชาธิปไตยคือเสียงข้างมาก ผมเลยขอถามหน่อยว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยมันไม่มีคนเก่ง คนฉลาด กว่าคุณปูนิ่มแล้วเหรอ? ถึงต้องไปเอาคุณปูนิ่มมาเป็นนายก?  เพราะที่คุณปูนิ่มได้เป็นนายก แท้จริงมันเกิดจากธนาธิปไตยของเจ้าของพรรค หรือทักษิณาธิปไตย หรือแม้วธิปไตยต่างหาก!!

ซึ่งแปลว่า ถ้าแม้วมันอยากให้ใครเป็นนายกก็ต้องได้เป็น บรรดาขี้ข้าทั้งหลายในพรรคเพื่อไทยมีหน้าที่ยกมือสนับสนุนเท่านั้น แต่ไม่มีสิทธิใช้สมองคัดค้าน

เพราะพรรคเพื่อแม้ว มีแม้วเป็นนายจ้าง พวกขี้ข้าไพร่ทาสบริวารไม่มีสิทธิปฏิเสธคำสั่งแม้วจริงมั้ย?

เชื่อมะ? ต่อให้ทักษิณมันอยากจะเลือกคนขับรถ คนสวนของบ้านจันส่องตูดให้มาเป็นนายกฯ เชื่อมั้ยพวกควายแดงมันก็จะยอมรับนายกคนสวน นายกคนขับรถได้เสมอ เพราะประชาธิปไตยของพวกควายแดงก็คือ ใครก็ได้ที่ทักษิณส่งมาให้เป็นนายก ควายแดงพร้อมจะเชื่องเสมอ!!

---------------------------------------

เก่งจังเยย!! ยิ่งลักษณ์คุยกับโอบาม่า รู้เรื่องด้วย!!

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

รูปนี้ผมนำมาจากพวกเสื้อแดง

แค่เห็นรูปว่ายิ่งเละได้คุยทักทายกับโอบาม่า พวกควายแดงต่างตีเขายกหางดีอกดีใจราวกับ คุณปูนิ่มสำเร็จปริญญาเอกด้านภาษาศาสตร์ เห็นพวกแดงมันกระดี๊กระด๊าว่า ไหนใครหน้าไหนกล่าวหาว่า ปูนิ่มพูดภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่อง? ดูจากรูปถ่ายสิ ท่าทางโอบาม่าจะคุยกับปูรู้เรื่องอยู่ชัดๆ

คุณผู้อ่านครับ คือจนถึงวันนี้พวกแดงเถือก มันก็ยังไม่เข้าใจความหมายของคำว่า การเจรจาอย่างเป็นทางการ กับ พูดคุยทักทายกันสัพเพเหระส่วนตัว ต่างกันอย่างไร?

ทีนี้พอผมเข้าไปเหน็บพวกแดงทำนองนี้ในเว็บสนุก พวกแดงในเว็บสนุก ได้ถามผมว่า

คุณเอกนี่เชี่ยวชาญทุกอย่างเลยนะครับ ถามหน่อยเคยเจรจากะต่างชาติมาบ้างหรือเปล่า? ไม่ต้องทางการทูตหรอกนะครับ แค่เจรจาค้าขายธรรมดาๆ ก็ได้

ผมเลยตอบกลับไปว่า

ผมไม่เก่งหรอกครับ เพราะผมรู้ตัวว่าไม่เก่ง ผมจะไม่เสนอหน้าไปเป็นตัวแทนประเทศชาติหรอกครับ

ผมขอยืมคำอธิบายของดีเจจั๊ดมาใช้นะครับ เพราะคุณจั๊ดเขาเคยพูดว่า

“ผมเป็นนายกฯ ไม่ได้ ผมไม่เก่งพอ การเป็นนายกฯ ที่ต้องมีภาระหน้าที่เยอะเหลือเกิน ผมว่าเป็นตำแหน่งที่ทรมานและลำบาก สำหรับใครก็ตามที่ยังไม่พร้อมที่จะขึ้นมาเป็น ทุกคนมีหน้าที่ที่แตกต่างกัน ไม่ใช่ว่าใครก็ตามที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล พูดเก่ง เขียนเก่ง วิจารณ์เก่งต้องมาเป็นนายกฯ เดินไปที่ไหนก็มีแต่คนวิพากษ์วิจารณ์ ศปภ. ไม่ต้องมีนายกฯ กัน 38 ล้านคนหรือครับ เราต้องย้อนไปดูหน้าที่พลเมืองที่ดี เรามีความสามารถอะไร แล้วความสามารถนั้นจะทำให้ประเทศชาติดีได้อย่างไร”

------------------------

เป็ดเหลิมฉี่ขัด

พ.ร.ฎ.อภัยโทษ ที่เป็ดเหลิมนั่งเป็นประธานการประชุมครม.ขี้ข้าแม้ว เพราะเหลิมเคยย้ำในการหาเสียงเสมอว่า เป็ดจะขอนำพ่อแม้วของเป็ดกลับบ้าน

ส่วนนายกคนสวยแต่โง่แกล้งทำเป็นไม่สนใจเรื่องอภัยโทษให้พี่ชาย เพราะเรื่องอภัยโทษพี่ชายปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกขี้ข้าไป เพราะเดี๋ยวปูจะแปดเปื้อน เพราะปูเคยพูดว่า ปูเน้นปรองดอง ปูไม่ได้เข้ามาเพื่อช่วยใครคนใดคนหนึ่ง ฉะนั้นปูเลยขอไถนาเอาหน้ารอด แกล้งกลับมาไม่ทันประชุมครม.ขี้ข้าซะงั้น

แล้วปูก็สะตอต่อหน้านางฮิลลารี่ว่า ปูไม่ได้เข้าประชุม เลยไม่รู้ว่าเขาประชุมเรื่องอะไรกัน

โถๆ ปูนิ่มเอ๋ยเธอคงคิดสิว่า ฮิลลารี่คงกินหญ้าเหมือนพวกควายแดง แค่บอกว่าปูไม่รู้เท่านั้น แล้วฮิลลารีจะเชื่อโดยง่าย

ผมเชื่อว่า ฮิลลารี่เธอคงคิดในใจ ยูเป็นนายกภาษาแม้วอะไรวะ ครม.ของยูประชุมเรื่องอะไร ยูบอกไม่รู้เพราะไม่ได้เข้าประชุมได้ง่ายๆ ยูเอาไว้หลอกเรดบัฟฟาโร่ที่เลือกยูเถิด อย่ามาตอแหลต่อหน้าไออย่างหน้าด้านๆเลย

ทีนี้พอมีกระแสต่อต้านหนักเข้า เป็ดเหลิมคนที่นั่งเป็นประธานการประชุม ดันไม่ออกมาแถลงเองว่า สุดท้ายแม้วไม่เข้าข่าย ปล่อยให้ตาเฉิ่ม ประชา พรหมนอกออกมาแถลงข่าวปิดท้ายเอง

แบบนี้เขาเรียกว่า เหลิมฉี่ไม่สุด!! กระจอกว่ะเป็ดเหลิม แน่จริงก็ต้องช่วยแม้วให้สำเร็จสิวะ ไม่แน่นี่หว่าเป็ดกิ๊วๆ ไหนๆก็เบ่งฉี่แล้ว แต่ดันฉี่ไม่สุด

เวลาฉี่แล้ว ไม่สามารถฉี่ให้สุดได้ มันทุกข์ยังไง เป็ดเหลิมก็รับไปเต็มๆ สมน้ำหน้า!!

--------------------------------

(แผน1)ไอ้เหลี่ยมถือโอกาสทำตัวเป็นฮีโร่ของหมู่ควาย 

จดหมายจากดูไบ คลิกที่รูปเพื่อขยาย


พี่น้องไทยที่เคารพรัก

เนื่องด้วยขณะนี้บ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤตจากปัญหาน้ำท่วม ผมเป็นห่วงและต้องการให้ประเทศและพี่น้องประชาชนผ่านพ้นวิกฤตโดยเร็ว ซึ่งต้องการความสามัคคีปรองดองภายในชาติ จึงจะร่วมกันฟันฝ่าภัยธรรมชาติในครั้งนี้ได้ ผมขอสนับสนุนทุกมาตรการที่จะนำไปสู่ความปรองดองในชาติและไม่อยากเห็นความพยายามใดๆที่จะทำให้บรรยากาศนี้เสียหาย และผมพร้อมที่จะเสียสละความสุขส่วนตัวทั้งๆที่ผมไม่ได้รับความเป็นธรรมมากว่า 5 ปีแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนผมจะอดทน

จากการเสนอพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษประจำปี ซึ่งปีนี้เป็นปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงพระเจริญพระชนมายุครบ 84 ปี จึงมีข่าวว่า อาจจะมีผมรวมอยู่ด้วย ผมมั่นใจในหลักการที่ว่ารัฐบาลจะไม่ทำการใดๆที่ให้ประโยชน์แก่ผมหรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ยิ่งไปกว่านั้นการกระทำใดๆในช่วงนี้ ต้องเป็นไปเพื่อนำประเทศสู่ความปรองดองและฝ่าฟันวิกฤตจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมใหญ่เท่านั้น

อีกทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงพระประชวรอยู่ เราต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงหนักพระราชหฤทัยเป็นอันขาด กระผมก็มั่นใจว่า ท่านนายกฯของเรามีแนวคิดและความตั้งใจเช่นเดียวกันกับผม

สำหรับพี่น้องที่สนับสนุนผม ห่วงใยผม ก็ขออย่าได้ผิดหวังเพราะเมื่อแสงแห่งธรรมปรากฎ ทุกอย่างจะจบเอง เพราะบ้านเมืองจะอยู่ในภาวะขัดแย้ง อย่างนี้ตลอดไปไม่ได้

ท้ายนี้ ผมขอเรียกร้องทุกฝ่ายที่รักชาติบ้านเมืองจริง ต้องรู้จักคำว่า "FORGIVE AND FORGET"คือรู้จักให้อภัยซึ่งกันและกัน ลืมเรื่องเก่าๆ เข้าสู่มิติใหม่ของวันพรุ่งนี้เพื่อบ้านเมืองและลูกหลานเราครับ

ด้วยความเคารพรักและคิดถึง

ทักษิณ ชินวัตร


--------------------

แหลเก่งทั้งพี่เหลี่ยมทั้งน้องปูจริงๆ

ทักษิณมันรู้ครับว่า มันยังมีคดีติดตัวอีกหลายคดี สมมุติว่าถ้ามันได้พระราชทานอภัยโทษคดีที่ดินรัชดาจริงๆ มันก็ต้องติดคุกอยู่ดี เพราะมันหนีคดีที่ไม่ยังไม่สิ้นสุดอีกหลายคดีที่เขายกออกนอกสารบบชั่วคราว เพราะจำเลยไม่ได้อยู่ในแผ่นดินไทย

ถ้ามันกลับมาติดคุก1วันเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษได้ แต่มันก็อาจจะเจอคำสั่งอายัดตัวไว้ อาจโดนห้ามประกัน เพราะจำเลยเคยมีพฤติกรรมหลบหนีคดีมาก่อน มันก็ต้องนอนคุกรอคดีอื่นๆต่อไปอีก

และถึงแม้ศาลจะยอมให้ประกัน ก็ต้องดำเนินเรื่องหลายวัน ในหลายคดีๆ

คนเลวและขี้ฉ้ออย่างทักษิณ มันไม่มีทางยอมนอนคุกหลายวันเพื่อรอเรื่องหรอก เพราะสันดานมันจมไม่ลงไปแล้ว ติดหรู ติดฟุ้งเฟ้อ

ฉะนั้น มันเลยถือโอกาสทำเป็นส่งจดหมายเพื่อแสดงความเป็นฮีโร่ ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อควายปรองดอง ทำเป็นอ้างไม่อยากให้ในหลวงทรงหนักพระราชหฤทัย

ถุย!! โกหกหน้าด้านๆจริง พฤติกรรมเสื้อแดงถ่อย แดงล้มเจ้าที่ผ่านๆมา มึงก็ยังปล่อยให้คงอยู่ แดงถ่อยอ้างพร้อมแลกเลือดกับกลุ่มที่ต่อต้านพระราชทานอภัยโทษให้มึง ฉะนั้นอย่ามาอ้างปรองดองเลยว่ะ ไอ้แม้วเอ๋ย

--------------------

ปล. อย่าเชื่อคำพูดนักโทษหนีคุก (แผน2ตลบหลัง!!)

วันนี้ทักษิณมันอาจบอกว่า อย่าช่วยมัน แต่ถ้าจู่ๆ พ.ร.ฎเกิดมีชื่อมันด้วย แถมแอบแก้ว่านักโทษไม่จำเป็นไม่ต้องอยู่ในคุกก็ได้ขึ้นมา เท่ากับมันก็รอดไป1คดีโดยไม่ต้องกลับมาเหยียบแผ่นดิน (แต่ประเด็นนี้เสี่ยงนองเลือดเกินไป)

สมมุติถ้าเป็นเช่นนั้น ทักษิณมันก็จะทำฟอร์มมามอบตัวในคดีที่เหลือ แล้วพี่เมียของมันก็ชงเรื่องว่า จำเลยแสดงสปิริตมามอบตัวเอง พี่เมียก็จะรีบชงเรื่องให้ศาลให้ประกันตัวได้ทันที

ฉะนั้น กลุ่มผู้ต่อต้านพ.ร.ฎ.อภัยโทษทักษิณ อย่าหลวมตัวหลงเชื่อพวกเลวนี้โดยง่าย ระวังมันจะแอบยัดไส้แก้พ.ร.ฎ. จนตั้งตัวไม่ทัน

(แฟนๆพรรคปชป.อยากรู้มั้ย? พรรคปชป.บกพร่องในเรื่องพ.ร.ฎ.53ตรงจุดไหน? ที่ทำให้พรรคเพื่อไทยอาจใช้สวมตอช่วยทักษิณได้ ไว้รอติดตามบทความต่อไป แต่แฟนปชป.โปรดเตรียมใจยอมรับความจริงแล้วกัน)



คลิกอ่าน เสื้อแดงเสร่อ รีบดึงอาจารย์ศศินเป็นพวก!!

-->

วันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชาญวิทย์ตีความคำวิจารณ์ของดร.สมเกียรติไม่แตก







เมื่อไม่กี่วันก่อน ดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล ได้วิจารณ์การใช้ภาษาอังกฤษของนายกปูเละ ว่า

"ฟังคำแถลงของท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ที่ตอบรัฐมนตรี ฮิลลารี คลินตัน และพบว่าภาษาอังกฤษของนายกฯยิ่งลักษณ์ใช้สื่อสารเป็นทางการไม่ได้เลยพอๆ กับภาษาไทย ในการสื่อสารกับต่างประเทศเป็นทางการ นายกฯยิ่งลักษณ์ควรพูดภาษาไทย เพราะภาษาอังกฤษใช้การไม่ได้ ฟังไม่รู้เรื่องและอาจผิดพลาดจนประเทศไทยเสียหาย

ส่วนการสื่อสารกับคนไทยเป็นภาษาไทย นายกฯยิ่งลักษณ์ก็จำเป็นต้องฝึกซ้อมทำความเข้าใจกับเรื่องที่พูดหรืออ่านบท แล้วฝึกการอ่านออกเสียงให้พร้อมก่อน นายกฯยิ่งลักษณ์จะไปประชุมสุดยอดอาเซียนที่บาหลี ยิ่งน่าห่วง จะพูดอะไรกับผู้นำอาเซียนอีก 9 ชาติ และผู้นำชาติ+8 ขอให้ใช้ล่ามกระทรวงการต่างประเทศดีกว่า ก่อนไปบาหลีขอให้กระทรวงการต่างประเทศให้ความรู้เรื่องอาเซียนแก่นายกฯยิ่งลักษณ์ให้ครบถ้วนและตามช่วยให้ข้อมูลและคำแนะนำแก่ท่านทุกย่างก้าวกลัวพลาดเรื่องการต่างประเทศ ไม่มั่นใจในพื้นความรู้ของนายกฯยิ่งลักษณ์และรัฐมนตรีการต่างประเทศสุรพงษ์จริงๆ ทั้งห่วงทั้งกลัวว่าจะพลาดพลั้งแล้วแก้ไขไม่ได้"


คุณผู้อ่าน อ่านข้อความของอาจารย์สมเกียรติ แล้วลองตีความที่อาจารย์สมเกียรติเขียน ไปพลางๆก่อน หลังจากตีความได้แล้ว

ผมขอแนะนำให้ไป ดูคำอธิบายของผมเพิ่มเติม ได้ที่ http://bit.ly/sIc1a1

เพื่อจะได้อ่านเรื่องราวต่อไปที่ผมจะเขียนได้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น

----------------------


ชาญตุ๊ด รีบปกป้องนายกปูหญ้าแพรก

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ หรืออาจารย์ชาญตุ๊ดแห่งฝ่ายแดงเถือก ก็รีบออกมาเขียนบทความตอบโต้อาจารย์สมเกียรติ เจตนาก็เพื่อปกป้องนายกปูหญ้าแพรก คืนทันที

นายกหญิงคนแรกของชาญตุ๊ด ผู้ซึ่งคิดว่าสิงห์บุรีก็มีทะเล นายกหญิงผู้ซึ่ง เข้าใจว่า จำนวนหลักหมื่นมีค่ามากกว่าหลักแสน

นายกหญิง ผู้ซึ่งแยกไม่ออกว่า สิงห์บุรี กับสระบุรี ต่างกันอย่างไร?

