วันจันทร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สหรัฐอเมริกา ส่อเจตนาเข้าข้างกองกำลัง ISIL







รัฐบาลอิรักที่เพิ่งชนะเลือกตั้ง แต่ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาลอย่างเป็นทางการ ก็เผอิญมีเหตุการณ์กองกำลังต่อต้านรัฐบาล หรือ ISIL เสียก่อน

ซึ่งจากบทความที่แล้ว ผมเล่าให้ฟังแล้วว่า สหรัฐอเมริกาแนะนำให้ฝ่ายนายกรัฐมนตรีนูรี อัลมารี ควรตั้งรัฐบาลแห่งชาติที่เกิดจากกลุ่มการเมืองทุกกลุ่ม

แต่นายกรัฐมนตรีอัลมารีได้ปฏิเสธข้อเสนอสหรัฐฯ เพราะนั่นเท่ากับสหรัฐฯ ไม่เคารพผลการเลือกตั้งของชาวอิรักส่วนใหญ่ ซึ่งไม่เป็นประชาธิปไตยและขัดรัฐธรรมนูญอิรัก

คำแนะนำของสหรัฐฯ จึงถือเป็นเสมือนการทำรัฐประหาร

--------------

แต่ข่าววันนี้ที่ผมอยากนำมาเล่าก็คือ ข่าวที่อิรักหันไปสั่งซื้อเครื่องบินจากรัสเซียแทน

เพราะอิรักสั่งซื้อ F-16 จากสหรัฐฯ แต่สหรัฐกลับเตะถ่วง ไม่ยอมส่งมอบเครื่องบินสักที ตามข่าวนี้



เครื่องบินรบชุดแรกที่รัฐบาลอิรักสั่งซื้อจากรัสเซียและเบลารุส ได้ถูกส่งถึงสนามบินกรุงแบกแดดแล้วเมื่อวานนี้ เป็นเครื่องบินรบ ซุคฮอย รุ่น เอสยู-25 มือสอง จำนวน 5 ลำ จากทั้งหมด 25 ลำ รวมมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เครื่องบินรบ 5 ลำนี้ถูกส่งมาในสภาพถอดแยกชิ้นส่วน คาดว่าจะประกอบเสร็จ และพร้อมใช้ในปฏิบัติการโจมตีต่อกลุ่มไอซิลได้ในอีก 4 วันข้างหน้า

ทั้งนี้รัฐบาลอิรักหันไปสั่งซื้อเครื่องบินรบรัสเซีย เนื่องจากสหรัฐฯ รีรอที่จะส่งอาวุธมาให้ ทั้งที่มีการทำสัญญาซื้อขายกันเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี นูรี อัล-มาลิกี ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (26) ว่า แบกแดดสั่งซื้อเครื่องบินซูคอยจากรัสเซียกว่า 10 ลำ คิดเป็นมูลค่า 500 ล้านดอลลาร์

ในอีกด้านหนึ่ง ขณะที่วอชิงตันเริ่มส่งที่ปรึกษาทางทหารมาช่วยกองทัพอิรัก รวมทั้งส่งอากาศยานไร้นักบิน (โดรน) บินเหนือแบกแดด ทว่า เจ้าหน้าที่อิรักได้แสดงความไม่พอใจที่ข้อตกลงมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในการสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่ F-16 และเฮลิคอปเตอร์อปาเช่จากอเมริกา ยังคงปราศจากความคืบหน้า

และล่าสุด กลุ่มติดอาวุธซุนนีย์ไอซิล ได้ประกาศตั้งรัฐอิสลามอย่างเป็นทางการ ในเขตยึดครองครอบคลุมพื้นที่คร่อมพรมแดนระหว่างอิรักและซีเรีย

กลุ่มไอซิลได้ประกาศผ่านคลิปเสียงที่เผยแพร่ทางออนไลน์ ตั้งรัฐอิสลาม มีครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดดียาลาของอิรัก ถึงจังหวัดอาเล็ปโปของซีเรีย โดยตั้งหัวหน้ากลุ่ม คือ อาบู บัคร์ อัล-บัคดาดี เป็นกาหลิบ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อกลุ่มจากไอซิล (ISIL) ให้สั้นลงกลายเป็น IS ซึ่งย่อจาก ’The Islamic State’

-------------

สรุป

ฉะนั้นการที่สหรัฐอเมริกาถ่วงเวลาการขายอาวุธให้แก่รัฐบาลอิรัก จนรัฐบาลอิรักต้องหันไปซื้ออาวุธจากรัสเซียแทนนั้น

ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ชี้ให้เห็นว่า สหรัฐอเมริกามีท่าทีไม่ค่อยสนับสนุนรัฐบาลอิรักที่มาจากการเลือกตั้งเท่าไหร่แล้ว

ยิ่งทำให้ความเชื่อของชาวชีอะห์ในอิรักที่ว่า สหรัฐอเมริกาสนับสนุนกองกำลัง ISIL มีน้ำหนักมากขึ้น


คลิกอ่าน นายกฯ อิรัก ตอกหน้าสหรัฐ ที่ยุให้ทำรัฐประหาร












วันพฤหัสบดีที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2557

นายกรัฐมนตรีอิรัก ตอกหน้าสหรัฐฯ ที่ยุให้ทำรัฐประหาร






สหรัฐอเมริกา แม่งสะเออะมาเสือกเรื่องการเลือกตั้งของไทย ทำมาเป็นต่อต้านรัฐประหารของ คสช. อ้างว่า ต้องการให้ไทยมีการเลือกตั้งเท่านั้น

แต่ทีกรณีวิกฤติอิรัก เกี่ยวกับกลุ่มกบฏISIL ต่อต้านรัฐบาลอิรัก ในตอนนี้นั้น รัฐบาลสหรัฐอเมริกากลับมีท่าทีสนับสนุนแนวคิดให้รัฐบาลอิรักทำประหารตัวเอง ด้วยการแนะนำให้มีรัฐบาลแห่งชาติ ที่เกิดจากกลุ่มศาสนาทุกกลุุ่ม ตามเนื้อหาข่าวนี้

อิรัก-นายกฯ ปัดข้อเสนอตั้งรัฐบาลแห่งชาติ



นายกรัฐมนตรีนูรี อัลมาลิกี ของอิรัก ปฏิเสธการตั้งรัฐบาลแห่งชาติตามข้อเสนอของสหรัฐฯ โดยชี้ว่าไม่ต่างจากการทำรัฐประหาร ที่ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นประชาธิปไตย

นายกรัฐมนตรีนูรี อัลมาลิกี ปฏิเสธข้อเสนอของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้อิรักตั้งรัฐบาลที่มีตัวแทนจากทุกฝ่าย เพื่อให้การเมืองอิรัก ก้าวข้ามความแตกแยกทางเชื้อชาติและนิกายศาสนา 

นายอัลมาลิกี ยังได้อ้างถึงผลเลือกตั้งเมื่อเดือนเมษายน ที่กลุ่มพันธมิตรของตนชนะการเลือกตั้ง และยืนยันจะตั้งรัฐบาล ตามหลักการประชาธิปไตย ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้

อย่างไรก็ตาม เขาได้เรียกร้องผ่านแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ประจำสัปดาห์ ขอให้ทุกกลุ่มการเมืองหันหน้าปรองดองกันเพื่อรับมือกับกลุ่มการร้าย

กองทัพอิรัก ยังคงใช้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ โดยใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตีกลุ่มติดอาวุธไอซิล เพื่อปกป้องโรงกลั่นน้ำมันที่เมืองไบจิ ในภาคเหนือ สามารถสั่งหารนักรบไอซิลได้ 48 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้บังคับบัญชา 8 คน ขณะที่กลุ่มไอซิล ได้เผยแพร่คลิปวีดีโอศพพลเรือนที่เสียชีวิต เนื่องจากถูกลูกหลงจากการโจมตีทางอากาศ

ขณะที่สหรัฐฯ ได้ส่งที่ปรึกษาด้านการทหารชุดแรกเดินทางถึงอิรักแล้ว 130 คน และเริ่มปฏิบัติภารกิจทันที โดยได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการทหารร่วมกับกองทัพอิรัก 2 แห่งคือที่กรุงแบกแดด และเมืองในภาคเหนือ งานหลักคือประเมินความสามารถของกองทัพอิรัก และให้คำแนะนำ รวมถึงหาจังหวะสั่งโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มไอซิลหากจำเป็น

(ที่มาข่าว โลกยามเช้า)

--------------

เป็นไงล่ะครับ ความเหี้ยของสหรัฐ ที่ชอบอ้างเรื่องการเลือกตั้งบังหน้า 

แต่พอกรณีการเมืองไทย คนไทยกำลังเกิดความแตกแยกอย่างหนัก นักการเมืองไทยไม่เคารพรัฐธรรมนูญ ละเมิดรัฐธรรมนูญเสียเอง และไม่เคารพคำตัดสินของศาล

