วันอังคารที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2556

ทำไมน้องเนย ไม่ชอบรถเมล์ฟรีของเบอร์ 9






เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปีนี้ ผู้สมัครเบอร์9 รับคำสั่งจากนายใหญ่ให้ใช้กลยุทธนโยบายของฟรี เพื่อดึงคะแนนเสียง

แต่เผอิญยังมีคนกรุงเทพ อย่างน้องเนย รักฟายแดง (คนละคนกับน้องเนย รักโลก) กลับไม่ชอบนโยบายของฟรีแบบนี้ โดยเฉพาะรถเมล์ฟรี เพราะอะไร มาดูกัน

-----------------------

3 เหตุผล ที่น้องเนย รักฟายแดง ไม่ชอบโครงการรถเมล์ฟรีของเบอร์ 9 เสาไฟฟ้า

"ก็ขนาดเนยจ่ายตังค์ค่ารถเมล์ เวลาเนยโบกให้รถเมล์จอด มันยังไม่ค่อยจะะจอดรับเนยเลยค่ะ แล้วนี่ถ้ารถเมล์ฟรี สงสัยมันไม่ยอมจอดรับเนยแหงๆ"

"รถเมล์ฟรี เนยไม่อยากได้หรอกค่ะ ก็ขนาดจ่ายตังค์ให้มัน มันยังบริการห่วยขนาดนี้ แล้วถ้าเป็นรถเมล์ฟรี มันจะไม่ยิ่งบริการห่วยแตกกว่านี้เหรอคะ"

"ที่สำคัญที่สุด รถเมล์มันทับผู้โดยสารตายปีละหลายคน นี่ถ้ารถเมล์ฟรี เนยกลัวตายฟรีด้วย น่ะสิคะ"



-------------------------

แล้วน้องเนย รักฟายแดง จะเลือกเบอร์ไหน ?

"เนยคิดว่าจะเลือกเบอร์ 16 ค่ะ เพราะเบอร์ 16 อ้วนสมบูรณ์เหมือนหมู น่ารักดีค่ะ"

"ส่วนเบอร์ 9 เสาไฟฟ้า เนยไม่ชอบหรอกค่ะ เหม็นเยี่ยวหมา แหวะ!! "

แล้วเบอร์ 11 เนยไม่อยากเลือกเหรอ

"เนยไม่ชอบเบอร์ 11 ค่ะ เพราะช่วงนี้เนยเรียน รด. อยู่ ครูบอกว่า ผู้หญิงที่เรียนรด. ไม่ควรเลือกเบอร์ 11ค่ะ"

-------------------

แล้วโตขึ้น น้องเนย อยากเป็นอะไร ?

ครู "น้องเนย เธอนี่เรียนอะไรก็แย่ อ่านไทยก็ไม่แตก เลขก็สอบซ่อมแล้วซ่อมอีก สังคมความรู้รอบตัวก็ไม่มี ภาษาอังกฤษยิ่งแล้วใหญ่อ่านไม่ออกพูดก็ไม่รู้เรื่อง เรียนจบแล้วเธอจะทำมาหากินอะไร ครูสอนเธอกี่ครั้งๆ เธอก็ไม่จำ ผิดๆถูกๆ ซ้ำๆ ซากๆ จนครูท้อกับเธอแล้วนะ"

น้องเนย"คุณครูไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ หนูโตขึ้นต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่นอน แม้หนูจะเรียนไม่เก่งก็ตาม"

ครู "ไหนว่ามาซิ เธอจะไปทำอะไร"

น้องเนย "หนูโตขึ้น หนูจะเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงค่ะ"

ครู "นายกหญิงเนี่ยนะ จะเป็นไปได้ยังไง แค่เธอเรียนไม่เก่งอย่างเดียวยังไม่พอหรอก"

น้องเนย "แล้วหนูต้องมีคุณสมบัติอะไรเพิ่มอีกล่ะคะครูขา"

ครู "เธอต้องโง่กว่านี้ แรดกว่านี้ แถมต้องมีพี่ชายเป็นนักโทษขี้โกงหนีคุกด้วย เธอถึงจะมีโอกาสนายกรัฐมนตรีหญิงของประเทศนี้ได้"

น้องเนย รักฟายแดง ซึมไปเลย เถียงครูไม่ออกอีก จึงหันกลับมาตั้งใจเรียนให้มากกว่าเดิม

---------------------

ถ้าไม่เลือกหมู หมารับใช้มาแน่ !!

ถ้าคุณเลือกพวกโจร เพราเห็นแก่ของฟรีที่พวกโจรปล้นมาเสนอให้ คุณก็เลวไม่ต่างกับโจร /@akecity

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



(ปกติผมเลือกชูวิทย์ แต่พอชูวิทย์ไม่ได้ลง คราวที่แล้วผมเลยจำต้องเลือกคุณชายแทน คราวนี้ก็คงต้องเลือกคุณชายอีกครั้งเพราะผมไม่อยากให้พวกชั่วมากินอย่างไร้รอยต่อในเมืองกรุงครับ)


--------------------------

น้องเนยฝากทิ้งท้าย เรื่องพงศพัศไหว้ขอทาน

น้องเนย "คุณพี่คะ คนเราถ้าถึงขนาดยอมไหว้ขอทานเขมรเพื่อขอคะแนนเสียงได้ แสดงว่า มันคงทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งยอมกราบตีนนักโทษหนีคดีเลยนะคะพี่"

น้องเนย "แบบนี้ที่เขาเรียกสร้างภาพแบบโง่ๆ ไงคะ เพราะการขอทานเป็นเรื่องผิดพรบ.ควบคุมการขอทาน พ.ศ.2484. เป็นตำรวจดันไหว้ขอทาน ทุเรศจริงๆค่ะ"


พงศพัศไหว้ขอทาน ทำเอาผู้ติดตามถึงกับอ้าปากค้าง !!






วันพฤหัสบดีที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2556

ถ่ายทอดฟุตบอลทีมชาติ ยุคยิ่งลักษณ์ถอยหลังลงเหว







เมื่อวันก่อน ยิ่งลักษณ์ประกาศวิสัยทัศน์ยุทธศาสตร์ขายฝัน ให้คนไทยเลิกจนแบบที่พี่ชายเหลี่ยมจัดเคยหลอกคนไทยเอาไว้  พวกฟายแดงหน้าโง่คงฝันหวานเสร็จ ก็กินหญ้าเคี้ยวเอื้องต่อเหมือนเดิม

แต่เรื่องยากๆ แบบนั้นยังไม่ต้องไปหวังไกลมาก เอาแค่ถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยทางช่อง 11 ช่องหอยแดงของปู ทีไร แม่งต้องมีโฆษณาขัดจังหวะระหว่างเกมทุกครั้งที่ลูกบอลออกนอกสนาม นี่คือความล้าหลังของช่อง11

เรื่องง่ายๆ แค่นี้ยังทำให้ล้าหลังได้ เรื่องอื่นๆ เลยไม่ควรไปหวังกับรัฐบาลนี้

ผมเคยตั้งกระทู้เกี่ยวโฆษณาที่แทรกระหว่างถ่ายทอดสดฟุตบอลทีมชาติไทยไว้ในบอร์ดสนุก มาครั้งนึงแล้ว เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2554 สมัยยิ่งลักษณ์เพิ่งเข้ามาเป็นรัฐบาลใหม่ๆ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย


นับตั้งแต่ช่อง 11 อยู่ในอุ้งมือนางมาร เวลาถ่ายทอดฟุตบอลทีมชาติไทยทุกครั้งทีไร ก็จะมีโฆษณาแทรกระหว่างการเตะทุกครั้ง

และล่าสุดฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ พ.ศ. 2556 ช่อง 11 ก็เป็นผู้ดำเนินการถ่ายทอดสดนัด ไทย พบ ฟินแลนด์

ทุกครั้งที่ลูกฟุตบอลออกนอกสนาม ช่อง 11 มันจะตัดเข้าโฆษณาทุกครั้ง จนคนดูอย่างผมเสียอารมณ์อย่างมาก แต่ถ้าเป็นพวกฟายแดงมันอาจจะบอกว่า ไม่เห็นเสียอารมณ์เลย ก็นั่นฟายแดงมันฟาย เห็นผิดเป็นชอบ เห็นกงจักรเป็นดอกบัว เห็นอีโง่เป็นอีฉลาด

ฟายแดงมันย่อมไม่เดือดร้อนหรอก ในเรื่องห่วยๆของรัฐบาลยิ่งงั่ง แต่ถ้าเรื่องห่วยๆ แบบนี้เกิดในยุครัฐบาลปชป.ล่ะก็ ไอ้ฟายแดงมันคงจะทนไม่ได้ราวกับขาดหญ้าแพรกของอีปูไว้เคี้ยวเอื้องเกินครึ่งปีทีเดียว

และแล้วช่วงทีไทยยิงคืนฟินแลนด์ ตามมาเป็น 1ต่อ2 ประตู ช่อง 11 มันเจือกยังโฆษณาอยู่ พอตัดกลับมาถ่ายทอดสด คนดูทั้งประเทศก็อดดูลูกยิงลูกนั้นสดๆ ไปแล้ว ห่วยแตกจริงๆ งูจังอีโป้

เดี๋ยวนี้การถ่ายทอดสดฟุตบอลทุกรายการผ่านฟรีทีวีทุกช่อง เขาเลิกมีโฆษณาแทรกกันแล้ว แม้แต่ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียนที่ช่อง 7 เพิ่งจะถ่ายทอดไปเมื่อเดือนก่อน ก็ไม่มีการตัดเข้าโฆษณามาแทรก

หรือจะเป็นบอลยุโรปทุกลีก แม้กระทั่งพรีเมียร์ลีกอังกฤษ หากมาถ่ายทอดผ่านฟรีทีวีด้วย ก็ไม่มีโฆษณาคั่นอีกแล้ว

แล้วช่อง 11 แม่งเป็นสื่อรัฐบาล ที่มุ่งเน้นประโยชน์เพื่อประชาชนมากกว่าผลประโยชน์ทางธุรกิจ ดันเจือกตัดเข้าโฆษณาอย่างถี่ยิบ !!

ทั้งๆ ก่อนหน้าที่รัฐบาลยิ่งงั่งจะมาเป็นรัฐบาล ช่อง 11 ไม่เคยตัดเข้าโฆษณาเวลาถ่ายทอดสดฟุตบอลเลย มานานร่วมๆ 10ปีแล้ว

นี่จึงเป็นการถอยหลังลงเหวของช่อง11 ในยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยแท้ ที่ตอนไอ้นักโทษชายทักษิณเสร่อออกช่อง11 แม่งกลับไม่ตัดเข้าโฆษณา!?

นี่แหละ เขาถึงเรียกว่า ยุคนังกาลีบ้านกาลีเมือง ยุคที่คนไทยเห็นกงจักรเป็นดอกบัวโดยแท้ ห่วย!!




พอผมเห็นว่า ช่อง 11 มันมีโฆษณาคั่นระหว่างถ่ายทอดสด ผมก็แทบไม่ได้ดูอยู่แล้ว ทีนี้พอเริ่มครึ่งหลัง ก็ลองเปลี่ยนช่องมาดูสักนิด ก็เจอโฆษณาตอนบอลยิงเข้าพอดี

ผมเลยเลิกดูมันซะ แล้วเชื่อเลยว่า ไทยแพ้แน่ๆ เพราะนอกจากเรื่องโฆษณาเฮงซวยแล้ว

และสาเหตุบอลไทยที่แพ้ นั่นเพราะมีดัสกร ทองเหลาในสนามนั่นแหละ ไอ้นี่ผมเขียนด่าในเพจมาตลอดว่า ดัสกรตอนนี้คือตัวถ่วงของทีมชาติไทย ยิ่งตอนฟุตบอลอาเซียนคัพที่ผ่านมา ดัสกร นี่แหละที่ไม่มีความพร้อม ไม่ฟิต ลงไปเกะกะในสนามเปล่าๆ

ตราบใดที่ยังมีดัสกรเป็นเพลย์เมคเกอร์ของทีมชาติไทย บอลไทยจะยิ่งห่วยลงกว่านี้แน่นอน

เรียกว่า ไม่พัฒนาไม่พอ แต่จะถอยหลังลงคลองเหมือนช่อง 11 อีกต่างหาก ห่วยพอๆ กัน


----------------------------------------

แถมเรื่อง จิตสำนึกของพนักงานช่อง 3 ทุกคน



http://imgur.com/uj7phNv,lshH3uj#1

นายสมรักษ์ ตัวแทนช่อง3 แจงเหตุแบนเหนือเมฆ แบบนี้ จึงสรุปได้ทันทีว่า ช่อง 3 มันคิดว่าคนดูช่อง 3 ทุกคนต้องโง่แน่ ๆ

ถ้าผู้สื่อข่าวช่อง 3 ผู้จัดละครช่อง 3 พนักงานช่อง 3 ทุกคน ถ้าไม่ใช่ขี้ข้าช่อง 3 ก็ต้องกล้าออกมาประท้วงช่อง 3 ด้วยตัวเองเพื่อรักษาความถูกต้อง 

นี่ถ้าช่อง 3 มันไม่ขึ้นเงินเดือนให้ ไม่จ่ายโบนัสให้ เชื่อมะ ป่านนี้ไอ้พวกพนักงานช่อง 3 ทั้งหมด คงงออกมาประท้วงกันเต็มแล้ว

นี่จึงแสดงให้เห็นว่าเรื่องผลประโยชน์ส่วนตัว มันสำคัญกว่าอุดมการณ์สื่อจริงๆ

ผมจึงขอไว้อาลัยแก่พนักงานช่อง 3 ทุกคนที่ไร้อุดมการณ์ในการรักษาความถูกต้อง พนักงานช่อง3 หัดอายสื่อของจีนเขาบ้างนะ เพราะสื่อจีนเขายังกล้าออกมาประท้วงเรียกร้องเสรีภาพของสื่อ /@akecity


คลิกอ่าน ขอมไม่ใช่เขมร กูจะเรียกเขมรให้หนักหัวพ่อไอ้ปิ้ง !!




วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

ขอมไม่ใช่เขมร ชาวสยามคือผู้สร้างนครวัดนครธม







ไอ้ปึ้ง สุรพงษ์ ตอบนายศิริโชค โสภา ในสภาว่า "อย่าไปเรียกเขมร เพราะเขาไม่ชอบ"

นี่คือการแสดงให้เห็นถึงการยอมเป็นขี้ข้าเขมรอย่างชัดเจน แค่เป็นขี้ข้าทักษิณอย่างเดียวไม่พอ ดันขอเป็นขี้ข้าฮุนเซ็นอีกตัว



ส่วนไอ้ฮุนเซ็นน่ะเหรอ ไอ้นี่ก็ขี้ข้าเวียดนาม กรณีไอ้ฮุนเซ็นเดี๋ยวผมจะสรุปท้ายบทความอีกที

----------------------------

ประวัติศาตร์น่าคิด สยาม ขอม เขมร 

ผมเคยเจอพวกเสื้อแดงโง่ๆ (เฉพาะบางตัว) ชอบอ้างว่า เขาพระวิหารสร้างโดยขอม ฉะนั้นเขาพระวิหารจึงต้องเป็นของประเทศกัมพูชาหรือไอ้พวกเขมร เพราะเขมรก็คือขอม

ถ้าพวกเสื้อแดงมึงคิดแบบนี้ แสดงว่าพวกมึงคงอยากยกปราสาทหินพิมาย ปราสาทพนมรุ้ง และอีกหลายแห่ง ให้เขมรพ่อพวกมึงด้วยล่ะสิ

แต่ความเป็นจริง เขมรมันก็ไม่โง่เหมือนพวกเสื้อแดงหรอก ที่จะนำตรรกะเรื่องวัฒนธรรมขอมมาใช้อ้างในศาลโลก เพราะเรื่องอาณาจักรโบราณ นำมาใช้อ้างอิงเรื่องเขตแดนความเป็นประเทศตามหลักสากลไม่ได้

ฉะนั้นจะมาอ้างว่า  ประเทศกัมพูชา หรือคนเขมร ก็คือ ขอม ไม่ได้

และคนเขมร ก็ไม่ใช่ชนชาติเดียวที่มีเชื้อสายขอม เพราะคนไทยจำนวนมากก็มีเชื้อสายขอมเช่นกัน

สมัยยุคอาณาจักรขอมโบราณเรืองอำนาจได้แผ่อิทธิพลไปไกลจนถึงสุโขทัย และลุ่มน้ำเจ้าพระยา ชาวอาณาจักรสุโขทัยจำนวนไม่น้อยก็มีเชื้อสายขอม

คนลพบุรีก็มีเชื้อสายขอมโบราณเช่นกัน นั่นคืออาณาจักรละโว้ นั่นเอง

เพราะชนเผ่าไทย และขอมโบราณ มีการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม และสืบเชื้อสายข้ามไปข้ามมาจนกลืนกันไป

ทางศรีษะเกษ สุรินทร์ โคราช และอีกหลายจังหวัดทางอีสาน หากสืบย้อนขึ้นไปจริงๆ ก็มีเชื้อสายขอมโบราณทั้งนั้น ศิลปะขอมจึงสืบทอดกันมาในพื้นที่ภาคอีสานมีให้เห็นมากมาย

ปราสาท เจดีย์ หรือพระพุทธรูปต่าง ๆ ในสมัยขอมโบราณ ก็มาจากฝีมือบรรพบุรุษของคนไทยเชื้อสายขอมโบราณที่เรียกว่า ชาวสยาม เป็นคนสร้างไว้ ตามคำสั่งของกษัตริย์ขอมโบราณ

คนไทยชาวสยามหรือเสียมในภาษาเขมร และชาวขอมโบราณ จึงมีรากเหง้าวัฒนธรรมเดียวกัน ใกล้เคียงกัน 

หากจะเปรียบเทียบก็คล้าย ๆ กับชาวล้านนา (ชาวไทยเหนือ) กับชาวล้านช้าง (ลาว) นั่นแหละที่มีรากเหง้าใกล้เคียงกัน

แต่ปัจจุบันอาณาจักรขอมโบราณล่มสลายไป เหลือแต่ลูกหลานเชื้อสายขอม ที่มีอยู่ทั้งในไทย ลาว เขมร และเวียดนามบางส่วน

เชื่อหรือไม่ ? เดี๋ยวนี้มีนักประวัติศาสตร์บางส่วนเริ่มเชื่อกันว่า นครวัด อาจสร้างโดยชาวสยามหรือเสียม  แต่ถูกพวกขอมโบราณที่รุ่งเรืองอำนาจขึ้นมาแย่งชิงไป

ขอมโบราณได้บุกตีอาณาจักรของชาวเสียมจนราบคาบ จึงเกิด คำว่า เสียมเรียบ ที่แปลว่า สยามพ่ายแพ้ ซึ่งเป็นที่ตั้งของปราสาทนครวัด 

ปราสาทนครวัด ตั้งอยู่ในจังหวัดเสียมเรียบ (เสียม = สยาม , เสียบเรียบ = สยามพ่าย)



แล้วชาวสยามหรือเสียม ก็หนีพวกขอมโบราณ มาตั้งอาณาจักรใหม่ในพื้นที่ที่เป็นประเทศไทยในทุกวันนี้ คาดว่า ตอนแรกชาวสยามไปตั้งอาณาจักรทวารวดี และต่อมาพัฒนามาเป็นอาณาจักรละโว้ ซึ่งก็คือเมืองลพบุรีในปัจจุบัน


พระปรางค์ 3 ยอด แห่งอาณาจักรละโว้ จ. ลพบุรี


และต่อมาอาณาจักรละโว้เกิดโรคระบาด ทำให้พระเจ้าอู่ทองจึงย้ายราชธานีจากอาณาจักรละโว้มาสร้างราชธานีใหม่ที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ก็คือ อาณาจักรอโยธยาหรือกรุงศรีอยุธยา แทน

เมื่อกรุงศรีอยุธยาเริ่มมั่นคง พระเจ้าอู่ทองก็ได้ส่ง ขุนหลวงพระงั่วไปปราบขอมจนได้เป็นเมืองขึ้น นับแต่นั้นขอมก็เป็นเมืองขึ้นคนไทยเรื่อยมา และหลังจากขอมล่มสลาย ได้มีชาวขอมบางส่วนก็ได้ไปตั้งอาณาจักรใหม่ คือ ขแมร์ หรือ กัมพูชา นั่นเอง (และลูกหลานชาวขอมอีกมากมายก็ยังอยู่แถบพื้นที่จังหวัดอีสานใต้ในปัจจุบัน)

ส่วนภาษาไทย ก็คือ ภาษาขอมที่ได้รับการพัฒนาให้เจริญจนสูงสุดแล้ว เพราะคนไทยโบราณฉลาดมาก

ซึ่งมีทฤษฎีใหม่เริ่มเชื่อว่า ชาวสยาม อาจเป็นผู้คิดค้นภาษาขอมหรือภาษาเสียมด้วยซ้ำ แต่พอคนไทยบางส่วนที่ย้ายมาตั้งอาณาจักรใหม่ คือ สุโขทัย (สุโขทัยแยกตัวมาจากอาณาจักรละโว้)

สังเกตจากเครื่องแต่งกายของชาวสุโขทัยก็มีคล้ายกับชาวขอมโบราณเช่นกัน

เมื่อชาวไทยสยามสุโขทัย ได้รวมกับชาวไทยลื้อและชาวไทยล้านนาทางเหนือ จึงมีการแลกเปลี่ยนทางภาษาและวัฒนธรรมซึ่งกันและกัน จนทำให้เกิดการพัฒนาภาษาขึ้นไปอีกในยุคพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ที่ได้คิดค้นดัดแปลงภาษาขอมให้ดีขึ้น จนกลายเป็นภาษาไทย

ส่วนภาษาเขมรที่ยังดูใกล้เคียงภาษาขอมโบราณมากกว่าภาษาไทยนั้น ก็เพราะพวกชาวเขมรไม่ค่อยพัฒนาภาษาขอมต่อมาอีกเท่าไหร่นัก 

จึงทำให้เกิดความเชื่อที่ว่า เขมร คือ ขอม เพราะภาษาเขมรในปัจจุบันมีความใกล้เคียงภาษาขอมโบราณมากกว่าภาษาไทยในปัจจุบัน

แต่ภาษาไทยมีความสวยงาม สละสลวยกว่าภาษาขอมและภาษาเขมรยิ่งนัก

คนไทยที่พัฒนามาจากชาวสยามหรือเสียมในภาษาเขมรนั้น มีความเก่งทางด้านศิลปะอย่างมาก จนพัฒนาความงดงามทางศิลปะต่าง ๆ จนมีความวิจิตรละเอียดบรรจงประหนึ่งเทวดาลงมารังสรรค์ สวยงามเหนือกว่าศิลปะชาติใดในแถบอินโดจีนนี้ ทำให้ศิลปะไทยในสมัย ๆ ต่อ ๆ มา จึงเริ่มห่างไกลจากศิลปะดั้งเดิมขอมโบราณ

ฉะนั้นตรรกะที่ว่า ขอม คือ เขมร จึงเป็นตรรกะที่คนโง่ใช้เท่านั้น

เพราะแม้แต่กัมพูชา หรือ เขมร เขาก็รู้ว่าตรรกะนี้ใช้ไม่ได้ เพราะความเป็นประเทศในโลกปัจจุบัน จะไม่มีการนำวัฒนธรรมและเชื้อสายในอาณาจักรโบราณมาอ้างอิงในเรื่องเขตแดนได้อีก

กัมพูชาหรือเขมรจึงเดินหน้าด้วยวิธีการอันแยบยล เพื่อให้ทางไทยยอมรับแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน ก่อนต่างหาก นี่แหละวิธีจะยึดแผ่นดินไทยของกัมพูชาขั้นแรก

แม้วันก่อน พล.อ.ประยุทธ จะมาบอกว่า MOU43 ไม่ได้แปลว่ายอมรับแผนที่ 1 ต่อ  2 แสน ก็ตาม แต่นั่นคือความคิดของฝ่ายไทยฝ่ายเดียว

เพราะฝ่ายเขมร มันถือว่า ไทยได้ยอมรับแผนที่ 1ต่อ2 แสน ไปแล้ว (ตามแถลงการณ์ของนายฮอร์ นัม ฮง)

เพราะเขมรได้แนบแผนที่  1 ต่อ  2 แสน (เขมรใช้คำว่าแผนผังเพื่อเลี่ยงคำ) ในการยื่นเอกสารหลักฐานในการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกด้วย

โดยเฉพาะไอ้เหล่ นพดลมันโกหกตอแหลว่าเขมรขึ้นแค่ตัวปราสาทเท่านั้น

(หมายเหตุผมไม่ใช่นักประวัติศาสตร์ เพราะประวัติศาสตร์ไม่มีอะไรตายตัวแน่นอน จนกว่าจะพบหลักฐานใหม่ ประวัติศาสตร์ก็อาจเปลี่ยนไป แม้แต่นักประวัติศาสตร์ยังเห็นต่างกันเลยครับ เอาเป็นว่าอ่านที่ผมเขียนพอได้ความรู้ในอีกแง่หนึ่งแล้วกัน)

-------------------------

สรุปง่ายๆคือ 

คนไทยในแผ่นดินไทยหลายจังหวัดก็มีเชื้อสายขอม เป็นลูกหลานชาวขอมในอดีต ไม่ต่างจากอะไรจากคนเขมรเช่นกัน

ขอมสูง (ขแมร์ลือ=เขมรสูง) คือ คนไทยเชื้อสายขอม ในประเทศไทย

ขแมร์กรอม คือ เขมรล่าง ที่คนไทยเชื้อสายขอมใช้เรียกพวกเขมรในกัมพูชา

คำว่า ขอม ปัจจุบันคนไทยมักใช้คำนี้ในลักษณะยกย่องในทางศิลปวัฒนธรรม เช่นวัฒนธรรมขอม

ส่วนคำ เขมร คนไทยใช้เรียกแทนพวกขอมล่าง  หรือเขมรในปัจจุบัน

ในเมื่อคนไทยในแผ่นดินบางส่วนมีเชื้อสายขอม ลูกหลานคนไทยเชื้อสายขอมเหล่านี้ก็ย่อมมีสิทธิปกป้องดูแลโบราณสถาน และโบราณวัตถุที่มาจากศิลปะขอมเช่นกัน

คำว่า เขมร เป็นคำไทยภาษาไทย  ที่คนไทยใช้เรียก พวกขแมร์ หรือพวกเขมรนั่นแหละ

เช่น ประเทศเมียนมา ภาษาไทยเราเรียก ประเทศพม่า

ชาวอิงลิช ภาษาไทยเราเรียก ชาวอังกฤษ

ชาวนิปปอน และเจแปน ภาษาไทยเราเรียกว่า ชาวญี่ปุ่น และประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมล่ะโมโหจริงๆ มีผู้ประกาศข่าวกีฬาช่อง 7 อ่านข่าวว่า ประเทศเมียร์ม่า นี่มันผิดชัดๆ