ซึ่งข้อเขียนของชาญวิทย์ ในมติชนออนไลน์มีตามนี้

"ชาญวิทย์" ชี้ชนชั้นนำไทยมีปมด้อย หลงเชื่อว่าการพูดอังกฤษที่ดีคือต้องใช้สำเนียงมาตรฐาน 

อีลีด (ชนชั้นนำ) ไทย เป็นพวกมีปัญหา มีปมด้อย เรื่องภาษาอังกฤษ อีลีดไทย "หลงเชื่อ" ว่าคนไทย ที่พูดอังกฤษได้ดี ก็ต้องพูดแบบ "Queen′s English" (ภาษาอังกฤษสำเนียงมาตรฐาน)

หรือบรรดา wogs = westernized oriental gentlemen (สุภาพบุรุษชาวตะวันออกที่ได้รับการศึกษาแบบตะวันตก)

จะมีคนไทย สักกี่คน ที่ "คาบช้อนทอง" มาเกิด พ่อแม่ส่งไป "ชุบตัว" เป็น "นักเรียนนอก"(แบบคึกฤทธิ์กับอภิสิทธิ์) แต่เล็กๆ บางคน หากไปถึงอังกฤษ เมืองแม่ ไม่ได้ ก็ขอไปอดีตอาณานิคม อย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินเดีย ก็ยังดี

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า dont worry, just speak, speak lah
(ไม่ต้องกังวล แค่พูดออกไปเรื่อยๆ ) "แล้ว เธอ ก็จะเก่งไปเอง" ล่ะ

ชาญวิทย์ยังเขียนบทความอีก2บทความเล็กๆ ไปอ่านทั้งหมดได้ที่ คลิก!!

ซึ่งก็เป็นในทำนองเดียวกันกับบทความแรก

-----------------------

ชาญวิทย์ ตีความข้อเขียนดร.สมเกียรติ

เมื่อผมได้อ่านข้อเขียนของชาญวิทย์แล้ว ผมถึงได้เชื่อแล้วว่า ชาญวิทย์แก่แล้วเริ่มเลอะๆเลือนๆแล้ว ถึงได้อ่านเจตนาคำวิจารณ์สั้นๆแค่นี้ของดร.สมเกียรติไม่แตก

ที่อาจารย์สมเกียรติ ได้วิจารณ์ยิ่งลักษณ์ในฐานะที่เป็นเธอผู้นำประเทศไทย ถ้าผู้นำประเทศไปเจรจากับต่างชาติอย่างเป็นทางการ ย้ำ!! อย่างเป็นทางการ!!

ในการเจรจาอย่างเป็นทางการระดับชาติ ย่อมไม่ใช่การพูดภาษาอังกฤษแบบที่ไกด์พานักท่องเที่ยวฝรั่งไปเที่ยว หรือแค่บริกรสาวชินวัตรจดเมนูอาหารของลูกค้าฝรั่ง

เพราะการการเจรจาระดับประเทศอย่างเป็นทางการ มันมีผลประโยชน์ของชาติค้ำคอไปด้วยเสมอ ฉะนั้นการเจรจาของผู้นำประเทศเป็นเรื่องสำคัญ เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติได้

ดร.สมเกียรติเขาเตือนยิ่งลักษณ์ในประเด็นที่ว่า ถ้าไม่ชัวร์เรื่องการสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจ แบบที่ภาษาไทยเธอยังมั่วเละเทะมาแล้ว เช่นหญ้าแฝกกลายเป็นหญ้าแพรก เรื่องบประมาณ ห้าหมื่นสามพันล้าน ดันเสร่อพูดเป็น ห้าหมื่นสามแสนล้าน

ถ้าเธอยังเฟอะฟะแบบนี้ในการประชุมระดับนานาชาติ มันอาจทำให้ประเทศชาติเสียหายได้ ดร.สมเกียรติแนะให้ใช้ล่ามจะดีกว่า

ขนาดภาษาไทยยังไปไม่รอด คนไทยยังฟังนายกพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเล้ย!!

อาจารย์สมเกียรติเขาไม่ได้บอกว่า คนไทยทุกคนต้องพูดภาษาอังกษสำเนียงอังกฤษเป๊ะแบบผู้ดีอังกฤษซะหน่อย อาจารย์สมเกียรติเขาเน้นที่ใครก็ตามที่ต้องไปเจรจาบนผลประโยชน์ของประเทศนั้น ต้องถูกต้อง ต้องรู้เรื่อง ซึ่งผู้นำประเทศก็เสมือนเป็นหน้าตาของประเทศชาติ

ถ้าอยู่ๆ นายกปูหญ้าแพรกไปประชุมอาเซียนซัมมิท แล้วเกิดเหวอ พูดออกมาว่า เรากำลังประชุมเอเชียนซัมเมอร์ขึ้นมา จะขายขี้หน้าเขา

ยิ่งถ้าไปพูดถึงงบประมาณอะไรขึ้นมา แล้วดันไปพูดผิดๆถูก เปลี่ยนหลักหมื่นกลายเป็นหลักแสน มันก็จะทำให้ประเทศชาติเสียหายได้

ชาญวิทย์รู้รึยังประเด็นคืออะไร? ประเด็นคือยัยปูพูดภาษาคนไม่ค่อยรู้เรื่อง ไม่ใช่เรื่องพูดภาษาอังกฤษสำเนียงไม่ดี!!

ส่วนชาญวิทย์ ดันไปตีความว่า ทำไมคนไทยต้องพูดสำเนียงให้เหมือนคนอังกฤษด้วย ในเมื่อไม่ได้เกิดมาคาบช้อนเงินช้อนทอง ไม่ได้มีพ่อแม่รวยส่งไปชุบตัวเมืองผู้ดี แกว่าไปโน่น!!

ซึ่งที่จริงการหัดพูดภาษาอังกฤษตามข้อเขียนของชาญวิทย์ ก็เป็นเรื่องถูกต้อง แต่มันคนละกรณีกันกับนายกปูหญ้าแพรก ที่ชาญวิทย์พยายามปกป้องจากคำวิจารณ์ของดร.สมเกียรติ อ่อนวิมล

ถ้าชาญวิทย์ เกิดมาอ่านบทความนี้ หวังว่าชาญวิทย์ คงฉลาดขึ้นนะ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



------------------------

ยิ่งลักษณ์อ่านโพยภาษาอังกฤษผิด!!

ยิ่งเละอ่านโพยต่อหน้านางฮิลลารีแท้ๆ ดันอ่านคำว่า welcome เป็น overcome?




นางฮิลลารี เลยกุมขมับ แล้วคงคิดในใจ OH wencome (โอว เวรกรรม!!)





คลิกอ่าน ชาญตุ๊ดค้นพบโรคใหม่ล่าสุดในเขตอากาศร้อน


วันศุกร์ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

เสื้อแดงเสร่อ รีบดึงอาจารย์ศศินเป็นพวก!!

-->






คุณผู้อ่านครับ พวกเสื้อแดงเห็นอาจารย์ศศินโพสชื่นชมว่า เจ้าหน้าที่ระบายน้ำเขาเก่ง เก่งกว่าอาจารย์ศศินเสียอีก เท่านั้น

บรรดาสื่อแดง ทั้งvoice tv ของยอดชายนายโอ๊ค หรือมติชน สื่อแดงเทียม (ที่ว่าแดงเทียมเพราะมันตี2หน้า) และแม้แต่เว็บพันถีบ เอ้ย พันทิป ก็รีบตั้งกระทู้ประกาศว่า อาจารย์ศศินได้ซูฮกฝีมือศปภ.

ตามลิงค์เหล่านี้

ข่าวvoice tv "ศศิน"ยอมรับฝีมือสกัดน้ำของศปภ.เจ๋งจริง

มติชนออนไลน์ "ศศิน" โพสต์เฟซบุ๊ก รับเคยเชื่อกทม.ไม่น่ารอดพ้นน้ำมหาศาล เพราะประมาทฝีมือคนทำงาน

พันทิพ "ศศิน"ยอมรับฝีมือสกัดน้ำของศปภ.เจ๋งจริง ...!!!!!!!


อย่างที่หลายบทความของผม ก็เคยอ้างการวิเคราะห์ของอาจารย์ศศิน ว่า อาจารย์เกิดอาการเซ็งศปภ. หลายครั้ง

ผมไม่แปลกใจเลยวา ทำไมพวกเสื้อแดงมันถึงอ่านไทยไม่ค่อยจะแตก

คุณผู้อ่านลองดูส่วนหนึ่งที่อาจารย์ศศินได้เขียนในประโยคนี้นะครับ จนทำให้พวกเสื้อแดงเกิดดีใจเหมือนได้กินหญ้าแพรกสดๆใหม่ๆ

"ผมเชื่อว่าคนกรมชลฯ และกทม. ที่ระบายน้ำเก่งพอที่จะรู้ว่าทำอย่างไรดีที่สุดแต่ไม่ได้รับโอกาส แต่อย่างไรผมว่าคนหน้างานก็หนักและเต็มที่ ทำทุกอย่างเกี่ยวกับน้ำได้ตามกรอบคิด และกรอบรู้เต็มที่แล้ว แต่แสดงให้เห็นว่ากรอบความชัดในการจัดการกับผู้คน ช่วยเหลือ และดูแลอย่างมีวิชาการ ให้เกียรติ ห่วงใยอย่างถูกต้องเรายังขาดอีกเยอะ...แน่นอนว่าคนพูดย่อมง่ายกว่าคนทำ แต่ผมก็เชื่อว่าที่ผมบอกมามันควรทำ โดยคนที่สมัครมาทำ"

"ผมทบทวนความเชื่อของตัวเองว่า ผมคิดว่ากรุงเทพฯ น่าไม่รอดด้วยปริมาณน้ำขนาดนั้น และประมาทฝีมือคนทำงาน แต่เอาจริงๆ แล้วเขาลึกล้ำกว่าเรา แม่นยำเทคนิคข้อมูลกว่าเรามาก คนทำงานหน้างานมีความรู้พอ ที่จะทำอย่างไรให้วิกฤตลดลงตามกรอบคิดของกรมชลฯ ได้มากกว่าที่เราคิดแบบชั้นเดียว"

สังเกตมั้ยครับ ว่าอาจารย์ศศินเขาชมใคร? อาจารย์เขาชมเจ้าหน้าที่หน้างานของกรมชลประทาน และ กทม.