แถมนโยบายประชานิยมเหี้ย ๆ ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ก็ทำลายชาติ ก่อเกิดการโกงกิน และสร้างความเสียหายให้ประเทศชาติชิบหายวายวอดไปหลายแสนล้าน และยังมีผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธสงครามกลางเมืองทำร้ายผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลรักษาการณ์ยิ่งลักษณ์แทบไม่เว้นแต่ละวัน

ไอ้กัน หรือไอ้รัฐบาลสหรัฐอเมริกา กลับไม่เคยสนใจบริบทนี้ของความขัดแย้งของคนไทย ทำเป็นออกมาต่อต้านการรัฐประหารของ คสช.

แต่พอกรณีอิรัก รัฐบาลสหรัฐฯ เสือกสนับสนุนให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของอิรักทำรัฐประหารตัวเอง

ทั้งนี้ทั้งนั้น ชาวมุสลิมทั่วโลกต่างรู้ดีว่า เบื้องหลังความขัดแย้งในอิรักตอนนี้ ทั้งหมดแล้วก็คือ แผนการตี 2 หน้าของสหรัฐฯ ที่จะไม่สนับสนุนรัฐบาลชีอะห์ของอิรัก เพราะรัฐบาลชีอะห์ของอิรักในตอนนี้นี้กลับไปเป็นมิตรกับรัฐบาลอิหร่านซึ่งเป็นศัตรูสำคัญของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นมุสลิมชีอะห์เหมือนกัน

แต่เผอิญรัฐบาลชีอะห์ของอิรัก เขาได้ชนะการเลือกตั้งและได้เสียงข้างมากในสภาโดยชอบธรรม เพราะชาวชีอะห์ คือคนส่วนใหญ่ของอิรัก จึงทำให้สหรัฐฯ ไม่พอใจลึก ๆ จึงหาทางล้มรัฐบาลชีอะหฺ์ของอิรักลง

ในอดีตไอ้รัฐบาลสหรัฐฯ นี่ก็เคยสนับสนุนซัดดัม ซึ่งเป็นรัฐบาลสุหนี่ให้รบกับอิหร่านมานานถึง 7 ปีมาแล้ว

พอซัดดัมหมดประโยชน์ สหรัฐฯ ก็หาเรื่องล้มซัดดัมลง

นี่แหละ คือ ความเหี้ยสุด ๆ ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้พยายามจะแยกแผ่นดินอิรักให้แตกสลายอีกรอบ เพราะสหรัฐฯ แอบให้การสนับสนุนลับ ๆ แก่กองกำลังกบฏ ISIL ซึ่งเป็นกองกำลังมุสลิมสุหนี่

กรณีวิกฤติซีเรีย ก็เช่นเดียวกันกับอิรัก ที่สหรัฐฯ แม่งตี 2 หน้า เพราะการทำให้ประเทศอาหรับแต่ละประเทศเล็กลง มันปกครองง่าย สูบผลประโยชน์ได้ง่ายขึ้น


คลิกอ่าน สหรัฐฯ ส่อเจตนาเข้าข้างกองกำลัง ISIL






วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ยิ่งลักษณ์ทำบุญวันเกิดอายุ 47 ปี กับช่างภาพลีลาเด็ด







21 มิถุนายน  ขอลาบวช เอ้ย ปูขอไปทำบุญวันเกิดอายุครบ 47 ปี กับ น้องไปป์ ลูกชายนอกสมรส 

แต่กลับไร้เงาพ่อแท้ ๆ ของน้องไปป์ !!

และที่ปูจะขาดไม่ได้คือบอดี้การ์ดคนเดิม ที่ลีลาเด็ดจนปูติดใจใช้บริการต่อเนื่องแม้จะหลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนต๊อง และรัฐมนตรีกะลาหอย แล้วก็ตาม

ดูคลิป ปูสะดุ้ง ตกใจ หลังโดนน้ำมนต์ของพระ





บอดี้การ์ดหนุ่มลีลาเด็ด ขณะถ่ายรูปปู 



พ.ต.อ.วทัญญู วิทยผโลทัย ผู้ช่วยนายเวร พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ยังติดตามอารักขา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างใกล้ชิด





"ป๊ะป๋า ถ่ายรูปคุณแม่ให้สวย ๆ นะ"




