แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ในหลวง น้ำท่วม กรมชลประทาน ตลิ่งพัง เจาะถนน เครื่องเร่งน้ำ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ยิ่งลักษณ์ ในหลวง น้ำท่วม กรมชลประทาน ตลิ่งพัง เจาะถนน เครื่องเร่งน้ำ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2554

แค้นใจยิ่งนัก ยิ่งลักษณ์ไม่ทำตามในหลวง!!







ที่ผ่านๆมา ผมยังพอรับได้ว่า มันต้องท่วม เพราะมีผู้นำโง่ แต่วันนี้ผมเริ่มยอมรับไม่ได้ แถมยังเริ่มแค้นใจนัก ที่ผู้นำไม่ใช่แค่โง่อย่างเดียว แต่มันดื้อด้าน แถมเลวอีกด้วย

เพราะเมื่อคืนผมได้ย้อนดูคลิปแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมปี38 ที่ในหลวงทรงเรียกประชุมหน่วยงานเกี่ยวกับน้ำทั้งหมด เพื่อแก้วิกฤติน้ำท่วมปี38

ทั้งอธิบดีกรมชลประทานท่านปราโมทย์ ไม้กลัด ทั้งผู้ว่าฯกทม.กฤษฎา อรุณวงศ์ฯ

ย้อนดูในหลวงทรงแนะแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมปี38

แนวทางที่ในหลวงทรงแนะนำ เช่น

1. ทรงแนะให้เร่งระบายน้ำ ไปทางตะวันออก เร่งระบายโดยไม่ต้องกลัวตลิ่งจะพัง ไม่ต้องกลัวบ้านเรือนที่รุกล้ำคลองจะพัง เพราะถ้าพังให้ไปชดเชย แก้ไข ซ่อมแซม เยียวยากันทีหลัง ตอนนี้ต้องรักษากรุงเทพฯให้ได้ ไม่งั้นระบบเศรษฐกิจประเทศจะพัง จะเสียหายมากกว่า

แต่ปี54กรมชลประทาน กลับชี้แจงที่ในเว็บกรมชลฯ ว่า ที่ไม่เร่งระบายน้ำ เพราะกลัวตลิ่งพัง!?

ยิ่งลักษณ์เข้าเฝ้าในหลวงเมื่อวันที่12ตุลาคม ในหลวงก็แนะให้เร่งระบายน้ำทางตะวันออก แต่จนถึงวันนี้ การระบายน้ำผ่านทางตะวันออก ก็ยังระบายได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ถ้าเร่งระบายแต่เนิ่นๆ ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ให้ได้ น้ำจะไม่ท่วมกรุง ถึงท่วมก็ไม่มาก!!

แต่นังปูมันก็ไม่เร่งทำ!!

คลิกรูปเพื่อขยาย!!



2. ทรงแนะให้เจาะถนนบางนาตราด เพราะถ้าไม่เจาะถนน ปล่อยให้น้ำเอ่อขึ้นเอง ไหลมาเอง ถนนจะยิ่งเสียหายมากกว่า ต้องเสียเงินซ่อมมากกว่าเจาะถนน

บ.ทีมกรุ๊ป ก็เคยเสนอแนวทางเจาะถนนก่อนใคร ดร.จากมหิดลที่ออกรายการคมชัดลึกเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็เห็นว่าควรเจาะ อาจารย์จากวิศวะจุฬาอีกคนที่ออกอีกรายการทางทีวีไทยวันเดียวกัน ก็เห็นว่าควรเจาะถนน

ดูรองผู้ว่ากทม.ออกรายการเจาะข่าวเด่นกับสรยุทธ ก็บอกว่า ควรเจาะถนน!!




แต่ปี54รมว.คมนาคมสุกำพล บอกถนนไม่ขวาง!! ไม่ต้องเจาะ แต่ในความเป็นจริง สมุทรปราการมีประตูระบายน้ำ มีเครื่องสูบหลายตัวรอน้ำอยู่ แต่น้ำไปไม่ถึง เพราะมีสิ่งกีดขวางมากมาย ทั้งโรงงาน ถนนหลายสาย

แนะนำย้อนอ่าน คนไทยต้องจมเป็นเดือนเพราะมีผู้นำโง่ (ผมอธิบายเหตุผลง่ายๆว่าทำไมต้องเจาะถนนชัดเจน)