แต่พวกเสื้อแดงมันอ่านหนังสือเฉลี่ยปีละ5บรรทัด มันเลยรีบแปลความว่า อาจารย์ศศินชม ศปภ.

ทีนี้พออาจารย์ศศิน ได้รับรู้ข่าวว่า พวกเสื้อแดงเอาไปขยายความว่า อาจารย์ ซูฮกฝีมือศปภ.แล้ว อาจารย์ศศินจึงต้องรีบเขียนลงเฟซบุ๊คแก้ข่าวทันที ตามนี้

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!








----------------------------


ปูยังมึน สับสนสิงห์บุรี เป็นสระบุรี

คงจำกันได้ ปูเคยสับสนมาครั้งนึงแล้วที่สิงห์บุรี ที่เคยพูดว่า แก้ปัญหาประตูบางโฉมศรีแตก ด้วยการเอาหินถมทะเล!!

มาล่าสุดเพิ่งไปเที่ยวสิงห์บุรี มัวขับรถไถนาเพลิน ไม่ยอมกลับบ้าน เลยปล่อยให้รุ่งขึ้นครม.ประชุมเรื่องลับ โดยไม่มีตัวโง่เข้าประชุม

มันเป็นนายกฯภาษาหอกอะไรวะ เรื่องลับแปลว่าเป็นเรื่องสำคัญ แต่เรื่องสำคัญกลับไม่ต้องมีนายกเข้าประชุม!?!

แถมเมื่อปูไม่เข้าประชุมไม่พอ ก็ยังตอแหลต่อหน้านางฮิลลารี่ ได้อีก

"ปูไม่รู้ค่ะ ว่าพวกขี้ข้าของพี่แม้วเขาประชุมอะไรกัน เพราะปูมัวแต่ไปไถนาอยู่ เลยกลับมาไม่ทันค่ะ"

นี่แหล่ะครับ ที่เขาเรียกว่า คนโง่แท้ ย่อมแกล้งโง่ได้ไม่เนียน!!

เฮ่อ.. เสื้อแดงจงภูมิใจนายกควายๆต่อไปเถอะนะ




วันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ชาญตุ๊ดค้นพบโรคใหม่ล่าสุดของเขตอากาศร้อน






(บทความนี้ล้อเลียนเสียดสีบทความของอาจารย์ชั่วใจเขมรคนหนึ่ง)


"ชาญตุ๊ด เกษตรบัดสี" ค้นพบโรคใหม่ล่าสุดของเขตอากาศร้อน มีจุดกำเนิดในเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ที่เมืองไทย!


หมายเหตุ ชาญตุ๊ด เกษตรบัดสี อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยกากศาสตร์ เขียนบทความชื่อ "SOLDIEROPHOBIA" ลงในเฟซบุ๊กหนังหมา มติโจรออนไลน์ เห็นว่ามีเนื้อหาน่าสนใจ จึงขออนุญาตนำมาเผยแพร่ดังนี้

SOLDIEROPHOBIA (โรคเกลียดทหาร)

Origin (กำเนิด): เป็นโรคใหม่ ในเขตอากาศร้อน

ค้นพบ ครั้งแรก ในสยามประเทศไทย ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเอเชีย ช่วงก่อน และหลัง น้ำท่วมใหญ่ ค.ศ.2011

Place (สถานที่): โรคนี้ ระบาดหนัก ในแถบจังหวัดแดงเถื่อน หมู่บ้านแดงถ่อย

โรคนี้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่ มักมีสันดานไพร่สถุล มีผิวพรรณหยาบช้า วรรณะจันส่องหล้าซึ่งต่ำกว่าจัณฑาล

(ลักษณะพวกนี้มักมีหน้าครึ่งคนครึ่งสัตว์เช่นคางคก  ตะกวด ฐานะมีทั้งรวยและจน แต่ที่เหมือนกันคือสถุล  มักไร้การศึกษาด้านคุณธรรม ถึงจะเรียนจบตรี โท เอก มาก็ยังเลวและโง่ดักดาน เพราะมันทั้งเลวทั้งโง่ลึกถึงในชั้นDNA)

โดยเฉพาะพวกโง่แต่อยากรวยเร็ว และมักคิดว่าถ้ากูมีประชาธิปไตยแบบแม้วๆ แล้วกูจะรวย พวกนี้จะยิ่งติดเชื้อถ่อยได้ง่าย และมักเกลียดทหาร

โรคนี้ ไม่ค่อยพบในหมู่ชนชั้นกลาง-สูง และรากหญ้าที่มีใจคุณธรรม ดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ที่ไม่ฟุ้งเฟ้อ

โรคนี้ ติดต่อผ่าน แกนนำถ่อยๆ วาจาสถุล ชอบปั้นน้ำเป็นตัว นิยมยุยงให้คนเผาบ้านเผาเมือง

Symthom (อาการ): โรคนี้ ผู้ติดเชื้อ จะมีอาการ ชอบเล่นไฟ ชอบแดกหญ้า ชอบความรุนแรง เกลียดทหาร

อารมณ์แปรปรวน วิงเวียนศีรษะ ควบคุมตนเองไม่ได้จนถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง

กล่าววาจา ไม่สุภาพ ผรุสวาท เสียดสี บางราย หากอาการหนัก ถึงขั้นก่ออาชญากรรมได้

อาการเฉพาะของโรค มักอิจฉาตาร้อนเวลาทหารทำความดีช่วยเหลือประชาชน อาจทำให้ผู้ติดเชื้อนี้คลั่งได้

Cure (วิธีรักษา): ยังไม่มีการ ค้นพบ วัคซีน-ยา ป้องกัน หรือ รักษาโรคนี้ แต่อย่างใด แต่ถ้าให้กินหญ้าอาการคลั่งจะสงบลงชั่วคราว

คณะแพทย์ ทั่วอุษาคเนย์ กำลังดำเนินการ หาสาเหตุ และยารักษา กันอย่างเต็มที่

เพื่อสกัดกั้นมิให้ระบาดไปทั่วทั้งประเทศ หรือลุกลาม ข้ามเขตแดน ออกนอกประเทศ


คลิกอ่าน ชาญวิทย์ตีความคำวิจารณ์ของดร.สมเกียรติไม่แตก





วันเสาร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

อ่านโพยผิดอีกแล้วนะยิ่งลักษณ์!!






วันก่อนผมเอาคำสัมภาษณ์ของนายกฯเกี่ยวกับเดินหน้านโยบายประชานิยมต่อไป ในวันอภิปรายงบประมาณของนายกฯสาวจอมเฟอะมาแล้ว ที่พูดว่า บ้านคันแรก รถหลังแรก (คลิกอ่านบ้านคันแรก!!)

แต่วันนี้ มามุขใหม่อีกแล้วท่านนายกฯปูนิ่มของเรา

อ่านโพยจำนวนตัวเลขรายจ่ายชดเชยเงินคงคลัง แบบฮาๆ อีกแล้ว

รับดูรับฟังชัดๆ กันครับ




ขนาดอ่านโพยยังผิด ขนาดศปภ.ยังต้องเป็นผู้อพยพลี้ภัยน้ำท่วม

สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง เกิดเป็นปูแปดขา ต้องมีเดินขาเกกันบ้างเป็นไรไป?

แต่ไม่เป็นไร เสื้อแดงยังรักนายกปูเละเสมอ ขอเพียงมีหญ้าแพรกให้พวกเราเสื้อแดงเท่านั้นก็พอ จริงมะ


(ที่ผ่านมาเธอน่าจะเป็นพริตตี้ของเอสซีแอสเซท มากกว่าจะเคยเป็นประธานบริษัทแน่ๆ)





คลิกอ่าน ปูอ่านโพยภาษาอังกฤษผิด ต่อหน้าฮิลลารี่!!


วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ฮาอีกแล้ว รถหลังแรกบ้านคันแรกของปูเละ!?






เฮ่อ.. นายกสวยแต่.. ..แต่ขยัน ทำผมฮาแต่เช้าอีกแล้ว

กำลังนอนดูเรื่องเล่าเช้านี้เพลินๆ เกี่ยวกับประชุมงบประมาณที่รัฐสภาเมื่อวานนี้

นายกปู คนสวยแต่โ.. โ..แต่ขยัน ออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวรัฐสภาว่า

"จะเดินหน้าโครงการแม้วนิยมต่อไปค่ะ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจค่ะ ประชาชนจะได้มีโอกาสซื้อบ้านคันแรก รถหลังแรกได้ง่ายขึ้นค่ะ"

(ผมดัดแปลงคำพูดนิดหน่อย)

แค่พูดผิด เป็นเรื่องเล็กครับ แต่ดันบริหารผิดนี่สิ รับไม่ได้จริงๆ

คลิกฟัง นายกฯปูเละพูด บ้านคันแรก รถหลังแรก




ถ้าอยากดูคลิปจะจะ คลิกที่นี่

-----------------------

ปลดผู้ว่าฯกทม.