"ทั้งหล่อ ทั้งลีลาเด็ดเหลือเกิน ชั้นคงไม่เบื่อเธอง่าย ๆ หรอกจ้ะ"




"เมียเรากับลูกเลี้ยงเรา น่ารักจริง ๆ"



ผมดูว่านางสาวปู ก็ยังดูมีความสุขเหมือนเดิม ยังไปช้อปปิ้งที่ห้างทั้งไฮคลาสและโลว์คลาสได้บ่อย ๆ จนมีประชาชนที่ถ่ายรูปปูโพสลงในเน็ตตลอด ไม่ห่างหาย

ดูปูก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนอะไรเลย ก็ไม่รู้ไอ้พวกโง่ยังจะบ้าต่อต้าน คสช. ไปทำไม 555




"คนฉลาดกับคนไม่ฉลาดต่างกันตรงที่ใช้จังหวะนะโยม" 

"ค่ะ เรื่องลีลาและจังหวะ หนูเด็ดมาตั้งแต่ยังละอ่อนแล้วล่ะค่ะหลวงพ่อ ฮิๆ"



---------------


วันนี้ (21 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางออกจากบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 ด้วยรถตู้โฟล์คสีดำ ทะเบียน ฮน 6876 กรุงเทพทหานคร ไปยังวัดบึงทองหลาง ลาดพร้าว 101 เพื่อทำบุญเนื่องในวันเกิดครบรอบ 47 ปี พร้อมด้วย ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร (น้องไปป์) บุตรชายนอกสมรส โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์สวมเสื้อเชิ้ตสีชมพูสด กางเกงผ้าสีดำ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ถวายสังฆทานพระ 9 รูป

จากนั้น พระครูสุจิตวิมล (จวง สุจิตฺโต) เจ้าอาวาส และพระรูปอื่นๆ ได้ให้พรว่า "วันเกิดถือเป็นวันดี เป็นวันแห่งความสุข ไมีแต่สิ่งดีๆ ถ้าเป็นไปได้อยากให้เป็นวันเกิดทุกๆ วัน วันนี้มาพูดในวันที่เป็นวันดีกับอดีตนายกฯ ก็ขอให้เป็นวันที่มีกำลัง เป็นพลังที่ดีที่สุด ฝ่าฟันอุปสรรค ซึ่งวันเกิดคือวันที่เกิดมาเป็นคน และเกิดมาเป็นผู้รู้ ต้องเข้าใจตรงนี้ ใช้เวลาทำความเข้าใจกับชีวิตตัวเอง ดูว่าใครเกี่ยวข้องกับตัวเราบ้าง ใช้จังหวะชีวิตให้เป็นประโยชน์ คนฉลาดกับคนไม่ฉลาดต่างกันตรงที่ใช้จังหวะ เอาความสุขกระจายคนรอบข้าง เป็นสิ่งที่ควรทำในวันเกิด ก็ขอแฮปปี้เบิร์ธเดย์ มีความสุขในวันเกิด"


       จากนั้น พระครูสุจิตวิมลได้ใช้ไม้เคาะรดน้ำมนต์ที่ศีรษะ น.ส.ยิ่งลักษณ์และน้องไปป์ 3 ครั้ง พร้อมกับมอบหลวงปู่ทวดรุ่นพิเศษ ให้แคล้วคลาด ไม่มีภัยอันตราย

โดยพระรูปหนึ่งได้ถาม น.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า "ทำอะไรหลังจากไม่ได้เป็นนายกฯ"

แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอบว่า "ไม่ได้ทำอะไร มีเวลาดูแล ไปรับไปส่งลูกมากขึ้น" 

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ถ่ายรูปร่วมกับประชาชนที่มามอบดอกไม้ให้กำลังใจ และได้ตักไอศกรีมแจกบุตรหลานประชาชนที่มาให้กำลังใจ

       น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้สอบถามการทำงานของสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลที่มาทำข่าว ผู้สื่อข่าวบอกว่า สภาพทำเนียบรัฐบาลยังไม่สะดวกต่อการทำงานเท่าที่ควร โดยเฉพาะในเรื่องของห้องน้ำ ที่ยังติดปัญหาระเบียบราชการในการว่าจ้างบริษัทเอกชนเข้ามาทำความสะอาด

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่มีการโพสต์ภาพและข้อความต่างๆ ผ่านทางเฟซบุ๊ก ที่ชื่อว่า Yingluck

