ภายหลังจากที่รายการ "เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์" โดยผู้ประกาศคนดัง "สรยุทธ สุทัศนะจินดา" ได้เชิญบอยแบนด์ชื่อดังจากเกาหลี "ซูเปอร์ จูเนียร์" (SJ) มาออกรายการดังกล่าวแบบสดๆ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ทั้งนี้จุดที่กลายเป็นประเด็นขึ้นมาก็สืบเนื่องจากระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นทางฟากของผู้ประกาศข่าวได้เอื้อมมือขึ้นไปโอบไหล่ของ "ซองมิน" หนึ่งในสมาชิกของวงที่กำลังนั่งตอบคำถามอยู่
ก่อนที่ทาง "เฮนรี่ จาง" อีกหนึ่งสมาชิกของวงที่นั่งอยู่ด้านหลังจะเอื้อมมือมาดึงมือของผู้ประกาศคนดังออกพร้อบกับทำท่าทางในลักษณะที่ว่าทำแบบนี้ไม่ได้ ทำเอาเจ้าตัวถึงกับมีอาการหน้าเหวอขึ้นมาเล็กน้อย
หลังจากนั้น ก็มีทั้งแฟนสรยุทธกับแฟนวงดังเกาหลี โพสความเห็นในโลกออนไลน์ซัดกันมันส์หยด ตามสไตล์ติ่งไทยนิยมกัดกันเอง
-----------------------
สาเหตุนักร้องเกาหลีใต้ดึงมือสรยุทธออก แบบไม่เกรงใจ
ทีนี้เพื่อไม่ต้องการให้แฟนๆ ชาวไทยทั้ง 2 กลุ่มซัดกันเองอย่างยืดเยืัอ และได้มีทีมข่าวเฉพาะกิจแอบไปสัมภาษณ์ทีมงานของวงเกาหลี ซึ่งได้เหตุผลมาตามนี้ครับ
สาเหตุที่แท้จริงที่สรยุทธโดนฉีกหน้ากลางรายการ !!
"คือว่า... เรามาโปรโมทผลงานของเราตามหน้าที่ แต่เราไม่ต้องการให้สื่อไทยบางคนมาตีสนิทกับเรา โดยเฉพาะพวกหากินกับการใช้สื่ออย่างไม่ชอบมาพากล เพราะประเทศเกาหลีใต้ของเรา สื่อต้องมีจริยธรรมสูงกว่าคนทั่วไปครับ" เสียงจากทีมงานคนหนึ่งที่ไม่ต้องการเปิดเผยชื่อจากวงบอยแบนด์เกาหลี
เป็นไงครับ คงได้เข้าใจเหตุผลของวงเกาหลีใต้ ชื่อดังวงนี้กันแล้วนะครับ
แล้วเลิกทะเลาะกัน กะอีแค่สื่อหน้าเงินคนนึงหน้าแตกกันได้แล้วนะครับ เอิ๊ก ๆๆๆ
----------------------
อุทาหรณฺ์ เรื่องนี้คืออะไร ?