2.1 ในหลวงยังได้ทรงยกตัวอย่างทางรถไฟในต่างประเทศว่า แม้แต่ทางรถไฟก็มีการวางท่อหรืออุโมงค์ใต้ทางรถไฟให้น้ำไหลรอดผ่านได้ เพื่อลดแรงปะทะของน้ำ

เพราะถ้าไม่ให้น้ำไหลผ่าน ทางรถไฟก็จะพังได้ง่าย ซึ่งทางรถไฟของไทยจะหาได้น้อยมากที่จะมีช่องเพื่อให้น้ำไหลผ่าน


3. ทรงแนะให้ใช้เครื่องเร่งน้ำ ช่วยการระบาย สมัยนั้นเครื่องนึงตกตัวละล้าน ในหลวงเคยได้ทดลองที่คลองวัดช่องนนทรีได้ผลมาแล้ว จากน้ำท่วม10ชั่วโมง เหลือท่วมแค่4ชั่วโมง

ซึ่งตามความเข้าใจของผม เครื่องเร่งน้ำที่ในหลวงทรงพูดถึง ก็คือ เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มี2หัว ติดตั้งตรงประตูระบายน้ำต่างๆ เพื่อช่วยให้น้ำไหลผ่านได้ดีขึ้น เพราะตามประตูน้ำต่างๆมันแคบ เพราะประตูเล็กกว่าคลอง จึงต้องมีเครื่องช่วยเร่งน้ำ เพื่อให้น้ำไหลผ่านได้เร็วขึ้น

คุณผู้อ่านครับ น้ำที่ไหลเข้าทางวิภาวดีและพหลโยธิน มันไม่ได้เร็วมาก ถ้าเร่งสูบทัน กรุงเทพก็จะไม่ท่วม ถ้าเรามีเครื่องเร่งน้ำไปติดตามประตูน้ำหลายจุด ก็จะช่วยเร่งให้น้ำไหลไปได้เร็วขึ้น

เครื่องเร่งน้ำ



แต่วันนี้ กรมชลประทาน บอกเครื่องสูบไม่พอ เครื่องสูบบางเครื่องเสีย ห่วยแตกจริงๆ

เมื่อเครื่องสูบไม่พอ นังปูหญ้าแพรก ควรรีบจัดหาระดมเครื่องสูบ แต่นังปูมันไม่ทำ มันคิดแค่สั่งซื้อจากจีน แล้วกว่าจะมาถึง ก็เมื่อสายไปแล้ว แทนที่จะระดมเครื่องสูบน้ำจากทั่วประเทศ วอนขอจากเอกชนที่มีก็ได้ มาช่วยก่อน แต่มันก็ไม่คิดทำ!!

(ข่าวแจ้งว่า เครื่องสูบน้ำที่รัฐบาลปูหญ้าแพรกสั่งซื้อล็อตแรก จะมาถึงอีก20วันเมื่อนับจากวันนี้)


4. วิธีจัดการเรื่องการขัดขวางของประชาชน ในหลวงก็ทรงพูดถึง ในหลวงทรงบอกว่า ถ้ามาขวางการเปิดประตูระบายน้ำ สุดท้ายก็ท่วมเหมือนเดิม แต่ถ้าปล่อยให้เปิดประตูระบายน้ำ ถึงท่วมก็ท่วมเร็วจบเร็ว ไม่ท่วมนาน เพราะแถวพื้นที่ตอนล่างนี้ ถ้าปล่อยให้เอ่อท่วมเองจะเป็นการท่วมน้ำเน่า!!

เมื่อในหลวงทรงแนะผ่านทีวีถ่ายทอดทั่วประเทศ ประชาชนทุกจุดก็หยุดขัดขวางการทำงานเร่งระบายน้ำของเจ้าหน้าที่ทันที แต่ยุคยิ่งลักษณ์ มีชาวบ้านพังคันกั้นน้ำ มีชาวบ้านขัดขวางการเปิดประตูระบายน้ำตลอดเวลา จนถึงวันนี้


5. มีช่วงหนึ่งทรงถามว่า รู้มั้ยทำไมเชียงใหม่น้ำท่วม? ในหลวงทรงเฉลยว่าไม่ใช่เพราะเขื่อนปล่อยน้ำ แต่เพราะแม่น้ำปิงเต็ม เต็มจากทรายตะกอน ฉะนั้นต้องปลูกหญ้าแฝก บนเนินริมตลิ่ง เพื่อป้องกันทรายลงไปในแม่น้ำ

แต่ปี54ยิ่งลักษณ์กลับบอกให้ปลูกหญ้าแพรก!??