ในภาษาไทยเราต้องเรียก ประเทศพม่า จึงจะถูกต้อง

และถ้าหมาตัวไหน ไม่กล้าเรียกกัมพูชาว่าเขมร มันก็คือขี้ข้าเขมรเท่านั้น

--------------------

ไอ้ฮุนเซ็นกร่างอยากยึดดินแดนไทย แต่

ไอ้ฮุนเซ็น ขี้ข้าเวียดนาม ที่ได้เป็นผู้นำเขมรเพราะมีเวียดนามหนุนหลัง ฮุนเซ็นยอมยกแผ่นดินเขมรบางส่วนที่เคยเป็นข้อพิพาทกับเวียดนาม ให้เวียดนามซะ

แล้วเดี๋ยวฮุนเซ็นจะมาเอาแผ่นดินไทย ที่พวกขี้ข้าตัวไทยใจเขมรประเคนแผ่นดินให้แทน





คลิกอ่าน แฟชั่นแห่ทำบุญช่วยโรฮิงญาของคนไทย






วันอาทิตย์ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2556

แฟชั่นทำบุญช่วยเหลือชาวโรฮิงญาของคนไทย






จากกรณีชาวโรฮิงญา อพยพมาไทยจำนวนหลายร้อยคน สภาพอดอยากหิวโหย เป็นข่าวดังในช่วงนี้

ผมยอมรับว่า ในฐานะเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็อดสงสารไม่ได้ และการที่รัฐบาลไทยให้ความช่วยเหลือตามสมควร ตามหลักเมตตาธรรมในฐานะเพื่อนมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ

แต่สิ่งที่กลายเป็นเรื่องที่จะเป็นดาบสองคม คือแฟชั่นทำบุญบริจาคช่วยเหลือชาวโรฮิงญาของคนไทย

--------------------

ตัวอย่างแฟชั่นบริจาคช่วยหมาจรจัด 

คนไทยเป็นพวกชอบทำบุญตามกระแสตามแฟชั่น คล้ายตอนแห่กันบริจาคช่วยหมาจรจัดที่ถูกจับส่งไปขาย จนได้เงินบริจาคร่วม20กว่าล้าน ที่นครพนม

เห่อกันบริจาคไปแล้ว และคุณเคยไปตามดูต่ออีกหรือไม่ว่า หมาจรจัดพวกนั้น ก็กลับมีสภาพชีวิตไม่ดีขึ้นไปกว่าเดิม แย่กว่าเดิมด้วยซ้ำ

เพราะหมาจรจัดถูกพาไปขังแออัดยึดเยียดในสถานที่เลี้ยงที่คับแคบเกินไป ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรจากการขังคุกเลย แต่เป็นคุกหมา !!

แถมหมาจรจัดเหล่านั้นก็ทยอยตายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะความแออัดของหมา ทำให้เวลามีหมาป่วยติดเชื้อ ก็จะระบาดแพร่ไปได้อย่างรวดเร็ว

พูดง่ายๆ คือ หมาจรจัดที่คนไปช่วยให้รอดพ้นจากการไปเป็นอาหารของชาวเวียดนาม ก็ต้องกลับกลายมาติดคุกหมาแทน !!

แถมติดคุกตลอดชีวิต!!

ถามว่า ถ้าไม่ให้หมาจรจัดเขาไปตามกรรมของเขา เมื่อไปช่วยเขากลับมา ทำไมไม่ปล่อยให้หมาจรจัดพวกนี้ กลับไปจรจัดเป็นอิสระเหมือนเดิมเล่า ? 

แต่กลับเอาหมาจรจัดไปกักขังแออัด ก็เหมือนจับหมาไปขังคุกนั่นเอง

ที่สำคัญ ไม่มีพวกใจบุญตามแฟชั่นตามไปดูแลต่อว่า สภาพศูนย์หมาจรจัดที่นครพนมวันนี้มีสภาพเป็นยังไง ??

ถ้าใครได้ดูข่าวทีวีไทย จะรู้ว่า มีสภาพย่ำแย่ เงินทองก็ร่อยหรอ หมาปวยตายเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จากหมาจำนวนกว่า 2,300 ตัว ตอนนี้เหลือไม่ถึง 800 ตัว  (จากข่าวเมื่อหลายเดือนก่อน)

เงินบริจาคส่วนใหญ่ต้องหมดไปกับค่าจ้างเจ้าหน้าที่มาดูแลรักษาหมา

แล้วถ้าเงินบริจาคหมดล่ะ ?

เมื่อหลายเดือนก่อนผมดูข่าวครั้งสุดท้าย จำได้ว่า เงินบริจาคช่วยหมาจรจัดที่นครพนม เหลือประมาณ 8 ล้านบาทเศษเท่านั้น จากที่เคยมีกว่า 24 ล้าน (ถ้าจำไม่ผิด)

คนไทยเห่อกันไปทำบุญช่วยหมาจรจัด แล้วมันก็เลือนหายไปตามกาลเวลา ไม่มีใครสนใจไปติดตามช่วยเหลือต่อ

ถ้าคุณรักหมาจรจัดกันจริง ก็ไปรับเขามาเลี้ยงสิ !!

แต่ก็ไม่มีใครเอามาเลี้ยงสักราย น้อยมากๆ ที่จะไปขอหมาจรจัดเหล่านั้นมาเลี้ยง

หากเป็นผม ผมว่า ถ้าไปช่วยเขากลับมาแล้ว กลับนำมาพวกเขากักขังยัดเยียด ป่วยตาย ไร้อิสระเสรีเหมือนเก่า

ผมว่าสู้ปล่อยพวกเขาไปตามยถากรรมของหมาเขาดีกว่า เพราะหมาเขาก็มีกรรมของหมา แม้เขาอาจต้องไปตายเป็นอาหารของชาวเวียดนามก็จริง

แต่บางทีการตายเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ ก็อาจเป็นกุศลที่พาเขาไปสู่ภพภูมิใหม่ที่ดีขึ้นก็ได้

เพราะหมาเขาก็เกิดมาใช้กรรมของเขาเหมือนกัน

การตายเพื่อไปเป็นอาหาร กับการป่วยตายในสภาพติดคุกหมา มันต่างกันตรงไหน ?

ถ้าผมเป็นหมาจรจัด ถ้าผมไม่ได้กลับมาจรจัดแบบอิสระเหมือนเดิมอีก

ผมจะขอเลือกตายเพื่อเป็นอาหารคน เพื่อชดใช้กรรมที่ต้องมาเกิดเป็นหมาของผม เพราะการเสียสละชีวิตเพื่อเป็นอาหารยังได้บุญ และ ดีกว่าให้ผมไปป่วยตายในคุกหมาอย่างอนาถ

-------------------------


คุณรู้หรือไม่ ? ตำรวจจับพวกลักลอบขายหมาที่ถูกจับได้อีกในระยะหลังๆ จะนำไปให้ที่นครพนมเลี้ยง แต่เมื่อไม่มีเงินบริจาคเข้ามาอีก หมาก็ไปแออัดตายหนักเข้าไปอีก

ตอนหลังศูนย์ไม่สามารถรับหมาจรจัดเพิ่มอีกได้

ทุกวันนี้ตำรวจก็เลยต้องทำเป็นไม่เห็น ต้องปล่อย ๆ พวกลักลอบขายหมาผ่านๆ ไปบ้างแล้ว เพราะจับหมามาก็ไม่รู้จะเอาไปเลี้ยงที่ไหน ??

(กรณีหมาจรจัด ผมจะต้องมีบทความขยายต่ออีกโปรดรอติตาม)

----------------------------

คนไทยเห่อบริจาคช่วยชาวโรฮิงญา เป็นดาบสองคม

ผมเห็นคนไทยทำตัวใจบุญไม่เข้าท่า มีตั้งตัวเป็นคนถือกล่องรับบริจาคช่วยชาวโรฮิงญาก็มีในหลายแห่ง แชร์ภาพในเฟซบุ้ก

นี่คือวิธีการคิดที่ตื้นเขินของคนไทยอีกเรื่อง เหมือนทำบุญปล่อยเต่า ปล่อยตะพาบ สุดท้ายกลายเป็นทำบาปหนักกว่าเดิม !!




แน่นอน ใครใคร่ช่วยเลือกบริจาคช่วยเพื่อนมนุษย์ ก็ย่อมได้ ไม่มีใครห้าม

แต่คุณรู้หรือไม่ ยังมีชาวโรฮิงญาอีกหลายแสนคนในพม่า เขาจะได้รับรู้ว่า คนไทยใจบุญเมตตาต่อพวกเขา และต่อไปก็จะต้องมีชาวโรฮิงญาแห่กันหนีมาเมืองไทยอีกมากมาย

แล้วคนไทยใจบุญทั้งหลายล่ะ พวกคุณกล้ารับคนพวกนี้ไปพักอาศัยที่บ้านพวกคุณหรือไม่

เพราะพวกเขาอยากได้งานทำ อยากได้ที่พักที่ปลอดภัยและถาวร !!

ถ้าคุณมีกิจการร้านค้า คุณกล้ารับคนพวกนี้ไปทำงานให้คุณหรือไม่ ?

พวกสิทธิมนุษยชนทั้งหลาย ที่ปากอ้างสิทธิมนุษยชนกันนัก อย่ามาผลักภาระให้รัฐบาลไทยฝ่ายเดียวสิ

พวกนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายควรไปรับเขามาอยู่บ้านของพวกคุณ บ้านละคน ก็ยังดี ทำได้ไหมล่ะ ? เริ่มที่บ้านพวกคุณก่อนเลย 

ถามว่า ทำไมไม่มีประเทศไหนกล้าอ้าแขนรับชาวโรฮิงญา ?

ขนาดบังคลาเทศ มีเชื้อสายที่ใกล้เคียงชาวโรฮิงญามากที่สุด แถมนับถือศาสนาอิสลามเหมือนกันด้วย

แต่ทำไมบังคลาเทศถึงไม่ยอมรับชาวโรฮิงญา ทั้งๆ ที่ชาวโรฮิงญาก็คือชาวเผ่าๆ หนึ่ง ในอินเดียโบราณเหมือนชาวบังคลาเทศนั่นเอง

ขนาดบังคลาเทศ และพม่า ยังไม่ยอมรับคนพวกนี้ อาจเพราะมีอะไรลึกๆ และร้ายๆ ที่คนไทยที่ชอบคิดตื้นๆ ไม่รู้ข้อมูลหรือไม่ ?

การที่ไม่มีประเทศไหนอ้าแขนรับชาวโรฮิงญาเลย นั่นเพราะเขารู้จะต้องมีปัญหาตามมาอีกมากมายแน่ต่อประเทศของเขา?

-------------------------------

ปล่อยรัฐบาลช่วยเหลือไป

การที่รัฐบาลไทยช่วยเหลือไปตามหลักมนุษยธรรม เมตตาธรรม ตามหลักสากล เป็นเรื่องที่ควรทำ และต้องทำ

แต่คนไทยไม่ควรไปเห่อกันช่วยบริจาคช่วยเหลือ เพราะนี่คือดาบสองคม ที่จะทำให้มีชาวโรฮิงญาหลงเข้าใจผิดคิดว่าคนไทยใจบุญ และพวกเขาจะแห่กันมาอีกเพียบ

คนไทยใจบุญเหล่านั้น จะยอมรับเขาไปเป็นคนในครอบครัวคุณได้หรือไม่ล่ะ ?

ทุกวันนี้คนไทยที่อดอยาก ไร้ที่อยู่มีมากมาย คนไทยไปเห่อช่วยบริจาคกันแล้วยัง ?

และถ้าชาวโรฮิงญาแห่กันมาไทยอีกหลายแสนคน และไม่มีประเทศที่ 3 จะรับพวกนี้ไปเลี้ยงต่อจากไทยล่ะ

ตกลงพวกเราเต็มใจให้พวกนี้อยู่ในแผ่นดินเราใช่ไหม ?

เดี๋ยวพอพวกนี้มีลูกที่เกิดในเมืองไทย เราพร้อมให้สัญชาติไทยแก่เด็กพวกนี้หรือไม่ ?