มันเป็นการโยนหินถามทางอีกแล้ว พรรคเพื่อแม้วเนี่ยเก่งนัก แกล้งปล่อยข่าวว่าเป็ดเหลิมจะหาข้อกฏหมายปลดผู้ว่าฯกทม.เสนอต่อนายกฯปูเละ

ผมคิดว่า สงสัยท่านผู้ว่าฯ อาจโดนปลดจากข้อหาเปิดเผยความลับของทางราชการ

เรื่อง นายกฯหญิงคนแรกไอคิวไม่ถึง90 มั้ง 555

----------------

เอาแค่นี้ก่อน ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมจะมาเขียนใหม่ตอนเย็นจ้ะ ^^

เอาแค่นี้ก่อน ไปล่ะ!!





คลิกอ่าน อ่านโพยผิดอีกแล้วนะยิ่งลักษณ์


-->

วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

บรรหารชี้แจงกรณีสุพรรณน้ำไม่ท่วมจริงหรือ?

-->







มคิดว่า เราต้องให้โอกาสท่านบรรหารชี้แจงบ้าง

ท่านบรรหารคือนายกรัฐมนตรีในปี38 น้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ครั้งนึงของไทย

ตอนท้าย มีถามถึงนายกฯหญิง ท่านบรรหารตอบว่าอย่างไร? ลองดู

ส่วนตัวผมคิดว่า ผู้นำประเทศต้องมีประสบการณ์สั่งสมมาพอควร ท่านบรรหารอาจไม่เก่งเลิศในวิชาการชั้นสูง หรือพูดภาษาอังกฤษไม่เป็นเพื่อเป็นเบ๊ให้ฝรั่งก็ตาม

แต่ผมเชื่อว่า ด้วยประสบการณ์ บวกความขยัน บวกกับการตามติดปัญหาอย่างถึงลูกถึงคนแบบท่านบรรหารชอบทำ ถ้าปี54 นายกปูเก่งแค่ครึ่งเดียวของบรรหาร รับรองน้ำไม่ท่วมหนักเท่านี้แน่นอน

เพราะผู้นำต้องรวดเร็ว เด็ดขาด วิเคราะห์ประมวลผลได้อย่างถูกต้อง ประสานหน่วยราชการให้ร่วมกันทำงานเป็นหนึ่งเดียวได้ แบบท่านบรรหารนี่แหล่ะ คือสิ่งที่ผู้นำประเทศควรมี

ถ้ายังจำกันได้ เอเชี่ยนเกมส์ครั้งที่13 ที่กรุงเทพฯ มีปัญหาสนามแข่งขันหลายแห่งสร้างไม่เสร็จทันกำหนด ล่าช้าจนอาจมีปัญหากับการแข่งขันที่ใกล้เข้ามา แต่เมื่อท่านบรรหารโดดเข้ามาดูและจัดการเพียงไม่กี่เดือนก่อนพิธีเปิด ทุกอย่างกลับเสร็จรวดเร็ว และสมบูรณ์แบบ จนได้รับการยกย่องว่า ไทยจัดเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ได้ดีมาก นี่เพราะฝีมือหลงจุ๊ระดับเซียนอย่างท่านบรรหารนี่แหล่ะ

เสียดายท่านบรรหารหลุดจากนายกฯเพราะโดนขุดคุ้ยต้นตระกูลแท้ๆ น่าเสียดายจริงๆ




บางทีท่านบรรหารอาจเป็นแพะ ให้ใครบางคนที่พานักธุรกิจซาอุมาซื้อข้าวจากไทย

(ล่าสุด นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา ได้ยอมรับว่า เคยสั่งให้เขื่อนชะลอน้ำเพื่อช่วยชาวนา เขาได้เคยสั่งการแบบนี้เพื่อช่วยชาวนามาตั้งแต่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์แล้ว ซึ่งนายธีระเป็นรมว.เกษตรติดต่อกันมาแล้ว2สมัย คลิกอ่านที่นี่ )

---------------

นายกฯหญิงขี้แง

เมื่อวันก่อนนายกฯปู ไปเป่าปี่แงๆ ปลอบใจตัวเองให้เข้มแข็งต่อหน้าชาวนครสวรรค์ที่บ้านจมน้ำเป็นเดือน  มาครั้งนึงแล้ว

ที่พร่ำพรรณนาให้ชาวบ้านเข้มแข็งน่ะ ที่แท้คือปลอบใจตัวเองมากกว่า ว่าปูต้องไม่ท้อ เพราะมีพี่น้องที่จมน้ำเป็นกำลังใจ

นายกฯปูครับ ชาวบ้าน ชาวนา ชาวไร่ พวกเขาน่ะอดทนและเข้มแข็งกว่าท่านนายกฯหลายเท่านัก เขาต้องขาดทุน บ้านจมน้ำ นาล่ม มาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้วในชีวิต เขาก็ยังอยู่รอดมาจนได้เห็นท่านนายกฯหญิงขี้แงจนได้

ข่าวลือที่ว่า นายกฯปูอยากถอนตัวจากตำแหน่งสูงสุด แต่พี่แม้วไม่ยอม พยายามยกแม่น้ำทั้ง5 ทั้งปิง วัง ยม น่าน เจ้าพระยา จนน้ำท่วมหนักเพื่อมาหว่านล้อมให้น้องสาวสู้แบบมึนๆต่อไป โดยอาจมีโบนัสของพี่ชายปลอบขวัญ

วานนี้นายกฯปูไปเป่าปี่ต่อหน้าชาวอยุธยาอีกแล้ว เป่าบ่อยเหลือเกิน

ความล้มเหลวจากการรับมือน้ำ ทำให้เธอท้อ ยิ่งพยายามบอกว่าไม่ท้อ นั่นแปลว่า เริ่มท้อแล้ว

คนไทยเรานี่ก็แปลก ลองถ้ามีใครมาบีบน้ำตาต่อหน้า ก็อดสงสารเขาไม่ได้ อดให้อภัยเขาไม่ได้ เพราะพื้นฐานจิตใจคนไทยอ่อนโยน

แม้ตัวเองจะจนแทบหมดเนื้อหมดตัวเพราะมีผู้นำโง่บริหารจัดการผิดพลาด คนไทยก็ไม่ว่า ให้อภัยได้ ถ้าเธอมาบีบน้ำตาต่อหน้าฉัน

นี่ถ้าเป็นญี่ปุ่น ผมว่า แค่มาบีบน้ำตา น่าสงสาร ญี่ปุ่นเขาคงไม่ใจอ่อนง่ายๆหรอก

มันต้องลาออก หรือไม่ก็ฮาราคีรีตัวเองเท่านั้น ถึงจะเรียกว่า ได้รับผิดชอบในความผิดพลาดของตนเอง แต่ยิ่งลักษณ์ไม่ยอมรับผิด แต่กลับพยายามหาแพะรับบาปแทน

-------------------------

ตัวอย่างความรับผิดชอบของผู้นำ 


นายกรัฐมนตรีจีนก้มหัวขอโทษประชาชนจากกรณีอุบัติเหตุรถไฟฟ้า

นายกรัฐมนตรีเหวินเซียะเป่า ก้มหัวขอโทษญาติผู้เสียชีวิต



ปล. น้ำท่วมคราวนี้สอนให้คนกรุงเทพฯอย่างผม เข้าใจน้ำหลาก น้ำทุ่ง มากขึ้น


คลิกอ่าน ความขัดแย้งเครื่องสูบน้ำ ศปภ. vs กทม.



วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ความขัดแย้งเรื่องเครื่องสูบน้ำ ศปภ.vs กทม.

-->





ก่อนอื่นต้องขอย้ำเรื่องนึง ที่หลายคนอาจไม่รู้

ผู้ว่าฯกทม. ย้ำมาหลายครั้ง เป็นเวลานานแล้วว่า ระบบการระบายน้ำของกรุงเทพฯ ถูกออกแบบมาเพื่อระบายน้ำฝนที่ตกหนักเท่านั้น (ถึงมีการสร้างอุโมงค์ระบายน้ำขนาดใหญ่ขึ้น) ไม่ได้ถูกออกแบบเพื่อระบายน้ำเหนือ!!

