แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นโยบาย รถยนต์คันแรก คืนภาษี รัฐบาล หนี้ บัตรเครดิต จำนำข้าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นโยบาย รถยนต์คันแรก คืนภาษี รัฐบาล หนี้ บัตรเครดิต จำนำข้าว แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2555

นโยบายทำลายชาติ "คืนภาษีรถยนต์คันแรก"






ก่อนอื่นต้องแนะนำบล็อคเสริม คือบล็อคเซียนแซวการเมือง2nd ซึ่งที่ต้องมีอีกบล็อคเพราะ ถ้ามีแค่บล็อคเซียนแซวการเมืองอันเดียว จะอัพเดตข้อมูลใหม่ๆ ไม่ค่อยทัน เพราะอยากให้บทความบางบทอยู่หน้าเว็บนานๆ หน่อย ไม่อยากให้บทความตกเร็วเกินไป จึงต้องมีบล็อคผู้ช่วยไว้เป็นบริการเสริม ^^




วันก่อนดู นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง ตอบเรื่องนโยบายคืนภาษีรถยนต์ในสภา ซึ่งเหตุผลที่นายกิตติรัตน์ ใช้สนับสนุนว่านโยบายนี้ดีคืออะไรรู้มั้ย?

กิตติรัตน์มันบอกว่า "จะทำให้คุณภาพชีวิตครอบครัวคนไทยดีขึ้น เช่น เราอาจเคยเห็นพ่อแม่ลูก ซ้อนมอไซค์ 3 คน - 4 คน ซึ่งเป็นอันตราย พอมีโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ก็ทำให้พวกเขาซื้อรถยนต์ได้ง่ายขึ้น คุณภาพชีวิตก็ดีขึ้น"  (เป็นหนี้เพิ่มขึ้นสิไม่ว่า)

5555 นี่คือเหตุผลชั่ว ๆ ของพวกชั่วที่ไว้หลอกฟายแดงที่คิดตื้นๆ โดยแท้ กฎหมายเขาห้ามซ้อน 3 แต่การแก้ปัญหาของรัฐบาลฟายแดงก็คือ สนับสนุนให้คนซื้อรถเก๋งเพิ่มขึ้น

หากนำคำพูดนี้ของนายกิตติรัตน์ไปให้ฝรั่งในชาติที่เจริญแล้วฟัง ฝรั่งเขาคงบอกว่า ผู้บริหารประเทศของคุณคิดได้เท่านี้เองเหรอ?

หากเราดูนโยบายของรัฐบาลชั่วนี้ เราจะเห็นเลยว่า มันล้วนแต่สนับสนุนให้คนไทยเป็นหนี้มากขึ้น ทั้งๆ ที่คนจนส่วนใหญ่ก็เป็นหนี้กันทั้งนั้นอยู่แล้ว ก็ดันไปกระตุ้นความอยากมี ความได้ของคนไทยให้มากยิ่งขึ้นอีก

บางคนจริงๆ แล้วยังไม่พร้อมจะมีรถ วางแผนไว้ว่าอีกสัก 2ปี ทำงานหาเงินเก็บเงินดาวน์ให้มากสักหน่อยค่อยผ่อน บางคนก็มีภาระหนี้สินอื่นๆ อยู่แล้ว เช่นผ่อนบ้าน หรือปัญหาอื่นๆ ที่ยังมีภาระอยู่ แต่พอรัฐบาลชั่วมากระตุ้นความอยากแบบนี้ ทำให้หลายคนต้องรีบซื้อรถ โดยคิดแค่ว่า ถ้าไม่ซื้อวันนี้ จะอดได้คืนภาษีตั้งเป็นแสน

ไม่มีประเทศไหนในโลก ผู้นำประเทศไหนในโลก คิดนโยบายกระตุ้นให้คนซื้อรถมากขึ้นหรอก หากยังคิดถึงประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้งมากกว่าผลประโยชน์ของญาติพี่น้องตัวเอง

ตามปกติในแต่ละปี คนไทยก็ซื้อรถกันมากจนเกินท้องถนนอยู่แล้ว หลายคนอยากมีรถ ไม่ใช่เพื่อความจำเป็นเป็นหลัก แต่เพื่อความสะดวกสบาย และความมีหน้ามีตาของตัวเองเป็นหลัก