แค่คนไทยแท้ๆ ที่ไร้สัญชาติยังเป็นปัญหาเลยครับ

ที่ถูกต้องคือ เราปล่อยให้รัฐบาลช่วยเหลือไปตามหลักสากลปฏิบัติ

แต่คนไทยไม่ควรสร้างภาพพจน์ผิดๆ ขึ้นมา เพื่อให้ชาวโรฮิงญาในพม่าอีกหลายแสนคนเข้าใจผิด หลงคิดว่า คนไทยต้อนรับชาวโรฮิงญา ให้มาสร้างหลักปักฐานในไทยได้

-----------------------------

หลักการวางเฉย

พระพุทธเจ้าได้สอนเรื่องอุเบกขา หรือการวางเฉยไว้ หลักการนี้ใช้ได้ในหลายเรื่องเช่นในกรณีชาวโรฮิงญา

ทำไมไม่มีประเทศไหน อ้าแขนรับชาวโรฮิงญา เลย นั่นเพราะทุกประเทศเขาย่อมห่วงจะเกิดปัญหากับประเทศของเขาตามมา

แม้แต่มาเลเซีย นับถืออิสลามเหมือนชาวโรฮิงญา แม้จะสงสารชาวโรฮิงญา แต่เขาก็ห่วงปัญหาที่จะเกิดกับประเทศของเขามากกว่าเช่นกัน

หากการไปช่วยเหลือชาวโรฮิงญา แล้วอาจต้องนำพาความเสียหายแก่ประเทศชาติและส่วนรวมต่อไป

บางทีก็ต้องทำใจว่า ต้องปล่อยให้เขาเป็นไปตามกรรม เพราะเขาไม่ใช่ญาติเรา ไม่ใช่คนรู้จักของเรา ให้เราช่วยเท่าที่พอจะทำได้ เราต้องยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

เพราะคนไทยชอบทำบุญแบบคิดสั้น จนทำให้เป็นปัญหาเดือดร้อนแก่ประเทศชาติในระยะยาว

ตัวอย่างเช่น ผู้บริหารมูลนิธิหมาจรจัด ที่ได้รับการอุปถัมภํ จากหลวงตามหาบัว เคยเล่าไว้ว่า

ในอดีตเธอเหมือนคนมีกรรม เธอเห็นหมาจรจัดตามถนนหนทางเป็นไม่ได้ จะต้องนำมาเลี้ยงไว้ที่บ้าน สุดท้ายทำเพื่อนบ้านเดือดร้อน ทำครอบครัวเดือดร้อน ต่อมาได้รับความช่วยเหลือจากหลวงตามหาบัว

ทีนี้พอเธอเดินทางไปไหน เห็นหมาจรจัด เธอจำต้องทำวางเฉยไปบ้าง และพยายามคิดว่า หมาเขาก็มีกรรมของหมา

หากเรานำหมามาเลี้ยงอีก เท่ากับสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเองและครอบครัวมากขึ้น ทำความเดือดร้อนให้มูลนิธิมากขึ้น เพราะที่มูลนิธิก็ไม่ได้รับหมาจรจัดได้มากเกินจำนวนที่รองรับได้

----------------

ทุกวันนี้ก็มีแขกบังคลาเทศ และโรฮิงญา เต็มประเทศไทยแล้ว

เคยเห็นพวกแขกเดินเข็นรถขายโรตีไหม นั่นแหละ มีทั้งบังคลาเทศ และโรฮิงญา ทั้งนั้น ส่วนพวกโรฮิงญา จะไม่บอกว่าตัวเองเป็นโรฮิงญา แต่จะบอกว่าเป็นอินเดีย หรือบังคลาเทศแทน

ตอนแรกพอเข้ามาเมืองไทย อาจทำงานรับจ้างอื่นๆ

ต่อมาพอมีเงินจะขี่จักรยานขายถั่ว ต่อมาก็จะขายโรตี พอเก็บเงินได้มากพอ ก็จะเริ่มปล่อยเงินกู้ให้คนไทย สุดท้ายได้เป็นเจ้าหนี้ตนไทย ฐานะคนพวกนี้จะเริ่มดีขึ้น

แล้วก็หาเมียคนไทยสักคน เพื่ออยู่ในประเทสไทยได้ เมียไทยแขกบอกหาไม่ยากหรอก ถ้ามีเงินมากพอ

ส่วนคนไทยเป็นเจ้าของประเทศแท้ๆ สุดท้ายจนกว่าพวกแขกเสียอีก เพราะอะไรล่ะ ?

ฉะนั้นอย่าไปเชื่อไอ้เชี่ยแม้วว่า มีประชาธิปไตยแล้วจะรวย ก็ขนาดแขกมาอยู่เมืองไทยไม่กี่ปี แขกก็รวยได้แล้ว ไม่เห็นต้องพึงไอ้เชี่ยแม้วเลยครับ

จึงมีแต่คนไทยที่โง่บัดซบบางพวกเท่านั้น ที่คอยจะหวังพึ่งไอ้เชี่ยแม้ว


------------------------

ทำบุญกลับสร้างบาป

อย่าให้กรณีทำบุญแก่ชาวโรฮิงญา เป็นเสมือนการทำบุญปล่อยเต่า ที่กลับกลายเป็นสร้างบาป(ต่อประเทศชาติ)มากกว่าได้บุญ

เพราะปล่อยเต่า กลายเป็นปล่อยให้เต่าต้องไปทุกข์ทรมานแสนสาหัสเหมือนตายทั้งเป็น ลองดูคลิปรายการช่วยคิดช่วยทำ เรื่องทำบุญปล่อยสัตว์ครับ




คลิกอ่าน ติดคุกมาไม่ถึง 5 ปี ได้เป็นสส. ยุคโจรครองเมือง




วันเสาร์ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2556

เคยติดคุกผ่านไปไม่ถึง 5 ปีได้เป็นสส.ยุคโจรครองเมือง







หลายคนอาจลางเลือน อาจลืมไปว่า

ทนายความคดีคดีที่ดินรัชดาของทักษิณและพจมาน ชื่อ นายพิชิต ชื่นบาน ได้รับโทษจำคุก 6 เดิอนทันที โดยไม่รอลงอาญา และไม่ให้ประกันตัวเพราะคดีถึงที่สุดแล้ว  จากคดีติดสินบนเจ้าหน้าที่ศาลแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วยถุงขนมใส่เงิน 2 ล้านบาท

เพราะนายพิชิต เพิ่งจะติดคุกเมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ.2551 ซึ่งติดคุกไป 6 เดือน พอพ้นโทษมาไม่ถึง 5 ปี ก็ได้มาเป็นสส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยลำดับที่ 43 เมื่อพ.ศ.2554 

เท่ากับว่านายพิชิตพ้นโทษยังไม่ทันถึง 5 ปี ก็ได้มาเป็นสส.พรรคเพื่อไทย (พรรคเพื่อโจร) ได้ ทั้ง ๆที่ ขาดคุณสมบัติการเป็นสส. ไม่รู้กกต. มันให้คุณสมบัติผ่านมาได้ยังไง

นี่จึงตอกย้ำชัดเจนว่า นี่คือยุคโจรครองเมือง ชัดเจน

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

http://imgur.com/qSLP5uY

ลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (มาตรา 102)

1. ติดยาเสพติดให้โทษ
2. เป็นบุคคลล้มละลายหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
3. เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 100 (1) (2) หรือ (4)
4. ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล

5. เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุกโดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(ความผิดลหุโทษ หมายถึง โทษเบา คือจำคุกสูงสุดไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน1,000บาท)

6. เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
7. เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน เพราะร่ำรวยผิดปกติหรือมีทัรพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ
8. เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำนอกจากข้าราชการการเมือง
9. เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
10. เป็นสมาชิกวุฒิสภาหรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาและสมาชิกภาพสิ้นสุดลงแล้วยังไม่เกินสองปี
11. เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
12. เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
13. อยู่ในระหว่างต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตามมาตรา 263
14. เคยถูกวุฒิสภามีมติตามมาตรา 274 ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง

-----------------

นายพิชิต ปัจจุบันนอกจากเป็น สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยแล้ว ยังเป็นคณะทำงานด้านกฎหมายของพรรคเพื่อไทยอีกด้วย

กรณีนายพิชิต ไม่ใช่กรณีเดียวที่เกิดขึ้นกับสส.พรรคเพื่อไทย


---------------------

นายวราเทพ ได้เป็นรัฐมนตรีเพราะศาลไทยห่วย

ยังมีนายวราเทพ รัตนากร รมต.สำนักนายกฯ อีกคน ที่เป็นกรณีที่คล้ายคลึงกัน เพราะเมื่อวันที่ 30 ก.ย. 2552 นายวราเทพได้รับคำพิพากษาต้องโทษจำคุก 2 ปี ปรับเงิน 20,000 บาทจากคดีหวยบนดิน โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญา2ปี

พอยังไม่ได้รับโทษจำคุกจริง พวกโจรครองเมืองก็หาเหตุอ้างว่า ยังไม่ได้รับโทษจำคุกจึงมาเป็นรมต.ได้

มาตรา ๑๗๐ รัฐมนตรีต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์

(๓) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

(๔) ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๙๖ (๑) (๒) (๓) (๔) (๖) (๗) (๘) (๙) (๑๑) (๑๒) (๑๓) หรือ (๑๔)


(๕) ไม่เคยต้องคำพิพากษาให้จำคุก โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีก่อนได้รับแต่งตั้ง เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) ไม่เป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือเคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลงมาแล้วยังไม่เกินหนึ่งปีนับถึงวันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี

ซึ่งในกฎหมายไม่ได้ระบุว่า ต้องถูกจำคุกจริงหรือไม่ แค่ต้องคำพิพากษาจำคุก ก็ถือว่า ผิดกฎหมายว่าด้วยคุณสมบัติรัฐมนตรีไปแล้วครับ

การที่ศาลให้รอลงอาญา ไม่ได้แปลว่า จำเลยไม่ได้ทำผิดกฎหมาย แต่จำเลยได้กระทำความผิดกฎหมายไปแล้ว

การรอลงอาญาเป็นเพียงศาลเมตตาให้กลับเนื้อกลับตัว เพราะเห็นว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยทำความผิดมาก่อน

เมื่อได้ทำความผิดกฎหมายจนต้องคำพิพากษาจำคุกแล้ว อยู่ๆ ยังหน้าด้านมาเป็นรัฐมนตรีอีก หัดละอายแก่ใจซะบ้าง

เอ้า หากมองว่า โทษจำคุกได้รอลงอาญา2 ปี แต่การรอลงอาญาก็ต้องถือว่าเป็นการลงโทษชนิดนึง เพียงแต่ไม่ต้องติดคุกจริง ๆ เท่านั้น และการโดนปรับ 2 หมื่นบาท ก็ต้องถือว่าเป็นการรับโทษเช่นกัน

กรณีต้องโทษปรับ 2หมื่นบาท เมื่อปี2552 จนได้เป็นรมต.ประจำสำนักนายกฯ ในปลายปี2555 ก็ถือว่า ยังไม่พ้นโทษกำหนด 5 ปีตามกฎหมาย

ส่วนกรณีรอลงอาญา 2 ปี นายวราเทพได้รับคำพิพากษาเมื่อเดือน วันที่ 30 กันยายน 2552 ครบกำหนดรอลงอาญา 2 ปี ก็ต้องเป็นวันที่ 30 กันยายน 2554

เท่ากับว่า ยังพ้นโทษไม่ถึง 5 ปีตามกฎหมายกำหนดเช่นกัน ก็ได้มาเป็นรัฐมนตรีแล้ว ผมไม่ด่าพรรคเพื่อไทยและนักการเมืองชั่ว คนนี้ เพราะพวกนี้ไม่มีจิตสำนึกผิดชอบชั่วดีอยู่แล้ว

แต่ผมเซ็งศาล รธน. ต่างหาก ที่ตัดสินให้นายวราเทพเป็นรัฐมนตรีต่อไปได้ เพราะศาลอ้างเหตุผลว่า นายวราเทพยังไม่เคยติดคุกจริง ๆ (คลิกอ่านคำพิพากษา)


คลิกอ่าน ความห่วย กกต. ยุค อภิชาติ และ สดศรี




วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2556

ครูของยิ่งลักษณ์จะภูมิใจกว่านี้ ถ้าให้ยิ่งลักษณ์สอบตก






ผ่านวันครูแห่งชาติไป ยิ่งลักษณ์ก็ได้ไหว้ครูทั้ง 3 ท่าน มีครูอนุบาล ครูประถม และครูมัธยม ที่เคยสอนยิ่งลักษณ์มา (ครูอนุบาลเป็นซิสเตอร์แม่ชีคาทอลิค)





ผมอยากจะบอกคุณครูของยิ่งลักษณ์ทุกท่านว่า ถ้าคุณครูให้ยิ่งลักษณ์สอบตกตั้งแต่ยังเรียนหนังสือ เคี่ยวเข็ญเธอให้มากกว่านี้ ไม่ปล่อยให้เธอสอบผ่านมาง่ายๆ 

คุณครูจะภูมิใจที่จะมีนายกหญิงที่แสนรู้และปราดเปรื่อง

แต่กลายเป็นว่าคุณครูของยิ่งลักษณ์ โดยเฉพาะครูชั้นประถม กับครูชั้นมัธยมศึกษา กลับปล่อยปละละเลยนักเรียนหญิงยิ่งลักษณ์

จนทำให้ในวันนี้คนไทยทัั้ง65ล้านคน เลยต้องมีนายกหญิงที่ทั้งโง่ ทั้ง ร่าน และสอบตกด้านจริยธรรมโดยสิ้นเชิง







------------------------------------

ยิ่งลักษณ์สมควรสอบตกวิชาใดบ้าง

แม้จะเป็นเรื่องเก่า แต่คิดว่าคุณครูของยิ่งลักษณ์ทั้ง 3 คงยังไม่ได้ดู



วิชาเกษตร

ยิ่งลักษณ์ดันโง่ออกอากาศทางวิทยุทั่วประเทศ บอกปลูกหญ้าแพรกเพื่อชะลอการไหลน้ำ





วิชาคณิตศาสตร์

ยิ่งลักษณ์ดันอ่านโพยกลางสภาว่า ห้าหมื่นสามแสนล้าน...บาท






วิชาภูมิศาสตร์

ยิ่งลักษณ์ไปหาดใหญ่ กลับเรียกหาดใหญ่ว่า จังหวัดหาดใหญ่







ยิ่งลักษณ์ไปสิงห์บุรี ดันบอกปิดท้ายขอบคุณชาวสระบุรี ดูนาทีที่ 15.10 เป็นต้นไป






วิชาความรู้รอบตัว และโลกของเรา

ยิ่งลักษณ์ไปซิดนีย์ ดันเรียกว่า ประเทศซิดนีย์




ยิ่งลักษณ์เรียกนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เป็นประธานาธิบดีมาเลเซีย





วิชาภาษาอังกฤษ

ยิ่งลักษณ์ทักทายฮิลลารีว่า Overcome to thailand



ยิ่งลักษณ์ดันโชว์โง่ บอกจะใช้ woman touch แก้ปัญหาพิพาทจีน กับญี่ปุ่น จนข่าวต่างประเทศลงฮากันทั่วโลก



วิชาพระพุทธศาสนา

ยิ่งลักษณ์หาเสียงประกาศจะสังคยนาหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า !! (นั่นเก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกโว้ย)





วิชาศีลธรรม

ยิ่งลักษณ์พูดกลับกลอกไปมาเรื่องโฟร์ซีซั่น





ที่จริงวีรเวรวีรกรรมของยิ่งลักษณ์มีมากกว่านี้ แต่กลัวคุณครูของยิ่งลักษณ์จะภูมิใจในความโง่ของลูกศิษย์มากเกินไป เอาแค่พอหอมปากหอมคอแล้วกันครับ


คุณครูประจำชั้น และครูวิชาภาษาไทยของยิ่งลักษณ์สมัย ม.ปลาย



ยิ่งลักษณ์ทำตัวเป็นแค่พริตตี้ เป็นนางงามของรัฐบาล และทำทุกอย่างที่พี่ชายจรจัดของเธอสั่งมา

ยิ่งลักษณ์ ไม่ต่างอะไรกับหุ่นเชิด หุ่นยนต์ ที่สำคัญยังทำเพื่อพี่ชายมากกว่าทำเพื่อชาติ

ใครเคยเป็นครูของยิ่งลักษณ์นะ บอกตามตรง ผมละอายแทนว่ะ !!