โดย น.ส.ยิ่งลักษณ์ยืนยันว่า ช่วงนี้ไม่เคยโพสต์ภาพ จะโพสต์ก็แค่ครั้งเดียวหลังการรายงานตัวกับ คสช.เพื่อขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจผ่านทางเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า Yingluck Shinawatra เท่านั้น และช่วงนี้ก็ไม่ได้เดินทางไปไหน เพราะยังเจ็บที่ข้อเท้าอยู่ ชอบเผลอลงน้ำหนักเวลาเดิน

ผู้สื่อข่าวถามว่า อยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิด

อดีตนายกฯ กล่าวว่า "ยังนึกไม่อออกเลย ช่วงนี้ไม่เครียด สบายใจมากขึ้น ขอบคุณทุกคน ไว้เจอกันใหม่หลังมีรัฐบาลแล้ว" 

(เอ่อ ไว้เจอกันหลังมีรัฐบาลแล้ว หมายถึงอะไรวะ รัฐบาลของ คสช. เกี่ยวไรกับมึง ส่วนถ้ามีการเลือกตั้ง มึงก็คงติดคุกคดีจำนำข้าวไปแล้ว)

จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เดินทางกลับบ้านซอยโยธินพัฒนา 3


ที่มาข่าว astv ออนไลน์

--------------------

รูปฮา ๆ จากเพจล้อยิ่งลักษณ์

เมื่อนายชัชชาติ ได้หลังของอั้ม เนโกะ แล้วลืมหน้า !! 555







วันพฤหัสบดีที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ต่อต้านรัฐประหาร แต่ไม่ต่อต้านนักการเมืองเหี้ย ๆ







เมื่อคุณศึกษาระบอบการปกครองในทุก ๆ ระบอบมาจนถึงจุดหนึ่งที่มากพอ คุณจะเข้าใจว่า ระบอบทุกระบอบต่างก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ไม่มีอะไรที่ดีเลิศจนต้องคลั่งไคล้

เมื่อคุณเข้าใจถึงจุดนั้น คุณจะรู้ว่า ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนมีความสามัคคี นี่แหละคือสิ่งสำคัญที่สุด

ระบอบประชาธิปไตย คือ การให้ประชาชนเลือกผู้นำมาบริหารบ้านเมือง แต่ถ้าประชาชนมันเห็นแก่ตัว เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าคิดถึงผลประโยชน์ของชาติ ประชาชนที่คิดจะเอารัดเอาเปรียบประเทศชาติ เลี่ยงภาษี ตัดไม้ทำลายป่า ทำลายหรือขโมยทรัพย์สินของทางราชการ ชอบคนโกง ยกย่องคนรวยมากกว่าคนดี

ถ้าเป็นเช่นนั้น ระบอบประชาธิปไตยจะไม่เหมาะกับคนประเทศนั้น ๆ เลย ซึ่ง 80 ปีประชาธิปไตยไทยพิสูจน์แล้วว่า ประชาธิปไตยไทยมันเหี้ย เพราะนักการเมืองมันเหี้ย ประชาชนส่วนใหญ่มันก็เหี้ย

เมื่อประชาชนเห็นแก่ตัว ก็ย่อมได้ประชาธิปไตยเหี้ย ๆ ได้นักการเมืองเหี้ย ๆ มาบริหารบ้านเมืองให้ตกต่ำไร้คุณธรรม นำพาให้ประชาชนเห็นแก่ตัวมากขึ้น

สำหรับผม ไม่ได้เกลียดระบอบใด ๆ ในโลกเลย ขอเพียงชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนมีความสามัคคี ประชาชนรักและปกป้องชาติมากกว่าเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว

จะระบอบไหนก็ได้ ผมยอมรับได้ทั้งนั้นแหละ เพราะทั้งนี้ทั้งนั้น เมื่อ ประเทศ คือ รัฐนาวา ผู้นำประเทศ คือ กัปตันเรือ

หากได้ผู้นำดีมีคุณธรรม และเสียสละเพื่อชาติบ้านเมืองจริง ๆ ระบอบไหนก็ได้ ประเทศชาติก็ย่อมไปรอด สังคมก็จะมีระเบียบเรียบร้อยและสงบสุขมากขึ้น

ไอ้พวกที่ยึดติดคำว่า เลือกตั้ง อ้างประชาธิปไตยบังหน้า ไอ้พวกนี้แม่งเลว เพราะมันต่อต้านรัฐประหาร แต่ไม่ต่อต้านนักการเมืองโกงกิน