ผู้ว่าฯพูดแล้วพูดอีก พูดจนหน้าดำเป็นท่านเปาบุ้นจิ้นแล้ว แต่นายกฯปูนิ่มก็ทำเป็นเหมือนไม่เคยได้ยิน ยังคงเฉยเมยเชิดใส่ผู้ว่าฯต่อไป อาจเพราะความที่ท่านผู้ว่าฯท่านเป็นผู้ดีเกินไป และคิดว่าฝ่ายโน้นจะฉลาดพอๆกับท่าน ท่านเลยพยายามบอกอ้อมๆให้ศปภ.และนายกฯปูนิ่มไปคิดต่อเอาเองว่า กทม.มีเครื่องสูบไม่พอที่จะรับน้ำเหนือ ศปภ.ลองใช้สมองต่อไปสิว่า ควรทำอย่างไร

แต่ศปภ.กับนายกฯปูนิ่ม ดันไม่มีสมองมากพอที่จะประมวลคำบ่นของผู้ว่าฯให้เข้าใจ พวกศปภ.และนายกฯปูนิ่มเลยดื้อตาใส ปล่อยน้ำเหนือผ่ากลางเข้ากรุงเทพ ทั้งๆที่ถ้าพยายามผันน้ำไปทางตะวันออกและตะวันตกก่อนหน้านี้สักเดือนให้เต็มที่ กรุงเทพฯไม่น่าท่วมหนัก แต่อย่างว่า สมองปูมันจะมีสักแค่ไหนกัน

-----------------

เมื่อน้ำเข้ากรุงแล้ว

ผู้ว่าฯกทม. จึงจำต้องร้องขอเครื่องสูบน้ำเพิ่มจากศปภ.ทั้งหมด60เครื่อง เพราะที่มีอยู่ไม่พอรับการระบายน้ำเหนือ กทม.จึงทำเรื่องผ่านมหาดไทย เพราะรมว.มหาดไทยเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เป็นรองนายกฯ และเป็นที่ปรึกษาศปภ.

ซึ่งกรุงเทพมหานครก็เป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับมหาดไทย แล้วหวังให้มหาดไทยช่วยไปประสานงานไปถึงกระทรวงเกษตร แล้วกระทรวงเกษตรช่วยสั่งการไปที่กรมชลประทานให้อีกที

มึนมั้ยครับ? ระบบราชการไทยอันแสนจะซับซ้อน

ถ้าผู้ว่าฯ อยู่ๆไปยืมกรมชลประทานโดยตรงเองเลย เดี๋ยวศปภ.จะเขม่นว่า ข้ามหน้าข้ามตา ข้ามขั้นตอน เดี๋ยวมหาดไทยจะบอกว่า ไม่เห็นหัวมหาดไทยเหรอ เดี๋ยวเกษตร จะบอกว่า ผู้ว่าฯกทม.หัดรู้ระบบราชการบ้าง

ก็เพราะผู้ว่าฯ ท่านรู้ระบบเชื่องช้าของราชการ พอทำหนังสือปุ๊บ ก็รีบให้สัมภาษณ์สื่อทันทีว่า ทำเรื่องขอยืมเครื่องสูบน้ำจากกรมชลประทาน เพราะถ้าไม่พูดให้สื่อรู้เดี๋ยวหนังสือราชการมันจะเดินเป็นปู ไปไม่ถึงไหน

แต่ก็อย่างว่า หลังทำหนังสือร้องขอไปแล้ว ถ้าผู้ว่าฯโทร.สายตรงไปถึงอธิบดีกรมชลเอง ก็น่าจะง่ายขึ้น แต่ที่มันไม่ง่าย เพราะทั้ง2หน่วยงานมีแนวทางแก้ไขน้ำท่วมขัดแย้งกันหลายเรื่องมาหลายครั้งก่อนหน้านี้ เลยอาจเป็นเหตุผลให้ทั้งสองคนคงไม่อยากโทร.ตรงถึงกัน

ทีนี้พอผู้ว่าฯพูดออกสื่อไป แต่รอแล้วรอเล่า กรมชลก็ไม่ส่งเครื่องสูบมาให้ซักกะที จนกรมชลไประเบิดลงกับผู้ว่าฯ กันต่อหน้านายกฯปูนิ่มของเรา

กรมชลบอกว่า กรมชลยังไม่ได้รับหนังสือร้องขอจากกทม. และเมื่อไปตรวจสอบแล้ว พบว่า กทม.ดันทำเรื่องขอไปที่มหาดไทย

ฉะนั้นจะมาโทษกรมชลฯไม่ให้ยืมบ่ได้เด้อ!! และที่สำคัญกรมชลก็มีเครื่องสูบไม่พอกับที่กทม.ทำเรื่องขอมา

ผู้ว่าฯ ก็พยายามอดทนข่มใจจนหน้าที่ดำเริ่มจะแดง ตอบกลับอย่างช้าๆไปว่า "ผมยังรอเครื่องของท่านอยู่นะครับ ผมยังรออยู่นะครับ" (แต่ในใจท่านคงคิด เพราะeปูตัวเดียว ที่เฉยชามาตลอด)

ทีนี้ประธานการประชุม คือนายกฯปูนิ่ม ที่นั่งฟังหน่วยงานระบายน้ำฟัดกันเองจนเสร็จสิ้น จึงเพิ่งจะฉลาดขึ้น และเพิ่งจะนึกขึ้นได้ หลังจากที่ทำหูทวนลมมานาน ว่า กทม.มีเครื่องสูบน้ำไม่พอรับน้ำเหนือ จำต้องสั่งให้ศปภ.หาเครื่องมาช่วย

จนเป็นเหตุให้ต่อมา ศปภ.เพิ่งจะประกาศขอยืมจากเอกชน เพราะรอที่สั่งซื้ออาจไม่ทันการณ์ (ที่ไม่ทันการน่ะเพราะพวกเอ็งนั่นแหล่ะ ช้าสุดๆ)

---------------------

ยงยุทธ แขวะกทม.ทำไมไม่ซ่อมเครื่องสูบ (ข่าวจากเนชั่น)

7พ.ย.54 เมื่อถามว่า ปัญหาความขัดแย้งของระหว่างกทม. และกรมชลประทาน ในเรื่องเครื่องสูบน้ำที่กระทรวงมหาดไทยเป็นผู้รวบรวม นายยงยุทธ กล่าวว่า หน้าที่ทั้งหมดในกรุงเทพฯ เป็นเรื่องของกทม. โดยสมบูรณ์ รัฐบาลจะเข้าไปยุ่งหรือแทรกแซงไม่ได้ แต่จะเข้าไปช่วยเหลือบ้างพอทำได้ แต่หน้าที่หลักอยู่ที่กทม. ส่วน ศปภ.เป็นเพียงตัวเสริมกทม. อีกครั้ง ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นแล้วว่า กทม.ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ทั้งที่เครื่องสูบน้ำของ กทม.ก็มี แต่ไม่ซ่อมให้พร้อม เมื่อมีปัญหาจะมาเอาจากรัฐบาลอย่างเดียวไม่ได้

“ผมไม่ได้โยนปัญหาทุกอย่างใส่ กทม. ที่ผ่านมากระทรวงมหาดไทยได้รวบรวมเครื่องสูบน้ำและแจกจ่ายไปยังต่างจังหวัดที่ประสบภัยที่ร้องขอเข้ามาตลอด กำลังมีการระดมเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมอีก” รมว.มหาดไทย กล่าว


สงสัยท่านยงยุทธจะสมองปูอีกคนละ กทม.เขาบอกตั้งนานแล้วว่า ระบบระบายน้ำที่มีอยู่มันไม่พอรับน้ำเหนือ พอให้เครื่องสูบที่มีอยู่น้อยนิดรับน้ำเหนือ เร่งสูบทั้งวันทั้งคืน มันก็พังนะสิครับท่าน

ถ้าท่านจัดหาเครื่องสูบมาช่วยกทม. เสียตั้งแต่เนิ่นๆ เครื่องมันคงไม่พังเยอะแยะขนาดนี้หรอก

ผมเคยอธิบายให้ฟังไปแล้วว่า หน้าที่ศปภ.คือจัดการให้น้ำหลบอ้อมกรุงเทพฯให้ได้ ถ้าทำให้น้ำหลบอ้อมกรุงเทพฯไม่ได้ ถือเป็นความบกพร่องของศปภ. ฉะนั้น ศปภ.ก็ต้องรับผิดชอบหาเครื่องสูบน้ำมาช่วยกทม. หรืออำนวยความสะดวกให้กทม.ทำงานได้โดยสะดวก

น่าเขกกระโหลกมท.1จริงๆ เลยว่ะ สมองปูทั้งนายกฯ ยันรองนายกฯ ถ้าท่านยงยุทธเป็นนายที่ดี มีความเห็นอกเห็นใจลูกน้อง พอน้ำเข้ากรุงวันแรก ท่านยงยุทธควรถามลูกน้องสิครับว่า

"ท่านสุขุมพันธฺ์ น้ำเหนือเข้ากรุงมาแล้ว ศปภ.ยอมรับต้านไม่ไหวจริงๆ ถ้าคุณชายขาดเหลืออะไรที่จะให้รัฐบาลช่วย บอกผมโดยตรงเลยนะครับ ผมจะรีบจัดหาให้อย่างเร่งด่วน"