-------------------------------------


ก่อนจะจบบทความนี้ อยากบอกไอ้พวกฟายแดงทั้งหลายว่า ถ้ามีคนวิจารณ์นายก หรือแม้ด่านายกในเรื่องที่นายกทำผิดพลาด เพราะนายกคือตัวแทนคนไทย ตัวแทนประเทศ นี่แหละเขาเรียกบ้านเมืองยังมีประชาธิปไตย

ประเทศประชาธิปไตยทั้งหลาย เขาวิจารณ์ล้อเลียน หรือด่านายกได้ทั้งนั้น

ถ้าประเทศไหนประชาชนด่านายกไม่ได้ วิจารณ์นายกไม่ได้ นั่นแหละประเทศเผด็จการ ไอ้ฟายแดงจำไว้นะ




เผยสาเหตุแท้จริงที่คอนเสิร์ต เสก คาราบาว ล่ม






คงได้ตามข่าวกันไปแล้วว่า คอนเสิร์ต คาราบาว เสก หรือ คอนเสิร์ตการกุศล “แสงแห่งหวัง LIGHT OF HOPE SEK - BAO CHARITY CONCERT” จัดที่สนามกีฬาการท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้เกิดล่มกลางคัน เพราะมีเหตุวัยรุ่นตีกัน

ผมดูข่าวทีแรกๆ ก็ไม่ใส่ใจอะไรมาก เพราะมันก็แค่ข่าววัยรุ่นตีกันที่แสนจะเป็นข่าวน่าเบื่อซ้ำซากของสังคมไทย

พอตามข่าวแบบไม่ตั้งใจจะตาม ก็พอจะรู้ว่า ตำรวจบอกว่ามีการปาประทัดยักษ์เข้ามาในสนาม ทำให้วัยรุ่นเลยเกิดชุลมุนจนป็นจราจลขึ้นมา

ทางฝ่ายแอ๊ด คาราบาว ก็ให้สัมภาษณ์ทำนองปกป้องแฟนเพลง ด้วยการอ้างว่า มีเด็กผู้หญิงวิ่งมาบอกว่า มีประทัดปามาจากบนตึกข้าง ๆ สนาม




ผมดูข่าวแล้ว ก็อดขำกับไม่ได้ ว่า ทั้งตำรวจ และแอ๊ด คาราบาว น่าจะลองคิดให้ลึกอีกนิดว่า ทำไมคนบนตึกเขาถึงได้ปาประทัดมาที่คอนเสิร์ต ?

โดยมากตำรวจ มักมุ่งเป้าไปที่วัยรุ่นคลองเตย มีปัญหากับนักเรียนอาชีวะ มาก่อน หรือหมั่นไส้ไปในทำนองนั้น เลยหาเรื่องก่อกวน

ผมอยากจะบอกว่า ประเด็นนั้นก็อาจจะใช่

แต่มีประเด็นนึงที่ตำรวจ และแอ๊ด คาราบาว คงคาดไม่ถึง นั่นก็คือ ชาวบ้านแถวนั้นเขาหนวกหูโว้ย

"ไอ้ห่า เล่นคอนเสิร์ต5 ทุ่ม 6 ทุ่ม แล้ว กูจะหลับจะนอน ลูกหลานกูหนวกหูโว้ย พรุ่งนี้กูต้องตื่นแต่เช้าไปทำงาน แม่งมาเล่นคอนเสิร์ตวันธรรมดา หนวกหูชิ..หาย ไอ้สัส"

"ปาประทัดยักษ์ใส่ไปที่กลุ่มนักเรียนนักเลงแม่งเลย งานแม่งจะได้เลิกๆ ซะที โคตรหนวกหูเลย"


ก็น่าจะรู้ว่า แถวนั้น ย่านนั้น ผู้คนแถวนั้น เขาเป็นกลุ่มไหน ? (ย่านคลองเตยนะโว้ย)

"เสือกมาจัดคอนเสิร์ต หนวกหูแถวบ้านกู พวกมึงขออนุญาตกูรึยัง สัสสส"

นี่คือข้อสันนิษฐานที่ผมลองคิดเล่นๆ ครับ ^^

ก็ขนาดสมัยพวกผมยังวัยรุ่นไปจัดงานปีใหม่ที่บ้านเพื่อน เป็นย่านหมู่บ้านของเศรษฐีแท้ๆ 

พอตอนตี 1 พวกผมยังเฮฮาไม่เลิก ก็เลยโดนเศรษฐีบ้านไหนก็ไม่รู้ ปาขวดเข้ามากลางวงเหล้าเลยครับ โชคดีไม่มีใครหัวแตก 5555



คลิกอ่าน เสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม. ก็ชั่งแม่มัน !!







วันพุธที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2556

เสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม.ก็ชั่งแม่มัน (ดีไหม)







ผมตามไปอ่านในหลายๆ แห่ง ที่พวกฟายแดงมันแสดงความโง่หน้าเว็บมากมาย พวกฟายแดงมันคิดเสมอว่า ที่กลุ่มพธม.เรียกร้องคือการทวงคืนปราสาทเขาพระวิหาร

นั่นคือความโง่สถุลของพวกฟายแดง หรือไอ้พวกโง่เสื้อแดงโดยแท้

ที่กลุ่มพธม.เขาปกป้องคือพื้นที่ 4.6 ตร.กม.รอบเขาพระวิหาร เขาไม่ได้ทวงคืนเขาพระวิหารตามที่พวกฟายแดงสมองตะกวดแม้วเข้าใจ

ส่วนเรื่องรายละเอียด ผมไม่ขอพูดถึงตรงนี้อีก เพราะผมเขียนไว้นานแล้ว

คลิกอ่าน อธิบายกรณีเขาพระวิหารอย่างง่าย


--------------------------

ขี้ขลาดเห็นแก่ตัว นิสัยคนไทยยุคนี้

พอผมเห็นข่าวชาวบ้านศรีสะเกษบางส่วน(ที่สส.เพื่อไทยไปยุยุง) ออกขับไล่กลุ่มธรรมยาตร กรณีพื้นที่4.6 รอบเขาพระวิหาร อ้างกลัวเกิดสงคราม

ผมบอกตามตรง ตอนนี้ผมปลงแล้ว ที่ไทยจะเสียพื้นที่4.6 ไปจริงๆ

และผมขอบอกไว้เลยว่า อีกไม่เกิน 50 ปี จังหวัดอุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ สระแก้ว เรื่อยไป จนถึงตราด ก็อาจจะเสียตามไปอีกบางส่วน ตามแผนที่ 1ต่อ 2แสน เขมรมันต้องเอาต่อแน่ ๆ เรียกว่่าได้คืบจะเอาศอก

หากเสียพื้นที่ 4.6 ตร.กม.รอบเขาพระวิหาร ตามแผนที่ 1 ต่อ 2 แสน เขมรมันต้องอ้างสิทธิตามแผนที่ 1ต่อ 2แสนในพื้นที่อื่นๆ ต่อไปในอนาคตแน่นอน



ภาพแสดงตำแหน่งหลักเขตแดนไทยกัมพูชา หลักที่ 1 ถึง 73

สังเกตว่า ตอนที่ 6และตอนที่ 7 (ช่องสะงำ จ.ศรีสะเกษ ถึงช่องบก จ.อุบลราชธานี) ไม่มีหลักเขต เพราะคณะกรรมการปักปันเขตแดนผสมสยาม-ฝรั่งเศสตกลงกันตามหลักฐานคือบันทึกวาจาในการประชุมร่วมกันว่าภูมิประเทศเป็นสันปันน้ำชัดเจน เป็นหน้าผาตลอดแนวเทือกเขาดงรัก

หากต่อไปได้เสียดินแดง 4.6 ตร.กม. ในอนาคตก็จะมีดินแดนในอีกหลายจังหวัดต้องเสียตามแผนที่ 1 ต่อ2 แสน ไปด้วย ซึ่งจะกินพื้นที่ลึกเข้ามาในแผ่นดินไทยกว่าที่ปรากฏในปัจจุบันอีก

เพราะตอนนี้เขมรก็ได้โมเมบอกว่า ปราสาทตามเมือนธม และปราสาทตามควาย อยู่ในแผ่นดินเขมรไปแล้ว จนทหารไทยกับเขมรยิงปะทะกันหลายครั้ง

คลิกอ่าน สยาม-ฝรั่งเศส ปักปันเขตแดนไทยกัมพูชาเสร็จสิ้นไปแล้ว


-----------------------

เมื่อถึงอนาคตในวันนั้นจริงๆ ลูกหลานคนไทยแถวนั้น ก็จะต้องด่าพ่อแม่ปู่ย่าตายายที่อยู่ในวันนี้ว่า ทำไมไม่ทำสงครามซะแต่แรก จนสุดท้ายต้องไทยเสียแผ่นดินจริงๆ

ซึ่งตอนนี้นี้ก็มีที่นาบางส่วนที่เคยมี เอกสารนส.3ก แต่ตอนนี้คนไทยต้องจ่ายค่าเช่าทำนาให้ทหารเขมรแล้ว ช่อง9 เคยไปทำสกู๊ปเอาไว่เมื่อ2ปีก่อน

นั่นเพราะอ้างกลัวสงครามตั้งแต่ปี43 ทำให้ปัญหาบานปลายมาจนวันนี้

ชั่งแม่มันถ้ามันอยากเสียแผ่นดิน ยังไงผมก็ไม่เดือดร้อนเพราะบ้านผมอยู่กรุงเทพ ก็อยากกลัวสงครามกันนัก

สักวันในอนาคตรุ่นลูกรุ่นหลานคนศรีสะเกษ มันจะด่าปู่ย่าตายายพ่อแม่ที่ขี้ขลาดในวันนี้ ครับ


--------------------

ถ้าเมื่อปี2543 ทหารไทยผลักดันเขมรให้ออกไปเสียแต่แรก ไทยเรายังเป็นพระเอกในสายตานานาชาติ ไม่ใช่ผู้ร้าย เพราะเขมรเป็นฝ่ายบุกรุกเข้ามา

แต่วันนี้เขมรอยู่กันเต็มพื้นที่ 4.6 ตร.กม. จนไทยเรากลายเป็นผู้บุกรุกไปแล้วครับ

หากวันนั้นเกิดสงครามขับไล่เขมรออกจากพื้นที่ตั้งแต่ปี 43 ไทยเรายังมีความชอบธรรมในการปกป้องแผ่นดิน ขึ้นศาลไหนก็ชนะ แต่วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว

เพราะในสายตาชาวโลกไทยเรากำลังกลายเป็นผู้บุกรุก

ผมเชื่อตามทฤษฎีสมคบคิดรับใช้อเมริกา ของนักการเมืองไทยทุกพรรค หมายถึง พรรคไหนมีอำนาจพรรคนั้นก็จะผลักดันผลประโยชน์ให้อเมริกา

เช่นเมื่อวาน ปชป.เรียกร้องให้ไทยลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก คือข้อพิสูจน์ชัดว่า สมัยรัฐบาลอภสิทธิ์ ที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ เคยไปประกาศลาออกจากคณะกรรมการมรดกโลก จึงเป็นแค่เรื่องหลอกลวงครับ

แม้แต่การประกาศล้ม MOU44 ของรัฐบาลปชป. ก็เป็นการประกาศหลอกลวง เพราะทุกวันนี้ MOU44 ก็ยังไม่ถูกยกเลิกแต่อย่างใด


------------------------

คนไทยใจดี หรือขี้ขลาด 

เขมรเผาสถานฑูตไทยก็ได้ ฮุนเซ็นด่านายกฯไทย (อภิสิทธิ์) ก็ได้

แต่พอกลุ่มธรรมยาตราแค่ไปถือปราศัยประท้วงเท่านี้ ดันมีพวกหนักแผ่นดินบอกไม่ได้ เดี๋ยวจะเกิดสงคราม

ถือป้ายประท้วงแค่นี้ ไม่ได้เผาสถานฑูตสักหน่อย

ถ้าพวกมึงกลัวเขมรนัก ก็อย่าลืมกราบตีนขอทานเขมรที่เข้ามาหากินในไทยด้วยล่ะ ไอ้พวกฟายแดง ถุย !!


คห.เพื่อนคนหนึ่งที่เฟซผม



คลิกอ่าน เขตทางทะเลไทย ไม่เกี่ยวกับเขาพระวิหารจริงหรือ ?