คนบางคนยังพออดทนลำบากขึ้นรถเมล์ได้ เพื่อประหยัดเงิน อดออม เพื่อใช้จ่ายในสิ่งที่สำคัญกว่าเช่นไว้เลี้ยงดูพ่อแม่ หรือเก็บเงินไว้ใช้ยามฉุกฉินเช่นพ่อแม่ป่วย แต่พอมีการนำงินภาษีคืนมาล่อ ตบะที่เคยอดทนลำบากขึ้นรถเมล์ ก็เลยแตกซะ หันมาเป็นหนี้เพิ่มขึ้นแทน บางคนก็อาจไปเบียดบังกับเงินที่เคยส่งเสียเลี้ยงดูพ่อแม่เอาอีกด้วย รัฐบาลสนับสนุนให้ลูกบางคนทำบาปทางอ้อมแท้ๆ

ทั่วโลกเขาตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น รถยนต์ยิ่งมีน้อยลงได้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่รัฐบาลชั่วกลับอยากให้คนซื้อรถมากขึ้น นี่แหละคือความคิดของพวกซาตานโดยแท้ เอาสิ่งฟุ่มเฟือยมาล่อ ให้คนเป็นหนี้เพิ่มขึ่นเพราะความอยาก

ปกติถ้ารัฐบาลไม่กระตุ้นการซื้อรถ ก็มีคนซื้อรถคันแรกในแต่ละปี นับแสนๆ คันอยู่แล้ว ประเทศชาติต้องสูญเสียเงินภาษีที่จะนำไปใช้ประโยชน์ที่สำคัญกว่าตั้งกี่หมื่นล้าน?

จากการคาดการณ์ล่าสุด คาดว่า ถึงสิ้นปี ยอดจองรถยนต์คันแรกน่าจะพุ่งสูงถึง 5แสนคัน หากเฉลี่ยภาษีที่ต้องจ่ายคืนที่ 7หมื่นบาทต่อคัน ก็จะเป็นเงินภาษีที่หายไปมากถึง 35,000,000,000 ล้านบาท (สามหมื่นห้าพันล้านบาท)

ถามว่า ในจำนวนคนที่ซื้อรถยนต์คันแรกนั้น จะมีสักกี่คนที่ซื้อเงินสด ไม่ต้องไปผ่อนต่อ ??

นี่คือการล่อให้คนไทยนำเงินอนาคตของตัวเอง มารีบประเคนให้บริษัทรถยนต์ต่างชาติโดยแท้ นำเงินภาษีของรัฐไปให้แก่บริษัทรถยนต์ต่างชาติหม่ำจนพุงกาง เพราะแม้บริษัทรถยนต์ฉวยขึ้นราคารถหลังจากรัฐบาลประกาศใช้นโยบายนี้ แต่กลับยิ่งขายรถได้มากขึ้น เพราะมีรัฐบาลนังชั่ว พี่สารเลว คิดนโยบายทำลายชาติ ทำลายสิ่งแวดล้อมนี้ขึ้นมา

"รัฐบาลชั่วยั่วให้คนไทยเป็นหนี้เพิ่ม แถมใช้ภาษีชาติไปจัดโปรโมชั่นให้บริษัทรถฟรีๆ เลวมะ?"

แล้วคุณคิดว่า นักการเมืองไทยที่ขึ้นชื่อว่าคอร์รัปชั่นอันดับต้นๆ ของโลก ออกนโยบายแบบนี้จะไม่มีผลประโยชน์ลับหลังแอบกินร่วมกับบริษัทรถยนต์เหรอ นี่แหละที่เขาเรียกว่า คอรัปชั่นเชิงนโยบาย!! 