-------------------------

ดูตัวอย่างความเชื่องช้าของมท.1 

7พ.ย.54 เมื่อเวลา 14.00 น. กระทรวงมหาดไทยได้นำสื่อมวลชนนั่งรถเมล์ ของกระทรวงคมนาคม และต่อรถจีเอ็มซี ของทหารบก ไปยังพื้นที่หน้าห้างสรรพสินค้าไอทีสแควร์ ย่านหลัก 4 เพื่อแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มให้กับผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว โดยนำอาหารมาจาก จ.ชลบุรี และประกอบอาหารในพื้นที่ด้วย
โดยในเบื้องต้นมีการแจ้งกำหนดการว่า นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะเดินทางมาแจกของด้วยตนเอง ในเวลา 14.00 น. แต่เมื่อถึงเวลา นายยงยุทธ ยังเดินทางมาไม่ถึง โดยมีการแจ้งว่า ทางจ.ชลบุรี ขอเลื่อนเวลา เป็น 15.00 น. เนื่องจากทางจังหวัดยังเตรียมของไม่พร้อม จนกระทั่งเวลา 15.00 น. นายยงยุทธ ก็ยังเดินทางมาไม่ถึง ขณะที่ประชาชนที่ทราบข่าวการแจกอาหารได้มารอรับอาหารเป็นจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ยอมแจก เพราะต้องการให้นายยงยุทธเป็นผู้มาแจก ทำให้ประชาชนที่ยืนรอรับอาหารต่างไม่พอใจ เนื่องจากต้องรอเป็นเวลานาน และเกรงว่าอาหารที่อยู่ในกล่องจะเน่าบูดเสียก่อนอย่างที่เคยประสบมาแล้ว

กระทั่งเวลา 16.00 น. นายยงยุทธ ได้เดินทางมาถึง โดยกล่าวปราศรัยกับประชาชนที่มารอรับสิ่งของว่า การนำอาหารมาแจกจ่ายในครั้งนี้ เพราะรัฐบาลเป็นห่วงประชาชนแม้เป็นพื้นที่ของกทม. ที่จะต้องดูแล แต่รัฐบาลทนที่จะเห็นกทม.แก้ไขปัญหาเพียงคนเดียวไม่ได้ จึงได้จัดครัวรัฐบาลออกช่วยเหลือประชาชน โดยได้รับความสนับสนุนจากจังหวัดชลบุรี ที่ได้นำอาหารมามอบให้กับประชาชนในครั้งนี้และจะช่วยเหลือต่อไปจนกว่าน้ำจะลด และการฟื้นฟูหลังจากนี้จะทำให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้อย่างรวดเร็วที่สุด ซึ่งหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเป็นหน้าที่ของกทม. ของ สก. และสข. ที่คนกทม. เป็นผู้เลือกมา แต่กทม.ทำหน้าที่ไม่ไหว รัฐบาลจึงได้มาให้ความช่วยเหลือ


โห! ท่านมท.1 เอาดีใส่ตัวเอาชั่วให้คนอื่นเก่งเหมือนนะนี่

--------------------

ผู้ว่าฯกทม. ก็มีข้อเสีย

ที่จริงผมไม่อยากได้ผู้ว่าคนนี้หรอกครับ แต่ผมก็จำใจเลือก เพราะเสี่ยอ่างชูวิทย์แกถอนตัวไม่ลง

ผมเคยเขียนหลายครั้งในหลายแห่ง ว่า ถ้ามีอุโมงค์ยักษ์แล้ว แต่ถ้า กทม.ไม่เคยมาขุดลอกท่อระบายน้ำตามตรอกซอกซอยบ้าง อุโมงค์ยักษ์ก็มีประสิทธิภาพไม่เต็มที่ เพราะน้ำจะไปไม่ถึงอุโมงค์ง่ายๆ

อีกทั้งคนไทยนิสัยมักง่ายไม่เป็นรองใครในโลก ทิ้งขยะไม่เลือกที่ จิตสำนึกสาธารณะห่วยแตกตั้งแต่เด็กยันแก่

อย่างบ้านผมอยู่โชคชัย4 นับตั้งแต่หมดยุคผู้ว่าฯจำลอง และผู้ว่าฯพิจิตร แล้ว รถขยะก็ไม่มาเก็บทุกวันเหมือนยุคผู้ว่าทั้งสองคนนี้

แถมหลังจากยุคจำลอง และยุคพิจิตรมาแล้ว ผมจำไม่ได้จริงๆว่า นานแค่ไหนแล้วที่หน้าบ้านผม ไม่เคยมีนักโทษชั้นดีมาขุดลอกท่อ!!

----------------------

หมอเดาakecity ขอทำนายจุดหมายปลายทางของน้ำ

ผมakecity อยู่ย่านลาดพร้าว คาดการณ์ไว้ว่า จุดหมายปลายทางของน้ำบนถนนลาดพร้าวนั้น คาดว่าน้ำต้องการไปให้ถึงอิมพีเรียลลาดพร้าว เพื่อไปไล่เสนียดจัญไรที่นั่น แล้วน้ำจะหยุดไม่ไปลาดพร้าวต่อ

แต่น้ำจะเลี้ยวซ้ายเข้าถ.หลวงประดิษฐ์ จุดหมายที่ซอยโยธินพัฒนา3 ส่วนอีกด้านน้ำจากรามอิทราจะเข้าสู่ถ.ประเสริฐมนูญกิจ แล้วเข้าตีตลบหลัง โดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่ซอยโยธินพัฒนา3 เหมือนกัน

ส่วนน้ำทางด้านพหลโยธิน และด้านวิภาวดี ขอทำนายว่า มีจุดหมายปลายทางที่ราชประสงค์ เพราะน้ำต้องการไปล้างเลือดไพร่สถุลที่เคยเลอะเทอะเปรอะเปื้อนบนถนนเมื่อปีที่แล้ว



ถ้าน้ำเธอยังไม่เหนื่อยไปก่อน ก็อาจจะแวะไปเยี่ยมเยียนที่ทำเนียบ เพราะหน้าทำเนียบก็สกปรกเหลือเกิน



ปล. น้ำ คือชื่อเล่น ส่วนชื่อจริงของเธอคือ น้ำเน่า!!

หลายคนอาจสงสัยว่า em ball ได้ผลจริงหรือไม่? akecity ขอแนะนำให้ทดลองแบบคิดนอกกรอบ คือให้นำem ball ใส่ลงในน้ำสะอาด ทิ้งไว้7วันแล้วดูผลว่าน้ำจะเน่าหรือไม่?

ถ้าน้ำสะอาดที่ใส่em ball ไม่เหม็น แปลว่าไม่เน่า ก็แสดงว่า em ball สูตรนั้นใช้ได้ ^^


คลิกอ่าน ช่วยเชื่อหน่อยเถอะ นายกปูไม่ได้โง่จริงๆนะ


วันอาทิตย์ที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ช่วยเชื่อหน่อย นายกฯปูไม่ได้โง่จริงๆ








ภาพนายกฯปูกำลังนำem ball เตรียมใส่ลงบาตรด้วยความปูนิ่ม จนพระต้องรีบปิดฝาบาตร แล้วรีบนำจานกระดาษมาใช้แทนผ้ารับประเคนแทน

คืที่จริงผมตั้งใจจะตำหนิอาจารย์ภาควิศวกรรม มหาลัยลาดกระบัง ด้วย แต่ขอติดไว้ก่อน ยังไม่รู้ว่าจะได้ตำหนิรึไม่? เพราะมันมีประเด็นมากจริงๆเลยในช่วงนี้

แต่บทความนี้ ผมขอด่าศปภ.อีกครั้ง เพราะสิ่งที่ผมเคยเขียน มันได้เกิดขึ้นจริงๆ นั่นคือความเชื่องช้าของศปภ.กับรัฐบาลสมองปู

ถ้าคุณผู้อ่านเคยอ่านบทความเรื่อง คนไทยต้องจมน้ำเป็นเดือนเพราะมีผู้นำโง่  ในบทความนั้นผมเคยเขียนไว้ว่า ถ้าผมเป็นนายกฯ ถ้าเครื่องสูบน้ำมีไม่พอ ผมจะประกาศออกทีวีขอจากเอกชนทั่วประเทศ ให้มาช่วยเมืองหลวง

แต่รัฐบาลสมองปูกับศปภ. แทนที่จะรีบทำแบบที่ผมคิด ดันคิดไปขอซื้อจากจีนแดง และกว่าเครื่องสูบจีนจะมาก็อีกไม่ต่ำกว่า2อาทิตย์ ส่วนญี่ปุ่นได้ส่งรถสูบน้ำมาช่วย ซึ่งเคยไปกู้เมืองที่ถูกสึนามิถล่มจนท่วม แต่ก็อีกราว ๆ 2อาทิตย์ถึงจะมาถึง

ซึ่งกว่าเครื่องจะมาถึง กรุงเทพฯคงจมหนักไปแล้ว เพราะกว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ ช้าเกินไป นั่นเพราะระบบการจัดการทางความคิดของศปภ.มันห่วย ระบบจัดการวางแผนสู้น้ำก็เห่ย ดูง่ายๆจากกรณี น้ำท่วมดอนเมืองเป็นตัวอย่างสิ ส่อถึงระบบจัดการที่ล้มเหลวแค่ไหน

พอศปภ.ย้ายมาที่ใหม่อยู่ข้างตึกปตท. ทำงานได้วันเดียว น้ำก็ตามมาไล่เสนียดอีกเหมือนเดิม

ผมจะบอกให้พวกศปภ.มันฉลาดขึ้นว่า ศปภ.มันควรย้ายไปอยู่ ในเรือกลางมหาสมุทรสิ แบบนี้รับรองน้ำจะตามไปไหลลงทะเลโดยเร็ว