ไอ้พวกนี้แม่งเหี้ย เพราะมันแอบอ้างต่อต้านความรุนแรง แต่ไม่ต่อต้านผู้ก่อการร้ายยิง M79

ดีจริง ๆ ผลพวงจากรัฐประหาร โดย คสช. ทำให้ได้รู้แจ้งเห็นจริงว่า พวกไหนแม่งรักประชาธิปไตยแบบเหี้ย ๆ มากกว่ารักชาติรักแผ่นดิน

ขอให้ คสช. จงทำดีเพื่อชาติ จะได้พิสูจน์ให้รู้ว่า รัฐประหารดี ๆ ก็มีในโลก

และจงพิสูจจน์ให้เห็นว่า ระบอบเผด็จการเพื่อทำความสะอาดขาติ เหมาะกับสันดานไร้ระเบียบวินัยของคนไทย ซึ่งผ่านมาเกือบ 1 เดือน ก็พิสูจน์แล้วว่า การทำงานของ คสช. รวดเร็วทันใจกว่าให้ไอ้พวกนักการเมืองมันทำ

ช่วงเวลานี้ เผด็จการ คสช. จึงเปรียบเสมือน โรงเรียนดัดสันดานคนไทย !!


คสช. จึงย่อใหม่ว่า คณะรักษาความสงบสุขและทำความสะอาดขจัดปัญหาหมักหมมของชาติ !!











วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ที่มาซีอีโอ ปตท. รายได้เดือนละ 13ล้าน จริงรึ ?







คือ ตอนนี้ CEO ปตท. ชื่อ ไพรินทร์ ชูโชติถาวร บอกว่า เขาไม่ได้มีเงินเดือน ๆ ละ 13 ล้านบาท ตามที่แชร์กันในโซเชียลเน็คเวิร์คนั้น

ผมขอชี้แจงว่า เรื่องเงินเดือน 13 ล้านบาท ของผู้บริหาร ปตท.นั้น มีที่มาจากบทความของผม เรื่อง พวกไม่จงรักภักดี ตอน นิตยสาร fobes ที่เขียนไว้เมื่อปี 2551 แล้วคนอ่านเอาข้อมูลนี้ไปแชร์กันต่อ ๆ

ผมขอชี้แจงว่า ข้อมูลเรื่องรายได้โดยเฉลี่ยของ ceo 13 ล้านบาทต่อเดือนนั้น ผมได้มาจากปากของ อดีต ceo ปตท. ชื่อ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เมื่อครั้งที่เขาไปออกรายการของ มล.ปลื้ม เทวกุล ทางช่อง 9 เมื่อหลายปีก่อน เป็นคนพูดเอง

นายประเสริฐ บอกเองว่า เขามีรายได้ทั้งเงินเดือน เบี้ยประชุม โบนัส และอื่น ๆ เฉลี่ยประมาณ 13 ล้านบาทต่อเดือน

คุณไพรินทร์ ลองไปถามคุณประเสริฐ ดูได้ว่า เคยพูดเรื่องนี้หรือไม่ หรือไปขอเทปรายการนี้ของคุณปลื้ม ตอน ceo ปตท. ดูได้ ว่าเขาพูดไว้จริงหรือไม่

แต่นั่นคือรายได้ของนายประเสริฐเมื่อประมาณ 5 - 7 ปีที่แล้ว ซึ่งปตท.ยังไม่ใหญ่โตเท่าในวันนี้ด้วยซ้ำ

ผมเชื่อว่าตอนนี้ คุณไพรินทร์ น่าจะมีรายได้ต่อเดือนมากกว่า 13 ล้านบาทแล้วด้วยซ้ำ เพราะ ปตท. กำไรมากขึ้นทุกปี

แน่จริงก็บอกมาสิครับ ว่ารายได้คุณไพรินทร์ ตอนนี้ตกเดือนละเท่าไหร่ หรือปีละเท่าไหร่ ??