วันจันทร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2556

ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษสู่ 30บาทรักษาทุกโรค







พอดี ผมเขียนความเห็นเน้นฮาๆ กึ่งประชดประชันเล่นๆ เรื่องคนไทยบ้าบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษไว้ตามนี้





ก็เลยมีเพื่อนสงสัยถามมาว่า ไทยเราซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษแพงที่สุดในโลกจริงเหรอ ? หาข้อมูลแล้วยัง ?

ตามหลักถ้าใครถามผมแบบนี้ ผมชอบที่จะถามกลับไปว่า แล้วรู้ได้ไงว่าไม่ได้แพงที่สุดในโลก ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไปหลักฐานมาหักล้างสิ ?

แต่ไม่ดีกว่า ผมแค่เอาฮา ไม่ซีเรียสกับเรื่องนี้ เลยนำข้อมูลมาให้ดูเล่นๆ แล้วกันว่า คนไทยเราบ้า(พนัน)บอลอังกฤษมากที่สุดในโลกจริงๆ

จากเว็บไซค์เดลิเมล์ของอังกฤษ

คอลัมภ์ £5.5bn: The staggering sum TV companies around the world will pay to screen the Premier League ได้รายงานเรื่องนี้ไว้ และได้ทำตารางราคาลิขสิทธิ์ที่ประเทศต่างๆ ในโลกซื้อลิขสิทธิ์ ในฤดูกาล2013-2016 รวม 3 ปี

ปรากฎว่า บริษัทเคเบิลไทยโฮลดิ้ง จำกัด หรือซีทีเอช บริษัทของไทย คว้าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล ในอัตราที่แพงที่สุดในโลก



คือบริษัทซีทีเอชของไทย ได้ซื้อด้วยเงินมากถึง 202 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 10,100 ล้านบาท แพงที่สุดในโลก ซึ่งมีอัตราราคาที่แพงขึ้นกว่า 432% จากเดิมบริษัททรูเคยซื้อ 3 ฤดูกาลเพียง 38 ล้านปอนด์เท่านั้น (บริษัทนี้ยังได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดไปยังลาว และเขมรด้วย)

ส่วน Sub-Saharan Africa คือ กลุ่มประเทศที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาราในทวีปแอฟริกาจำนวน 48 ประเทศ มีประชากรรวมกันมากถึง 574 ล้านคน ได้ซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาล เป็นเงิน 205 ล้านปอนด์ แม้จะมากกว่าไทย แต่นั่นคือค่าลิขสิทธิ์ที่รวมกันถึง 48 ประเทศ

ฉะนั้นจริงๆ แล้วไทยเรานี่แหละ ที่ซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาล แพงที่สุดในโลกของจริงแท้แน่นอน

ขนาดสหรัฐอเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกเพื่อถ่ายทอดสดทั่วสหรัฐฯ ยังซื้อลิขสิทธิ์แค่ 7 พันกว่าล้านบาทเท่านั้น

นี่แสดงว่า คนไทยแม่ง.. ไม่แพ้ใครในโลกจริง ๆ

--------------------------

อดีตทนายความทักษิณ ประธานซีทีเอช


วิชัย ทองแตง ประธานบริษัทซีทีเอช เจ้าของลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีกอังกฤษ 3 ฤดูกาลหน้า เป็นมหาเศรษฐีอันดับ 20 ของเมืองไทยจากการประกาศของนิตยสารฟอร์บส์ ฉบับเดือนกันยายน พ.ศ. 2555

(นายวิชัย ทองแตงถือหุ้นซีทีเอช 25% ตระกูลวัชรพลถือหุ้น25%)

และนายวิชัย ทองแตงก็ยังเป็นเพื่อนร่วมรุ่นคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของ "สมชาย วงศ์สวัสดิ์"

ในอดีต "วิชัย ทองแตง" เคยเป็นทนายความช่วยว่าความให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีซุกหุ้น1 เมื่อปี พ.ศ. 2544 จากข้อแก้ต่าง "บกพร่องโดยสุจริต"

วิชัย ทองแตง นับเป็นเศรษฐีหุ้นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย เพราะเขาถือหุ้นใหญ่ในกลุ่มโรงพยาบาลดังๆ หลายแห่ง อาทิ โรงพยาบาลกรุงเทพ โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลเปาโล

และเขายังวางแผนจะทำให้โรงพยาบาลเอกชนไทยเป็นMedical Hub สนองนโยบายทักษิณ ที่หวังให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยต่างชาติ ทั้งๆ ที่ประเทศไทยสร้างแพทย์มาอย่างยากเข็ญ

แต่เพราะโครงการ30บาทรักษาทุกโรค ทำให้แพทย์มีงานหนักมากกว่าปกติ5เท่า ทำให้แพทย์จำนวนไม่น้อยต้องหนีออกจากระบบราชการไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ขอไปรักษาชาวต่างชาติ ทำกำไรให้โรงพยาบาลเอกชนดีกว่า

ค่าเฉลี่ยที่เหมาะสมของแพทย์ต่อจำนวนประชากร ไม่ควรเกิน 1 ต่อ 2,000คน แต่ประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยแพทย์ต่อประชากร มากถึง 1 ต่อ 5,300คน (ปี55 มีแพทย์ทั้งหมด 12,252คน)

ซึ่งในความเป็นจริง เฉพาะในกรุงเทพ ค่าเฉลี่ยแพทย์ต่อประชากรคือ 1ต่อ600 คน (เป็นค่าเฉลี่ยนรวมทั้งภาครัฐและภาคเอกชน) เพราะแพทย์มากระจุกตัวที่กรุงเทพฯ มากที่สุด

แต่เมื่อไปดูที่บางจังหวัดทางเหนือและทางอีสาน เช่นแม่ฮ่องสอน กลับมีค่าเฉลี่ยแพทย์ต่อประชากร 1 ต่อ 5หมื่นคน !! (บางอำเภอหมอต่อประชากร 1 ต่อ 2 แสนคนก็มี เพราะมีคนพม่าข้ามมารักษาด้วย)

ยิ่งถ้าแพทย์ย้ายไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน ค่าเฉลี่ยแพทย์ต่อประชากร จะยิ่งห่างไกลยิ่งกว่าค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอีก

หรืออย่างที่รัฐบาลไทยไม่ค่อยบรรจุพยาบาลเป็นข้าราชการ จนพยาบาลออกมาประท้วงหลายครั้ง ก็อาจหวังให้พยาบาลลาออกไปอยู่เอกชนได้ง่ายขึ้นด้วย (พอใกล้AEC รัฐบาลยิ่งลักษณ์เพิ่งจะยอมตามคำเรียกร้องในการบรรจุพยาบาล)

แต่เพราะแพทย์ต้องเสียเงินซื้อตัว ต้องลงทุนสูง เพราะแพทย์ได้บรรจุเป็นข้าราชการอยู่แล้ว

ส่วนพยาบาลแทบไม่ต้องซื้อตัว เพราะโรงพยาบาลเอกชนก็ไม่ได้ต้องการมากเหมือนแพทย์ ยิ่งช่วงหลัง ๆ พยาบาลไม่ได้บรรจุเป็นข้าราชการ เวลาโรงพยาบาลเอกชนอยากได้พยาบาลก็จะดึงตัวได้ง่าย ไม่ต้องเสียเงินซื้อตัวเหมือนซื้อแพทย์

----------------

โครงการหลักประกันสุขภาพดี แต่..

โครงการหลักประกันสุขภาพเป็นโครงการที่ดีต่อประชาชน แต่รัฐบาลต้องสร้างระบบ สร้างบุคลากรรองรับไปพร้อมๆ กัน หลายๆ ด้านด้วย

แต่เท่าที่ผมดู รัฐบาลของทักษิณและยิ่งลักษณ์ ทำโครงการ 30บาทรักษาทุกโรคเพื่อหาเสียง มากกว่าจะต้องการพัฒนาการสาธารณสุขอย่างจริงจัง (แม้แต่งบหลักประกันสุขภาพปี55 ก็ถูดตัดลง)

เมื่อไม่พัฒนาระบบให้ดีทุกด้าน ไม่พัฒนาโรงเรียนแพทย์ ไม่สร้างโรงพยาบาลให้ทั่วถึง ไม่สร้างสวัสดิการแก่บุคลากรทางการแพทย์ให้พวกเขามีกำลังใจ ก็ย่อมทำให้บุคคลากรทางการแพทย์จำนวนไม่น้อยหนีออกจากระบบราชการไปอยู่โรงพยาบาลเอกชน

ทักษิณเองก็มีหุ้นใหญ่ในโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งที่เปิดเผยและไม่เปิดเผย

โครงการของทักษิณ จึงมักจะเป็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเสมอ

เริ่มด้วยเรื่องบอล ดันมาลงที่เรื่องโรงพยาบาล 555

ส่วนเบื้องลึกเบื้องหลังที่นายวิชัย ทองแตงรวยมากรวยเร็วได้ขนาดนี้ หลายคนบอกเพราะมีทักษิณเป็นแบคอัพให้ หรือมีข่าวลือว่า เขาเป็นนอมินีของทักษิณอีกทอดหนึ่ง

จริงเท็จอย่างไร ผมไม่รู้ ก็แค่เล่าให้ฟังแค่นั้นเอง ^^ 

และถ้าใครสนใจนายวิชัยมากกว่านี้ลองไปอ่านที่นี่เองแล้วกัน http://astv.mobi/ARSTnj1

---------------------------

อธิบายเพิ่มเติมกับความเห็นประชดในต้นบทความ

ที่ผมเขียนว่า น่าจะเอาเงินหมื่นล้านมาพัฒนาลีกไทย หากคิดตื้นๆ จะไม่เข้าใจที่ผมอธิบาย

ขออธิบายคร่าวๆ ว่า ถ้าคนไทยบ้าบอลอังกฤษน้อยลง แล้วหันมาบ้าบอลไทยมากขึ้น บริษัทเอกชนไทยก็จะหันมาถ่ายทอดบอลลีกของไทยมากขึ้น เงินทุนต่างๆ จากเอกชนก็จะมาลงในลีกบอลไทยมากขึ้น บอลไทยก็จะมีโอกาสได้รับการพัฒนามากขึ้นไปด้วย

หากคนไทยบ้าบอลไทยมากขึ้นเท่าไหร่ ผลประโยชน์จากเอกชนก็จะลงมาสู่ทีมฟุตบอลในลีกระดับต่างๆ มากขึ้น

อธิบายแค่นี้พอมองออกรึยังครับ ? (เว้นแต่บ้าพนันบอล อันนี้อาจทำให้เสื่อม)

ส่วนถ้าใครยังสงสัยว่าทำไมบอลไทยไม่พัฒนาสักที ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2553แล้ว ลองไปอ่านดูครับ คลิกอ่าน ถ้าจับจุดไม่ถูก ฟุตบอลไทยยิ่งล้าหลัง

------------

คลิกอ่าน งานวันเด็กทำเนียบตอกย้ำ ยิ่งลักษณ์เป็นกาลกิณี





วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

งานวันเด็กที่ทำเนียบตอกย้ำ ยิ่งลักษณ์เป็นกาลกิณี






ผมขอเริ่มจาก

ความผิดเพี้ยนในคำขวัญวันเด็กของยิ่งลักษณ์ ปี2556

"รักษาวินัย ใฝ่เรียนรู้ คู่คุณธรรม นำพาไทยสู่อาเซียน"

นายกโง่ๆ จึงตั้งคำขวัญผิด ๆให้เด็กสับสน เพราะไทยเราอยู่ในสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (The Association of South East Asian Nations : ASEAN) หรือเรียกสั้นๆ ว่า อาเซียน มานานกว่า 45 ปีแล้ว

อยู่ๆ ยิ่งลักษณ์ดันมาตั้งคำขวัญให้เด็กสับสน จนอาจเข้าใจผิดคิดว่า "อ้าว !! ไทยเรายังไม่ได้เข้ากลุ่มประเทศอาเซียนหรอกเหรอเนี่ย"

คำขวัญที่ถูกต้องในท้ายประโยค ที่ควรจะเป็นคือ "นำพาไทยสู่ประชาคมอาเซียน"

เพราะสมาคมประชาชาติอาเซียน กับ ประชาคมอาเซียน เป็นคนละบริบทกัน

ซึ่งจริงๆ แล้วประชาคมอาเซียน ไม่ได้มีแค่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC)เท่านั้น เพราะจะมีอีก 3 ประชาคมที่กำลังจะเกิดขึ้นไปพร้อมๆกัน ในปีพ.ศ.2558 คือ

1.ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (Asean Economic Community:AEC)
2.ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (Socio-Cultural Pillar)
3.ประชาคมความมั่นคงอาเซียน (Political and Security Pillar)

คลิกอ่านความเป็นมา ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน



-----------------------------------

เมื่อเด็กแว่นบอกยิ่งลักษณ์อยากให้ทักษิณกลับมาเร็วๆ

เทปนายกยิ่งลักษณ์พบเด็กที่ทำเนียบรัฐบาล ในรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ซึ่งออกอากาศก่อนที่จะถ่ายทอดสดยิ่งลักษณ์ไปเปิดงานวันเด็กที่สนามเสือป่า

มีเด็กนักเรียนใส่แว่นคนนึง ถามยิ่งลักษณ์ว่า

"ผมคิดถึง.... (หยุดคิดที่ท่องมานิดนึง) ทักษิณน่ะครับ ทักษิณชินวัตรน่ะครับ อยากให้ท่านกลับมา (ติดคุก) เร็วๆ น่ะครับ และขอให้นายกฯยิ่งลักษณ์แก้รัฐธรรมนูญใหม่ด้วยนะครับ ติดตามข่าวอยู่ตลอดน่ะครับ"