เพราะศปภ.ไปที่ไหน น้ำจะตามไปไล่เสนียดที่นั้น

---------------------------------

ศปภ.เพิ่งจะฉลาด

ข่าววันนี้ ศปภ.เพิ่งจะวอนขอเครื่องสูบน้ำเอกชน ตามข่าวนี้จากคมชัดลึก



นายธงทอง จันทรางศุ เลขาธิการสภาการศึกษาในฐานะโฆษกศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยหรือศปภ. แถลงเรียกร้องจากภาคเอกชนว่า ขณะนี้ ศปภ. มีความต้องการเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากภาคเอกชนจำนวนหลายเครื่อง ที่ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำแล้ว และอยู่ในพื้นที่ที่น้ำลดลงแล้ว ซึ่งจะขายให้ศปภ. หรือให้เช่า หรือให้ยืม ก็ได้

ทั้งนี้ เนื่องจาก ขณะนี้ กรุงเทพมหานคร ได้ทำหนังสือถึงศปภ.ต้องใช้เครื่องสูบน้ำ ขนาด 1 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง , เครื่องสูบน้ำขนาด 2 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง และเครื่องสูบน้ำขนาด 3 ลบ.ม.ต่อวินาที จำนวน 20 เครื่อง เพื่อนำไปเร่งในการระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรุงเทพมหานคร
"เนื่องจากไม่สามารถจัดหาเครื่องสูบน้ำจำนวนนี้ได้ จึงต้องประชาสัมพันธ์หาเครื่องสูบน้ำจากภาคเอกชนก่อน อีกทั้งหากจะมีการจัดซื้อ ก็จะมีจำหน่ายที่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี แต่ขณะนี้ กทม.มีความจำเป็นต้องใช้เครื่องสูบน้ำอย่างเร่งด่วน จึงต้องทำการประชาสัมพันธ์ขอจากภาคเอกชนก่อน เพราะหากจะรอการจัดซื้อจากประเทศญี่ปุ่นและเกาหลีนั้น ก็เกรงจะมีความล่าช้า เพราะต้องใช้เวลาประมาณ 5-7 วัน เนื่องจากขณะนี้ติดในช่วงของวันเสาร์และวันอาทิตย์" นายธงทอง กล่าว


เพราะความล่าช้าของศปภ. จึงทำให้ประเด็นเครื่องสูบน้ำ เป็นเหตุให้ผู้ว่าฯกทม. กับกรมชลประทานขัดแย้งกันเอง ต่อหน้านางสาวปูนิ่มขี่ม้าน้ำ

เรื่องเครื่องสูบน้ำเนี่ย หรือจะเป็นเรื่องขอความร่วมมือจากประชาชน เรื่องนี้นายกฯควรออกทีวีชี้แจงเอง ขอจากเอกชนเอง จะทำให้มีคนสนใจ ที่จะนำเครื่องสูบน้ำมาได้มากกว่าที่จะให้อาจารย์ธงทง เอ้ย ธงทอง ประกาศ

จนน้ำท่วมกรุงเทพฯชั้นในแล้ว เพิ่งจะมาประกาศขอจากเอกชน ช้าดีแท้!!


--------------------------

ความไม่มีภาวะผู้นำของปูหญ้าแพรก

คุณผู้อ่านครับ ขอยกตัวอย่างเรื่องการวางบิ๊กแบค ก็แล้วกัน เพราะที่จริงมีหลายกรณีมาก แต่เรื่องบิ๊กแบค เนี่ย ยังสดๆร้อนๆ เลยขอยกมาเป็นตัวอย่างแล้วกันครับ

พอศปภ. ตกลงใช้วิธีไปวางบิ๊กแบค ที่หลักหก เพื่อชะลอน้ำเหนือให้ทะลุกลางกรุงช้าลง

พลอากาศเอกสุกำพล รมว.คมนาคมเพื่อนสนิทแม้ว  เป็นผู้รับผิดชอบแผนงานนี้ ออกปากว่า จะเสร็จในวันที่4พ.ย. แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปอีก เป็นเช้าวันที่5พ.ย. แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปอีกว่า น่าจะเสร็จตอนเที่ยงของวันที่5 แต่สุดท้ายก็เลื่อนไปอีกหน่อยว่า จะเสร็จสมบูรณ์ตอนดึกคืนวันที่5 และก็เลื่อนไปวันที่6 ต่อไปอีก
(และณ.วันที่8 พ.ย.54 บิ๊กแบคก็ยังวางไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะมีชาวบ้านแอบกรีดถุง และยังมีชาวบ้านขัดขวางไม่ให้วางอีก40เมตรที่เหลือ)

ถ้านายกฯปู มีภาวะผู้นำ ที่เด็ดขาด มีองค์ความรู้ของนักบริหารธุรกิจชั้นนำอย่างเอสซีแอสฯจริงๆ  เธอ ต้องรู้สิว่า ถ้าทำโครงการใดๆ ถ้ากำหนดแล้วเสร็จ ล่าช้ากว่าที่กำหนด นั่นคือความเสียหายขององค์กร

ยิ่งถ้าเป็นการรับจ้างทำให้คนอื่น ถ้าส่งมอบงานล่าช้าคือ ถูกปรับเงินมหาศาล

สมมุติว่า นายกฯปูเป็นโคลนนิ่งพี่ชายหน้าเหลี่ยมจัดมาจริงๆ ผมเชื่อว่า ถ้านายกฯปูมีมันสมองแบบเหลี่ยมจัดจริงๆ เรื่องแผนการวางบิ๊กแบคควรต้องออกมาในแนวนี้

สุกำพล "การวางบิ๊กแบค คาดว่าน่าจะเสร็จในวันที่4พ.ย.ครับท่านนายกฯ"

นายกฯโคลนนิ่งเหลี่ยมจัด "ท่านสุ ห้ามใช้คำว่า น่าจะ กับดิชั้นเด็ดขาดค่ะ ท่านต้องฟันธงมาเลยว่า จะเสร็จวันไหนแน่"

สุกำพล "เอ่อ.. เสร็จวันที่4 แน่นอนครับท่าน"

นายกฯโคลนนิ่งเหลี่ยมจัด "แต่ดิชั้นขอสั่งการว่า dead lineต้องภายในวันที่3นี้เท่านั้น เพราะนี่คือภาวะวิกฤติ ตอนนี้น้ำมาท่วมหน้าศปภ.จนดิชั้นต้องขายขี้หน้าอีกแล้ว ดิชั้นขอชี้ชัดเลยว่า ท่านสุต้องวางให้เสร็จในวันที่3เท่านั้น ขาดเหลือสิ่งใดก็บอกมาที่ดิชั้นโดยตรง แต่ต้องเสร็จภายในวันที่3เท่านั้น ถ้าช้ากว่านี้ ดิชั้นจะปรับครม.ตำแหน่งท่านแน่ๆ"

สุกำพล "เอ่อ..."

นายกฯโคลนนิ่งเหลี่ยมจัด "ไม่ต้องเอ่อ.. ต้องทำให้ได้เท่านั้น รับปากเดี๋ยวนี้สิคะ"

สุกำพล "ครับท่าน เสร็จวันที่3แน่นอนครับ"

นายกฯโคลนนิ่งเหลี่ยมจัด "ขอบคุณค่ะ ดิชั้นเชื่อมั่นในคำพูดของท่านสุ นะคะ!! อย่าลืม!!"

-------------------------

เพราะเธอไม่เก่งพอ จึงไม่กล้าตัดสินใจ เธออ่อนแอ แถมยังขาดองค์ความรู้รอบด้าน จึงเกิดความไม่แน่ใจว่า ควรทำอย่างไรดี

ปัญหาความล่าช้าในการตัดสินใจ ปัญหาความล่าช้าในการแก้ปัญหา ปัญหาเชื่อคนใกล้ตัวมากกว่าเชื่อผู้รู้ผู้เชี่ยวชาญ

ทั้งหมดล้วนเป็นสาเหตุให้ภัยพิบัติหายนะหนักกว่าที่ควรจะเป็น

เช่น เข้าทำงานบริษัทยังต้องเริ่มฝึกงานเป็นเด็กฝึกงานไปก่อน แต่ประเทศชาติไม่ใช่บริษัท!! ควรมีความพร้อมในการเป็นผู้นำทันที ถ้ายังไม่พร้อมก็ควรฝึกเป็นสส.ไปก่อน ฝึกเป็นผู้ช่วยรมต.ไปก่อน

การที่ขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดทันทีเร็วเกินไป โดยขาดความพร้อมที่แท้จริง หายนะจึงบังเกิด!!



--------------

ปล. น้ำจ่อแถวหน้าปากซอยบ้านผมแล้ว อาจไม่รอดวันนี้ ไม่รู้จะได้กลับมาเขียนบทความอีกมั้ย
สุดท้ายขอให้ผู้อ่านของผม ถ้ายังไม่เจอน้ำ ก็ขอให้อย่าเจอ แต่ถ้าต้องเจอ ก็ให้เจอแค่ท่วมเล็กน้อย
ส่วนใครที่ท่วมแล้ว ก็ขอให้น้ำบ้านท่านลดลงโดยเร็วนับจากคำอวยพรนี้ของผมทันที
ส่วนบุญส่วนกุศลใดที่ผมมี ขอให้ปกป้องแฟนบล็อคของผมทุกคนให้ปลอดภัยด้วยครับ
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ^^



คลิกอ่าน ตำหนิสรยุทธ astv