แนะนำไปอ่านที่มาเรื่อง รายได้ 13 ล้านของผู้บริหาร ปตท. ได้ที่บทความนี้

พวกไม่จงรักภักดี ตอน นิตยสาร fobes
http://akelovekae.blogspot.com/2008/12/5-fobes.html






วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2557

คสช. รื้อโครงการกู้ 2 ล้านล้านจริงเหรอ







คือพอมีข่าวว่า คสช. จะนำโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโครงการกู้ 2.2 ล้านล้านของพรรคเพื่อไทยมาพิจารณาดูใหม่

ก็ทำให้พวกเสื้อแดงโง่ ๆ รวมทั้งเสื้อแดงพันทิพที่โง่แล้วชอบอวดฉลาด กระดี๊กระด๊าว่า นี่ไงโครงการ 2 ล้านล้าน มันดี เห็นไหม

แต่พอเพื่อไทยจะทำ ตลก.ศาลรัฐธรรมนูญกลับตัดสินว่าผิด

แปลง่าย ๆ ว่า ถ้าเป็นของเพื่อไทยทำ ก็ผิดเสมอ แต่พอ คสช. จะทำกลายเป็นถูกต้อง กลายเป็นดี

เหอะ ๆ นี่คือการตีความแบบควาย ๆ ของควายแดงโดยแท้

----------------

ไอ้พวกโง่ทั้งหลาย จำไว้นะ ไม่ว่ารัฐบาลไหน ๆ มาเป็นรัฐบาลก็ต้องทำโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทั้งนั้น

แต่วิธีการต่างหากที่จะแตกต่างกัน วิธีหาเงินมาสร้างต่างหากที่แตกต่างกัน

อย่างเช่น โครงการรถไฟฟ้าก็มีการวางแผนมานานแล้วหลายรัฐบาล

หรืออย่างเช่น โครงการรถไฟรางคู่ทั่วประทศ ก็ต้องทำมานานแล้ว

อย่างในรัฐบาลอภิสิทธิ์ ก็วางแผนทำโครงการระบบรถไฟรางคู่ไว้แล้ว แต่พอพรรคเพื่อไทยมาเป็นรัฐบาลก็มาล้มโครงการของประชาธิปัตย์ลงไป เพื่อจะเอาไปรวมไว้ในโครงการกู้ 2 ล้านล้านแทน

คลิกที่รูปเพื่ออ่านข่าว ฟ้าผ่าคค.'ชัชจ์'สั่งล้มรถไฟฟ้าสีแดง-หยุดรางคู่ 800 กม.ทั่วไทย



และที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า โครงการกู้ 2.27 ล้านล้านมันผิด ก็เพราะมันไปออกเป็น พ.ร.บ. กู้

แต่ถ้ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ออกเป็น พรก.กู้ เหมือนที่เคยออก พรก.กู้ 3.5 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย มันก็ไมขัดรัฐธรรมนูญแล้ว

แต่ที่รัฐบาลเพื่อไทยมันต้องการออกเป็น พ.ร.บ.กู้ 2.27 ล้านล้านนั้น เพื่อจะหนีการตรวจสอบการใช้เงิน

แปลความง่าย ๆ ว่า มันจะได้โกงกินกันง่ายขึ้นนั่นแหละ ส่วนรายละเอียดที่เหลือไปหาอ่านเอาเอง ว่า พ.ร.บ.กู้ 2.27 ล้านล้าน มันขัดรัฐธรรมนูญอย่างไร

----------------------

ฉะนั้นการที่ คสช. เขาเอาโครงการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานมาปัดฝุ่นพิจารณา ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะมันต้องทำอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนก็ตาม

คสช. ก็ต้องศึกษาในข้อดีข้อเสียของโครงการเก่าที่รัฐบาลเก่าเคยทำเอาไว้ ว่ามันมีข้อเสียตรงไหน ไม่โปร่งใสตรงไหนมาปรับแก้ มาปรับใช้ เพื่อจะได้ไม่เสียเวลามาศึกษาใหม่ทั้งโครงการ เพราะถ้าทำแบบนั้นมันจะเสียเวลา และเปลืองงบโดยใช่เหตุ

แต่ที่แน่ ๆ รถไฟความเร็วสูงไม่ใช่โครงการที่ คสช. จะนำมาทำในตอนนี้แน่นอน เพราะนั่นยังไม่ใช่สิ่งจำเป็น

เพราะสิ่งจำเป็นที่สุดคือ ระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ ซึ่งถ้าทำได้ ความเร็วของรถไฟในระบบรางคู่ก็มีความเร็วประมาณ 150 กม. อยู่แล้ว นั่นก็นับว่าเร็วพอควร ไม่จำเป็นต้องเร็วขาด 400-500 กม./ชม. แบบรถไฟความเร็วสูงหรอก เพราะนั่นสิ้นเปลืองงบประมาณมากเกินไป