ยิ่งลักษณ์ "โอ้โฮ เก่งมากรู้เรื่องรึเปล่า?" (เพราะตัวนายกเองยังไม่รู้เรื่องเลย 555)

เด็กแว่น "รู้เรื่องครับ พ่อบอกว่า ทหารเค้าปฎิวัติตั้งแต่ปี49 น่ะครับ ประมาณนั้นน่ะครับ ก็เลยอยากจะให้ช่วยแก้รัฐธรรมนูญเร็วๆ ด้วยครับ" (สุดท้ายเลยรู้เลยว่า พ่อสอนมา 555 สงสัยลูกพวกเสื้อแดงแหงๆ )

ยิ่งลักษณ์ "ครับ..เดี๋ยวรีบทำให้นะครับ"




มีแต่ฟายแดงเท่านั้นที่คิดว่า นี่ไม่ใช่การจัดฉากให้เด็กถามคำถามพวกนี้

เพราะถ้าไม่จัดฉาก ก็จะต้องมีเด็กหน้าตาหล่อเหมือนอภิสิทธิ์ แถมฉลาดกว่าเด็กคนนี้ ถามว่า ทักษิณหนีคุกไปทำไม ? 5555

แต่เอาเถอะ ผมขอแกล้งโง่แบบฟายแดงสักนิด เชื่อก็ได้ว่า เด็กคนนี้ถามเองโดยที่ไม่มีใครสอนมา แสดงว่าเด็กแว่นคนนี้ฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์จริงๆ ที่รู้เรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ขณะที่ยิ่งลักษณ์กลับไม่ค่อยรู้เรื่อง สังเกตได้จากที่เธอตอบคำถามแบบโง่ๆ สม่ำเสมอ 555

ประเด็นแรก เด็กบอกให้ทักษิณกลับมาเร็วๆ 

ทักษิณก็กลับมาเลยสิ จะหนีจรจัดอยู่ทำไม ไม่มีใครห้ามทักษิณกลับสักหน่อย มันหนีไปจรจัด ขอไปอยู่แบบไร้แผ่นดินเอง

ในเมื่อยิ่งลักษณ์รับปากเด็กว่าจะรีบทำให้ งั้นยิ่งลักษณ์ก็ควรรีบโทรไปบอกให้ทักษิณรีบกลับมาติดคุกได้เลย เพราะคุกรออยู่นานแล้ว 555

ประเด็นที่2 เด็กบอกนายกยิ่งลักษณ์แก้รัฐธรรมนูญใหม่ด้วยนะครับ

สงสัยเด็กจะตกข่าวไปนิด เพราะยิ่งลักษณ์บอกเสมอว่า แก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องของสภา (ไม่ใช่เรื่องของนายกค่ะ)

เอ้า!! ให้ยิ่งลักษณ์เกี่ยวหน่อยก็ได้ เพราะยิ่งลักษณ์เป็นนายหญิงของบรรดาสส.ขี้ข้าทักษิณในสภา จึงต้องเกี่ยวอยู่แล้ว แต่เมื่อเด็กบอกให้แก้ไข ก็ต้องแก้ไขนะ ไม่ใช่ไปเขียนใหม่ทั้งฉบับนะโว้ย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญ คือ แก้ไขทีละมาตรา

แต่ถ้าล้มรัฐธรรมนูญ แล้วไปเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ที่จริงไม่ควรเรียกแก้ไขทั้งฉบับหรอก ควรเรียกล้มรัฐธรรมนูญฉบับเก่ามากกว่า

ซึ่งรัฐบาลเพื่อโจรหนีคุก กำลังจะคิดทำประชามติเพื่อหาทางล้มรัฐธรรมนูญ2550 ทั้งฉบับ เพื่อจะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทน

ในเมื่อยิ่งลักษณ์รับปากเด็กว่า จะแก้ไข ก็ต้องแก้ไขทีละมาตรา ไม่ใช่ล้มรัฐธรรมนูญ50 ทั้งฉบับ

หากผิดไปจากนี้ ยิ่งลักษณ์ก็ยังตอแหลเหมือนเดิม แต่คราวนี้ตอแหลหลอกเด็ก 555

หมายเหตุ ตอนแรกศาลแนะนำวาถ้าจะล้มฉบับเดิมแล้วเขียนรธน.ใหม่ ก็ควรประชามติก่อน พวกสส.ขี้ข้า ต่างโวยไม่เห็นด้วย แต่พอทักษิณบอกต้องทำประชามติ บรรดา สส.ขี้ข้าก็รีบขานรับตามคำสั่งทันที 

----------------

ป้ายซุ้มประตูงานวันเด็กในทำเนียบล้มทับ 3 แม่ลูก

ถ้ายิ่งลักษณ์ไม่ใช่ตัวซวย ไม่ใช่กาลกิณีขี่ควายแดง เรื่องแบบนี้ไม่น่าจะเกิดได้หรอก มีอย่างที่ไหน

ยุคยิ่งลักษณ์ เกิดน้ำท่วมหนักที่สุดในประวัติศาสตร์ สร้างความเสียหายหลายแสนล้าน ยิ่งลักษณ์จะไปตักบาตรบนหลังช้าง ก็มีช้างเหยียบคนตายก่อนงานจะเริ่ม

นี่ล่าสุด งานวันเด็กในทำเนียบรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ก็เกิดมีป้ายล้มทับแม่ลูก จนแม่สลบคาจานข้าว ส่วนลูกอีก 2 คนก็บาดเจ็บหัวแตกกันไป

นี่ถ้าไม่ใช่ยุคนังกาลิกิณีนั่งเมือง เหตุการณ์แบบนี้ไม่ควรจะเกิดในงานที่ยิ่งลักษณ์เป็นเจ้าของงานหรอก

ตัวซวยจริง ๆ E poo

เด็ก 2คน ร้องไห้เมื่อเห็นแม่สลบคาทำเนียบรัฐบาลโจร



คลิกอ่าน มีแต่ หมา เท่านั้น ที่จะเลือกพงศพัศ เป็นผู้ว่าฯ กทม.




วันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2556

พระด่าผู้โดยสารบนบีทีเอส ใครผิดกันแน่ ?





คลิปพระทะเลาะกับผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส




เจ้าของคลิปที่ชื่อ BANQ ได้อธิบายที่คลิปไว้ว่า

"เหตุเกิดที่ BTS จาก อารี จะไป แบริ่ง พระท่านขึ้นมา พร้อมออกคำสั่งเสียงดังว่า "ที่นั่งเขามีไว้ให้สตรีเพศแม่มึงนั่ง พวกมึงเป็นผู้ชาย มึงก็ลุกขึ้นสิวะ" ก็มีทั้งคนที่ทำตามและไม่ทำตาม เมื่อมีคนไม่ทำตาม ท่านก็ประจานว่า "กายเป็นชาย ใจเป็นหญิง อัปรีย์ สยามไม่มีอย่างงี้"แล้วก็ประจานเสียงดังอยู่อย่างนั้น

"BA NQ" ระบุว่า พอมีคนเข้าไปทักถามท่านจะไปไหน ท่านก็บอก "ไม่ใช่เรื่องของมึง ตัวมึงยังเถียงพ่อ เถียงแม่อยู่เลย มายุ่งอะไร กูจะไปไหน ก็เรื่องของกู"

จนมี พี่ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่โดนท่านเหวี่ยงใส่มา ทนไม่ไหว เหตุการณ์ในคลิปจึงบังเกิด ความเห็นส่วนตัวของผม (BANQ) คือ

1. ท่านเป็นพระ อายุก็มากแล้ว เหตุใดท่านไม่สำรวม เสียงดังรบกวนผู้อื่น

2. ท่านไม่ละซึ่ง ยศ นามสกุล บุญคุณ นำเอามาใช้ข่มขู่ บุคคลอื่นๆ

3. หากท่านอ้างสิทธิ์ว่าตนเป็นผู้บริโภค ถ้าท่านอ้างเช่นนั้น การที่ท่านสั่งให้คนอื่นลุกให้ผู้หญิงนั่ง ส่งเสียงดังรบกวนผู้โดยสารคนอื่น มันก็ถือว่าท่านละเมิดสิทธิ์ของผู้บริโภคท่านอื่นด้วยเช่นกัน นี่หรือ ทางธรรม เจริญพร"


---------------------

สำหรับความเห็นของผม akecity

จริงๆ แล้ว คุณ BANQเจ้าของคลิป แสดงความเห็นว่า มีคนเข้าไปทักถามว่าท่านจะไปไหน ?

คุณ BANQ น่าจะบอกไปเลยว่า คนๆ นั้นคือเจ้าหน้าที่ของBTS ซึ่งมีถึง 2 คนที่ได้เข้าไปถามพระ

ผมมองว่า พอพระเห็นเจ้าหน้าที่เข้าไปถาม พระก็คงอารมณ์เสียมากขึ้น เพราะเหมือนเจ้าหน้าที่ตัดสินไปแล้วว่า พระผิดอยู่คนเดียว ?

ทั้งๆ ที่ ความจริง ทั้งพระ และผู้โดยสารหญิงที่เถียงกับพระ ต่างก็ผิดทั้งคู่

ผมอยากจะบอกคุณผู้อ่านว่า ก่อนอื่นเราต้องมองเจตนาของพระก่อนคืออะไร ?

พระมีเจตนาบอกให้ผู้ชายลุกให้ผู้หญิงนั่ง ซึ่งก็คงเป็นเจตนาดี แต่พระใช้คำที่เสียดสีรุนแรง (แต่ไม่ได้เจาะจงไปที่ใคร) ซึ่งก็ไม่เหมาะสมที่พระจะพูดเช่นนั้น และเป็นการผิดมารยาทบนรถโดยสาธารณะด้วย ที่ทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น

ก่อนอื่นผมอยากชี้ให้เห็นป้ายโปรดเอื้อเฟื้อแก่เด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ


ป้ายเอื้อเฟื้อ เด็ก สตรี มีครรภ์ และคนชรา ที่พระสามารถมองเห็นได้ชัดเจน


ถามว่า ทำไมพระรูปนี้ยังต้องยืนอยู่บนรถไฟฟ้าบีทีเอส? 

นั่นเพราะมีคนนั่งตรงที่นั่งซึ่งสำรองไว้สำหรับพระหรือไม่?

คงเพราะมีผู้โดยสารนั่งในที่สำรองสำหรับภิกษุ ทำให้พระอาจจะโมโห ที่พระไม่ได้นั่งก็เลยพาลขึ้นมา (ก็อาจเป็นได้)

ผมไม่อยากวิจารณ์อะไรมาก แต่ถ้าพูดถึงบาป

ผู้หญิงที่ด่าพระบาปแน่ ๆ เพราะความผิดของพระที่ไม่สำรวม ด่าทอ เป็นความผิดลหุโทษ หรืออาบัติเบา ตามพระวินัย ซึ่งยังไม่ขาดจากความเป็นพระ ที่เรียกว่า อาบัติปาจิตตีย์ คือ ห้ามด่า ห้ามพูดส่อเสียด

แต่ผู้หญิงด่าพระด้วยถ้อยคำหยาบคาย (หากเป็นพระจริง) ผู้หญิงคนนั้นก็รับบาปไปเต็ม ๆ

ลองดูคำแนะนำของBTS นะครับ



ผู้หญิงคนที่ด่าพระ พระก็ยั่วให้ด่าเยอะๆ เหมือนพระรู้ว่า ยิ่งผู้หญิงด่ามากก็ยิ่งบาป ผู้หญิงก็ไม่ลดละ ได้ยินเหมือนจะตบพระด้วย

เฮ่อ.. คำว่า กู มึง สำหรับคนแก่คนเฒ่า คนบ้านนอก ไม่ใช่คำหยาบนะครับ

เช่น พระระดับเกจิอาจารย์หลายรูป ก็ด่าเก่ง แต่ท่านด่าด้วยเมตตา แต่คนที่ไม่รู้ก็มองว่า ท่านหยาบคาย

ยิ่งระดับพระอรหันต์ด่า ท่านน่ะไกลคำว่ากิเลสแล้ว คนธรรมดาอย่างเรา ไม่เข้าใจหรอกว่า พระอรหันต์ด่าน่ะ ด่าด้วยเมตตาเป็นยังไง

เช่น หลวงตามหาบัวด่าทักษิณเลวกว่าเทวทัต นี่ท่านก็ด่าเพราะเมตตา แต่ถ้าคนที่รักทักษิณ ก็ย่อมไม่มีทางเข้าใจเจตนาดีของหลวงตามหาบัว แน่นอน

ประเทศไทยเราอยู่ยากขึ้นทุกวัน ทุกคนต่างรักษาแต่ผลประโยชน์ตัวเองเป็นหลัก จนจิตสำนึกเรื่องความเสียสละ และความมีน้ำใจซึ่งกันและกัน น้อยลงๆๆ ทุกวัน

ทั้งหมดทั้งมวล ล้วนมาจากการที่เห็นแก่เงินเป็นสิ่งสำคัญที่สุดนั่นแหละ

--------------------------

(ดูคลิปให้ละเอียดนะครับ สำหรับผม ผมว่าพระรูปนี้ท่านลึกซึ้งเกินกว่าที่พวกจิตหยาบจะเข้าใจ และจงอย่าลืมว่า ถ้าไม่ใช่พระอรหันต์ พระก็มีกิเลส โลภ โกรธ หลง ไม่ต่างจากเราเท่าไหร่หรอกครับ)

พระก็คือคนมีกิเลสไปบวชทั้งนั้น เราต้องอย่าลืมครับ พระย่อมมีโลภ โกรธ หลงอยู่เป็นธรรมดา พระต้องเผชิญโลกกว้างครับ เพื่อทดสอบสภาวะจิตตัวเอง ว่าจิตพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

หากพระไม่เข้าใจโลก ก็คงไปสอนใครไม่ได้เช่นกัน ฉะนั้น หากเราเข้าใจเรื่องนี้ เราจะไม่โกรธพระในคลิปเลยครับ

เหมือนผมเข้าข้างพระนะ แต่จริงๆ ผมตัดสินแค่เท่าที่เห็นในคลิปว่า จริงๆ ท่านก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก จนผู้หญิงคนนั้นต้องด่าว่าท่านขนาดนั้นครับ


----------------

ล่าสุด 13 พ.ค. 56 พบพระลักษณะคล้าย พระที่ทะเลาะกับสีกาบนรถไฟฟ้า ปรากฏว่าเป็นพระปลอม !!