เมื่อรถมากขึ้น รถยนต์ก็จะติดมากขึ้น มลพิษก็มากขึ้น คนไทยก็จะเจ็บป่วยมากขึ้น ส่วนน้ำมันของปตท. ก็จะขายดีขึ้น ทีนี้ผู้ที่ถือหุ้นปตท. ที่เป็นนอมินีของนักการเมืองก็จะรวยขึ้น

ถึงแม้กระทรวงการคลังจะถือหุ้นปตท.อยู่ครึ่งนึงก็ตาม แม้จะมีเงินเข้ารัฐมากขึ้นก็ตาม แต่ประชาชนกลับจะยิ่งจนลง

แต่พวกนักการเมืองจะมีงบประมาณถลุงและโกงกินกันเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็ยิ่งทำประชานิยมเพิ่มขึ้นเพื่อหลอกใช้คนจนให้ทำลายชาติทางอ้อมสนองความชั่วของคนที่เคยพูดว่า "ถ้าผมอยู่ไม่เป็นสุข ใครก็อย่าได้หวังเป็นสุข"

มันฆ่าประเทศชาติโดยที่คนโง่ตามมันไม่ทันเลย เปรียบเสมือนเอาลูกอมเคลือบยาพิษให้ฟายกินแท้ๆ

และจะไม่มีทางที่ค่าน้ำมันและแก๊ส จะถูกลง เพราะรัฐบาลชั่วต้องการเงินผ่านทางปตท. เพื่อนำมาหลอกใช้ฟายต่อไป ต้องการเงินไปให้นอมินี่ในปตท. เสวยสุขต่อไป

สุดท้าย คนไทยก็โดนหลอกให้จมปลักกับหนี้ รัฐบาลชั่วมันก็เสริมด้วย การหาบัตรเครดิตมาให้เกษตรกรเป็นหนี้ หาบัตรเครดิตพลังงานมาให้พวกขับรถสาธารณะเป็นหนี้อีกทาง รัฐบาลชั่วมันหาทางหลอกเก็บกินทุกทางจากคนจน

โดยมีรัฐบาล ร่วมกับบริษัทนายทุนที่เกื้อกูลรัฐบาล ร่วมกันเป็นเจ้าหนี้ของประชาชนโดยแท้

นี่พวกมันวางแผนว่า ถ้าได้เงินไม่พอ จะเพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มอีกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เลวบัดซบจริงเลย

ที่สำคัญที่สุด กรมการขนส่งทางบก เคยยอมรับว่า ทางกรมไม่สามารถตรวจสอบได้ทุกคันว่า คนซื้อที่รถคันแรก เป็นการซื้อคันแรกจริงๆ และนี่คือช่องทางที่ทำให้ภาษีรถคันแรกต้องรั่วไหลไปสู่คนที่อยากเปลี่ยนรถใหม่คันที่ 2 ที่ 3 รวมทั้งการแอบสวมสิทธิ หรือใช้นอมินีซื้อรถแทนกัน


ดูตัวอย่างผลแห่งนโยบายชั่วๆ ของรัฐบาลนี้ที่ตามมา คือนโยบายจำนำข้าว

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!



จำนำข้าวได้ราคาแพงขึ้น แล้วชาวนาทำไมกลับเป็นหนี้เพิ่มขึ้น ?

คำตอบก็คือ ต้นทุนการปลูกข้าวเพิ่มขึ้นตาม ทั้งค่าปุ๋ยของเจี่ยไต๋(CP) ทั้งค่ายาของเจี๋ยไต๋ ทั้งค่าแรง300บาท ค่าเช่านาที่เจ้าที่ดินของถือโอกาสขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้ต้นทุนชาวนาเพิ่มขึ้นเยอะ

ชาวนาเลยไม่ได้รวยขึ้น แต่บริษัทปุ๋ย บริษัทยารวยขึ้นต่างหาก

แถมให้พวกโรงสีเครือญาติของพวกนักการเมือง ได้รวยกันเอม จากโครงการชั่วๆ นี้

นโยบายจำนำราคาข้าวเพื่อบริษัทนายทุนรวยขึ้นนั่นเอง

ไว้ผมจะเขียนเรือง เงินเข้าประเทศหายไปจากโครงการจำนำข้าว อีกทีนึง


ก่อนจบ พวกคุณเคยรู้กันมั้ยว่า รัฐบาลนังโง่ได้ไปตัดงบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของคนไทยต่อหัวลงไปแล้ว เคยรู้กันมั้ย ? ถ้ายังไม่รู้ไปอ่านที่นี่ คลิก!!



คลิกอ่าน แท็บเล็ตเด็กป.1 มีปัญหาโง่ๆ เกิดขึ้นซะแล้ว 555