6. ในหลวงทรงพูดถึง การรุกล้ำสร้างสิ่งปลูกสร้างบนทางระบายน้ำ ซึ่งรัชกาลที่5ได้ทรงกำหนดไว้เป็นพระบรมราชโองการเอาไว้ว่า พื้นที่ฝั่งตะวันออกเป็นflood way ใครมาสร้างแถวนี้ถือว่าผิดกฏหมาย!!

แต่ปี38 ก็มีคนสร้างสิ่งก่อสร้างขวางทางน้ำมากมายแล้ว มีโรงงานขวางทางน้ำมากมาย ซึ่งในหลวงแนะแนวทางแก้ไขระยะยาวไว้ด้วยว่า ต่อไปให้ฝังท่อขนาดใหญ่ลงไปใต้โรงงานพวกนั้น เพื่อให้น้ำได้ไหลผ่านได้ แต่จนวันนี้ก็ไม่มีรัฐบาลไหนทำตาม



---------------------

สนามบินสุวรรณภูมิ ก็มาสร้างขวางทางน้ำไหล เพราะพวกนักการเมืองแก้ไขกฏหมายผังเมืองภายหลัง

แต่ยังดีที่สุววรณภูมิยังติดตั้งระบบระบายน้ำช่วยสูบน้ำลงทะเล แต่ ปีนี้น้ำกลับไม่ค่อยมาให้สูบที่สุวรรณภูมิ ทั้งที่สนามบินสุวรรณภูมิมีเครื่องสูบขนาดใหญ่มาก แต่วันนี้กลับทำงานได้เพียง50%เท่านั้น เพราะน้ำยังมาไม่ถึง!?

นั่นเพราะมีสิ่งกีดขวางมากมายในทางน้ำไหล และกรมชลฯกลัวตลิ่งจะพัง

มีข้าราชการและนักการเมืองห่วยๆแบบนี้ไง กรุงเทพฯเมืองหลวงของไทยจะจมน้ำ

ผมบอกตามตรง ถ้ายิ่งลักษณโง่ ผมยังพอให้อภัย

แต่ถ้าไม่โง่ แต่เจตนาปล่อยให้น้ำท่วมกรุง แสดงว่าต้องเป็นคนเลวสุดๆ เพราะคิดแต่ปกป้องนิคมลาดกระบัง เพราะนักลงทุนญี่ปุ่นขู่เอาไว้ว่า ถ้าท่วมจะทิ้งฐานการผลิตที่เมืองไทย

และที่สำคัญคือสนามบินสุวรรณภูมิ ที่ยิ่งลักษณ์เห็นว่าต้องปกป้องมากกว่ากรุงเทพฯ

อย่าเห็นสนามบินสำคัญกว่าเมืองหลวงและคนในกรุงเทพอีก10ล้านคน

ในส่วนประเด็นเรื่องนี้ ผมแนะนำอย่าพลาด!! บทความเรื่อง กรุณาอย่าเชื่อข่าวลือ!!

-----------------------

ก่อนจบ ผมขอนำหลักการบริหารน้ำที่ถูกต้องตามที่ในหลวงทรงอธิบาย

"ในหน้าฝน เขื่อนต้องกักเก็บน้ำไว้ใช้ยามแล้ง ส่วนประตูระบายน้ำในตอนล่างต้องทำให้แห้งเข้าไว้ เผื่อรับการระบายน้ำจากเขื่อน"

แต่เหตุการณ์ปัจจุบัน ผู้คนต่างคิดว่าเขื่อนต้องพร่องน้ำในหน้าฝน ส่วนประตูน้ำกลับเปิดระบายไม่ได้เพราะกลัวท่วมนา (ผมถามหน่อยว่า ถ้าไม่ให้เขื่อนคอยเก็บน้ำในหน้าฝนไว้ใช้ จะให้รอไปเก็บน้ำในช่วงหน้าแล้งหรือไง)

นี่แหล่ะครับ การคิดที่สวนทางแนวพระราชดำริ มันถึงท่วมหนักในวันนี้

หรือเพราะมันคือแผนให้ท่วมกรุง เพื่อพวกมันจะได้หาเรื่องละเลงเงินหลายแสนล้านฟื้นฟูป้องกัน?


คลิกอ่าน สาเหตุน้ำท่วม54 ที่คุณอาจคิดไม่ถึง!!


-->