ย้ำว่า ลักษณะคล้าย แต่ไม่ยืนยันว่า เป็นคน ๆ เดียวกันหรือไม่ ?

คลิกที่รูปเพื่อขยาย









วันอังคารที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2556

อดีตผู้บริหารช่อง 3 เผยเหตุที่ต้องแบนละครเหนือเมฆ 2






สัมภาษณ์อดีตผู้บริหารช่อง 3 ถึงสาเหตุถอดละครเหนือเมฆ 2

นักข่าว "ท่านคะ ทำไมท่านลาออกจากช่อง 3คะ"

อดีตผู้บริหาร "คุณก็รู้ว่า ประเทศไทยเราตอนนี้มันมีแต่พวกโจรครองเมือง ผมเองที่ต้องลาออกจากช่อง 3 ก็เพราะผมโดนพวกมันบีบไข่จนหน้าเขียวมาแล้ว"

นักข่าว "แล้วผู้บริหารคนใหม่เขาไม่กลัวพวกโจรครองเมืองเหรอคะ"

อดีตผู้บริหาร "ก็พี่ชายผมเขาเป็นพรรคพวกเดียวกัน เขาเล่นการเมืองมาด้วยกัน ส่วนผมทำเป็นแต่บริหารธุรกิจเรื่องการเมืองผมไม่เคยสนใจ ถ้าผมยังอยู่เขาจะควบคุมยาก"

นักข่าว "แล้วเรื่องที่ช่อง3 แบนละครเหนือเมฆ 2 ท่านพอรู้รายละเอียดบ้างไหมคะ"

อดีตผู้บริหาร "ผมก็รู้แค่มีคนทางไกลโทรมาบอกว่า ให้ช่วยเอาออกหน่อย ก็เท่านั้น"

นักข่าว "คนทางไกลคนนั้นเขาบอกรึเปล่าคะว่า ทำไมต้องถอด"

อดีตผู้บริหาร "เขาไม่ได้บอกอะไร นอกจากว่า ช่วยเอาออกด่วน ถ้าไม่เอาออกให้ เดี๋ยวจะส่งลูกน้องชื่อไอ้เต้นไปพบ"





นักข่าว "พอเขาบอกแค่นี้ก็เลยต้องลบเหรอคะ"

อดีตผู้บริหาร "ใช่ๆ พี่ชายผมเล่าให้ฟังแค่นั้นแหละ"

นักข่าว "ขอบคุณค่ะท่านที่ให้ข่าว"

-----------------------------------


เห็นใจช่อง 3 เขาหน่อยนะพี่น้อง











คลิกอ่าน น้องเนยรักโลก ฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์คิดบวก







วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2556

น้องเนยรักโลก ฉลาดกว่ายิ่งลักษณ์คิดบวก






คงไม่มีใครในโลกออนไลน์ ไม่รู้จักน้องเนยรักโลก ที่โพสข้อความรักโลกฮาๆ แบบหลุดโลก เช่น

"น้องเนยไม่กินผัก เพราะเป็นการตัดไม้ทำลายป่า"

"น้องเนยไม่ไปสอบ เพราะกระดาษข้อสอบทำมาจากต้นไม้ น้องเนยรักต้นไม้ค่ะ"

ถ้าใครไม่รู้จักน้องเนยรักโลก ก็ไม่รู้จักต่อไปเถอะ

ส่วนใครอยากรู้ว่า น้องเนยโพสฮาๆ หลุดโลกอย่างไรก็ไปหาอ่านที่เฟซบุค และทวิสเตอร์ของน้องเนยเอาเอง

ซึ่งหากเรามองดีๆ จะรู้ได้เลยว่า ผู้ใช้นามแฝงน้องเนยรักโลกที่คอยโพสมุขรักโลกนั้นฉลาดอย่างไม่ธรรมดาซะด้วย ไม่งั้นคงจะโพสอะไรฮาๆ นี้ไม่ได้หรอก

แต่ว่า .. ปัญหามันคือ เพจไหนเป็นเพจของน้องเนยตัวจริงออริจินอลเท่านั้นแหละ เพราะตอนนี้มีเพจน้องเนยรักโลกหลายเพจเลย แสดงว่า มีน้องเนยทั้งจริง ทั้งปลอม เหตุเพราะดังมากจนคนอยากลอกเลียนแบบ แสดงเป็นน้องเนยรักโลก กันใหญ่

เอาเป็นว่า เพจไหนฮาสุด มีคนไลค์มากที่สุด ก็น่าจะเป็นเพจน้องเนยออริจินอลก็แล้วกัน

---------------------

ยิ่งลักษณ์คิดบวก ในเรื่องชั่ว 


ยิ่งลักษณ์ นายกที่สร้างสรรค์แต่เรื่องโง่ๆ ชั่วๆ

ตลอด 1 ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา เราคงเห็นความโง่ของยิ่งลักษณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สิ่งเหล่านี้พวกฟายแดงกลับมองไม่เห็น หรือแกล้งทำเป็นไม่เห็น เพราะความหลงเข้าครอบงำจิตใจพวกฟายแดง จนเกิดความโง่ยิ่งกว่ายิ่งลักษณเสียอีก

ล่าสุด เมื่อยิ่งลักษณ์ออกรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ในวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2555 ที่ผ่านมา ได้กล่าวว่า

"ดิฉันอยากเห็นปีหน้าเป็นปีของการคิดบวก เพราะถ้าพวกเราร่วมกันคิดบวก มีความรัก ความเมตตาเอื้ออาทรต่อกัน ก็เชื่อว่าเราจะสามารถรับฟังความเห็นต่าง บนเวทีที่สร้างสรรค์ รับฟังซึ่งกันและกันตามวิถีทางประชาธิปไตยได้ ประเทศชาติก็จะมีบรรยากาศที่ดี มีทางออกร่วมกัน สุดท้ายก็จะมีความเชื่อมั่นและเสริมสร้างเศรษฐกิจที่มั่นคงต่อไป”

“ในโอกาสของปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาคราชการ และภาคเอกชนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ผ่านพ้นปีนี้ไปได้ด้วยดี ก็ขอให้ทุกคนร่วมกันสร้างพลังของการคิดบวก เพื่อเป็นพลังสำหรับตัวดิฉันเอง และเป็นพลังของคนไทยทั้งประเทศให้ก้าวไปอย่างมั่นคง เพื่อให้พลังนี้ต่อยอดถึงความสุขที่จะกลับมาหาคนไทย และขอให้พี่น้องประชาชนสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปราถนาทุกประการ ขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่แก่คนไทยทุกคน”

จากคำพูดของยิ่งลักษณ์ นั่นแสดงให้เห็นถึง ยิ่งลักษณ์ยังคงรักษาความตอแหลได้อย่างคงเส้นคงวาแบบหน้าด้านๆ ไม่เปลี่ยนแปลง

หากเราได้ติดตามข่าวสารการเมืองมาโดยตลอด ฝ่ายที่สร้างความแตกแยก หาเรื่อง และมุ่งร้ายคุกคามผู้อื่นแบบถ่อยไร้เหตุผลสมควร ก็คือเหล่าฟายแดงที่สนับสนุนยิ่งลักษณ์นั่นแหละ

ฟายแดงหรือเสื้อแดง ได้คุกคามศาล คุกคามผู้นำฝ่ายค้าน คุกคามการปราศัยของฝ่ายค้าน คุกคามทุกคนที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลเพื่อไทย ถึงขนาดตามไปถือป้ายโจมตีพระดีๆ อย่างท่านว. วชิรเมธี เสื้อแดงก็ทำได้ทั้งนั้น

ถามว่า นายกยิ่งงั่ง ยิ่งร่าน ยิ่งโง่ ยิ่งลักษณ์ เคยห้ามปรามพวกเสื้อแดงบ้างหรือไม่ ?

ไม่เคยเลย ถูกต้องไหม ปากของยิ่งลักษณ์บอกว่าปรองดอง รับฟังความเห็นต่างอย่างสร้างสรรค์ มันเป็นแค่เพียงคำพูดนกแก้วนกขุนทองท่องมาพูดเท่านั้น เพราะพฤติกรรม สส.เพื่อไทย และพวกฟายแดง ไม่เคยปรองดองได้อย่างที่ยิ่งลักษณ์พูดสักตัวนึง

แถมล่าสุด รัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ยังไม่เปิดโอกาสให้องค์การพิทักษ์สยามได้ชุมนุมโดยสงบตามวิถีประชาธิไตยเลย

ซ้ำหาทางปิดกั้นขัดขวางการมาร่วมชุมนุมของประชาชนทุกวิถีทางด้วยท่าทีคุกคามอย่างไร้จิตสำนึกประชาธิปไตย มันชั่งเลวเหมือนพี่ชายทรราชหน้าเหลี่ยมของเธอไม่ผิดเพี้ยน

รัฐบาลยิ่งลักษณ์สั่งให้ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา และคุกคามประชาชนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลอย่างไร้ความเป็นประชาธิปไตย

ทีกับประชาชนธรรมดา สั่งตำรวจมาปราบตั้ง 5 หมื่นนาย หาตำรวจมามากพอๆ กับจำนวนผู้ชุมนุมในวันนั้นเลย นี่หรือ รัฐบาลที่รักประชาธิปไตย ?

แต่เป็น เหี้ยทักษิณธิปไตย ต่างหาก

ฉะนั้นคำพูดทุกคำของยิ่งลักษณ์จึงไม่เคยมีความจริงใจเลยสักนิด ปากบอกไม่ทำเพื่อใครคนใดคนหนึ่ง แต่กลับทำเพื่อช่วยพี่ชายก่อนทั้งสิ้น

ดังนั้น ผมจึงคิดว่า ถ้าจะมีนายกหญิงที่แสนตอแหล หน้าด้าน ร่านผู้ชายอย่างยิ่งลักษณ์แบบนี้

สู้ให้น้องเนยรักโลกแต่ไม่ทำลายชาติ มาเป็นนายกหญิงแทนเสียยังดีกว่า มีนายกที่ตีหน้าเซ่อแต่ใจคดช่วยพี่ชายแสนชั่ว อย่างยิ่งลักษณ์จริงๆ



น้องเนยรักโลก ที่ปราศจากฟายแดงค่ะ


คลิกอ่าน ฉายาที่แห่งปี 2555 ในสายตา akecity






วันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2556

ฉายาที่สุดแห่งปี 2555 ในสายตา akecity






นายกยิ่งลักษณ์ ฉายา "ร่านแห่งปี"


หน้าตาแรดได้ใจมากค่ะ 555


-----------------------


รองนายก เฉลิม ฉายา "ขี้ข้าแห่งปี"


เป็ดเหลิมยอมรับอย่างภาคภูมิใจว่า เป็นขี้ข้าทักษิณมานานแล้ว เพิ่งรู้เหรอ (รู้นานแล้วว่ะ)

ขณะเดียวกันลูกชาย หลานชายที่บ้านของมันก็สะดุ้งโหยง

อ้าว!! นี่พวกกูเป็นลูกขี้ข้า หลานขี้ครอก นี่หว่า 


---------------------


รมช. ณัฐวุฒิ ไสหัวไป  ฉายา "ไพร่แห่งปี"



ไพร่ที่สั่งฟายแดงเผาบ้านเมืองจนได้ดี

ไพร่ที่มีโอกาสได้เป็นรัฐมนตรีติดต่อกันถึง 2 สมัย ไม่เหมือนไพร่บางตัว กระสันอยากเป็นแต่ไม่ได้เป็น 5555



------------------------


จตุพร ฉายา "อกหักแห่งปี"



กระสันอยากเป็นอำมาตย์แต่ก็ไม่ได้เป็น ทั้งๆ ที่ทักษิณเคยสัญญาต่อหน้าฟายแดงนับหมื่น ว่าจะให้คางคกได้ขึ้นวอ 55

---------------------------

จ่าประสิทธิ์ ฉายา "ลามกแห่งปี"



เพราะแสดงความลามกอย่างสถุลกลางสภาได้อย่างหนังหน้าหนามาก

สมแล้วที่เป็น สส.ควายแดงแท้ ๆ


-------------------------

นางพะเยาว์ ฮัคฮาด ฉายา "แม่แร้งแดงแห่งปี"



แม่ที่หากินกับศพลูกตัวเอง

------------------------

นังธิดา ไอ้เหวง ฉายา "ผัวเมียตะกวดแห่งปี"



ผัวเมียคอมมิวนิสต์หลงยุค รับใช้ทักษิณ ละทิ้งอุดมการณ์ เพื่ออุดมเงิน  ทำหน้าที่หลอกฟายแดงไปวัน ๆ


------------------------


ทักษิณ ยังครองตำแหน่งเดิมอย่างเหนียวแน่น ด้วยฉายา "เหี้ยแห่งปี"





คลิกอ่าน ทำไมปี 55-56 ไม่กล้าวิจารณ์สวดมนต์ข้ามปี