---------------------

แถลงการณ์พลเอกประยุทธ์ กับโครงการกู้ 2 ล้านล้าน

ดูคำแถลงของพลเอกประยุทธ์เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.57   ในเรื่องโครงการ 2.27 ล้านล้านและ 3.5 แสนล้านให้ชัด ๆ ว่าพลเอกประยุทธ์อธิบายไว้อย่างไร ซึ่งบิ๊กตู่ไอ้อธิบายได้อย่างชัดเจนมาก


"สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น โครงการมูลค่า 2 ล้านล้าน, 3.5 แสนล้าน จะนำมาพิจารณาดูอย่างรอบคอบว่าโครงการใดที่เป็นประโยชน์ ก็จะนำไปสู่การปฏิบัติเฉพาะเรื่อง แยกพิจารณา แยกดำเนินการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้เริ่มต้นได้อย่างโปร่งใส เช่น รถไฟรางคู่ รถไฟฟ้า ระบบสาธารณูปโภคอื่นๆ ที่จำเป็นต้องดำเนินการก่อน โดยจะหาวิธีการเริ่มต้นโดยใช้งบประมาณประจำปี หรือใช้การลงทุนโดยภาคเอกชน ฯลฯ 

ทั้งนี้เพื่อเป็นการลดภาระการใช้จ่ายจากการกู้เงินจำนวนมาก อันจะเป็นผลผูกพันระยะยาว แต่ต้องโปร่งใสมีประสิทธิภาพ ไม่ทำทั้งหมดทุกแผนงาน โครงการจะต้องเริ่มต้นด้วยการบูรณาการเกิดประโยชน์ เกื้อกูลซึ่งกันและกันกัน โครงการต่อโครงการ กระทรวงต่อกระทรวง ในงบประเภทเดียวกัน เพื่อเกิดประโยชน์ต่อประชาชนโดยรวม ไม่ได้ทำแผนงานโครงการตามฐานเสียงหรือเหตุผลทางการเมืองทำให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม เช่นในอดีตที่เป็นมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน ซึ่งจะนำไปหารือในการจัดทำงบประมาณปี 58 และน่าจะอยู่ในการพิจารณาดำเนินการของรัฐบาล หรือ คณะรัฐมนตรี ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยเร็วที่สุด ได้ทันก่อนการเริ่มต้นปีงบประมาณ 58 คือ 1 ต.ค. 2557 เป็นต้นไป


การจัดทำและการดำเนินงานด้านงบประมาณทุกแผนงาน โครงการ จะใช้การดำเนินการให้ใกล้เคียงกับการมีรัฐบาลปกติ ที่สำคัญเน้นให้สามารถรับการตรวจสอบได้ในเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณจากหน่วยที่รับผิดชอบในการตรวจสอบได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งใสเป็นธรรมและมีการใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ"

------------------

จากที่พลเอกประยุทธ์ แถลง จะเห็นได้ชัดเจนว่า ที่ต้องทำแน่ ๆ คือ ระบบรถไฟรางคู่ และรถไฟฟ้าหลายสาย โดยไม่มีเอ่ยถึงรถไฟความเร็วสูงเลยแม้แต่นิดเดียว และเน้นที่จะใช้งบประมาณแผ่นดิน หรือ ให้เอกชนมาช่วยลงทุน เพื่อจะได้ไม่ก่อหนี้ในระยะยาวให้ประเทศ

ที่สำคัญต้องตรวจสอบการใช้จ่ายงบได้จากหน่วยงานที่รับผิดชอบในการตรวจสอบตามกฎหมาย

ซึ่งแตกต่างจากโครงการกู้ 2 ล้านล้านของเพื่อไทยโดยสิ้นเชิง เพราะแผนงานเดิมที่พรรคเพื่อไทยทำนั้น รัฐบาลกู้มาลงทุนทำโครงการเองทั้งหมด หลีกเลี่ยงการตรวจสอบการใช้เงิน แถมหาเงินด้วยการกู้จากนอกงบประมาณอีกด้วย

ส่วนโครงการ 3.5 แสนล้านก็เช่นเดียวกัน ก็ต้องเอามาดู มาศึกษาใหม่ ว่าของเดิมมันห่วยอย่างไร จะได้ไม่ห่วยเหมือนที่รัฐบาลเพื่อไทยมันทำชุ่ย ๆ เอาไว้

อย่างเช่นคันกั้นน้ำในบางจังหวัด ทำเสร็จไม่ทันไรพังซะแล้วก็มี แถมมีปัญหาเรื่องประชาพิจารณ์ที่ไม่โปร่งใส และไม่เป็นธรรม ในแทบทุกจังหวัดที่ไปทำมา