ก็คือ สรยุทธ คงคิดว่าตัวเองเป็นสื่อใหญ่ เป็นผู้ประกาศพิธีกรที่ดังคับประเทศไทย ที่ใครๆ ในประเทศนี้ล้วนแต่อยากเอาอกเอาใจสรยุทธ เพราะสรยุทธมีอิทธิพลในวงการต่างๆ มากมาย จากผลงานการสัมภาษณ์และการนำเสนอข่าวของเขา
แต่เราต้องไม่ลืมว่า สรยุทธ ไม่ได้ดังขนาดไปทั่วเอเซีย อยู่ๆ คิดว่าจะตีซี๊กับใครก็ได้ไปหมด ก็คงไม่ใช่ !! เพราะในประเพณีวัฒนธรรมในที่ต่างๆ ของโลกก็ล้วนมีแตกต่างกันไป
การที่สรยุทธรีบตีซี๊กับนักร้องดังของเกาหลีใต้ทันที สรยุทธเองอาจไม่ได้คิดอะไรเพราะตัวเองก็แค่พยายามเป็นกันเองกับผู้ร่วมรายการเท่านั้น
แต่วัฒนธรรมเกาหลีเขาอาจไม่ได้คิดแบบนั้นเหมือนคนไทย ถึงแม้การกอดโอบไหล่อาจไม่ใช่เรื่องแปลก แต่คนที่ไม่ได้รู้จักมักคุ้นเคยกันมาก่อน อยู่ ๆ จะไปโอบไหล่คนอื่นโดยเฉพาะชาวต่างชาติต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม บางทีมันก็อาจไม่ใช่แบบที่คนไทยนึกคิดเองได้
อุทาหรณ์เรื่องนี้จึงสอนว่า มารยาทเป็นสิ่งสำคัญของคนเอเซีย อยู่ ๆ คนไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อนจะมาโอบไหล่คนอื่นราวกับเป็นเพื่อนสนิทคุ้นเคย ก็อาจไม่เหมาะสม
และคนไทยกรุณาอย่าไปด่านักร้องเกาหลีกลุ่มนี้ เพราะเราจะเอาวัฒนธรรมประเพณีความคิดของเราไปตัดสินเขาทั้งหมดก็คงไม่ได้ครับ
เปรียบเสมือน พวกฝรั่งเขาชอบจับหัว เล่นหัว ขยี้หัวกัน เพื่อแสดงความเป็นมิตรและล้อเล่นกัน หรือแม้กระทั่งขอโทษกัน แบบที่เรามักเห็นนักฟุตบอลในยุโรปชอบจับหัวกัน แม้ไม่รู้จักคุ้นเคยกันมาก่อน
แต่ถ้าใครมาจับหัวแบบนั้นกับคนไทยบ้าง บางทีอาจมีเรื่องทะเลาะกัน เพราะคนไทยมักถือเรื่องหัว
---------------------
มารยาทสากลปฏิบัติ
งานพิธีกรในรายการทีวี มันต้องรู้จักมารยาทในการต้อนรับแขกรับเชิญ ซึ่งมีหลักที่เป็นสากลปฏิบัติอยู่เหมือนกันทั่วโลก ไม่ใช่คิดจะตีสนิทกับใครไปทั่วง่ายๆ ไม่ใช่คิดจะเล่นหัวกับแขกได้ง่ายๆ โดยเฉพาะแขกต่างชาติ ต่างภาษา ต่างวัฒนธรรม จะต้องยิ่งให้เกียรติเขามากกว่าแขกที่เป็นคนชาติเดียวกันด้วยซ้ำ
ผมกล้าท้าเลยว่า หากนำคลิปนี้ไปถามพิธีกรทั่วโลกเขาย่อมเห็นว่า สรยุทธผิดมารยาทสากลปฏิบัติแน่นอนครับ
----------------------
ขำขันคลายเครียดท้ายบทความ
ตอน นายกหญิงไทยฉลาดสุด ๆ
เครื่องบินลำนึงกำลังจะตก......ทั้งลำมีผู้โดยสาร 5 คน แต่กลับมีร่มชูชีพเหลือแค่ 4 อันเท่านั้น
ผู้โดยสารคนที่1 "ฉันคือประธานาธิบดีโอบามา โลกนี้ยังต้องการฉัน ฉันยังตายไม่ได้" ว่าแล้วโอบามาก็กระชากร่มชูชีพกระโดดลงไป
ผู้โดยสารคนที่2 "ฉันคือฮิลลารี่ คลินตัน เป็น รมต ต่างประเทศสหรัฐ โอบามาต้องการให้ฉันนำความสงบมาสู่โลกใบนี้ ฉันต้องมีชีวิตอยู่" ว่าแล้วฮิลลารี่ก็กระชากร่มชูชีพกระโดดลงไป
ผู้โดยสารคนที่ 3 ตะโกนขึ้น "ฟังทางนี้ ฉันคือผู้นำประเทศไทย เป็นนายกหญิงที่ฉลาดที่สุดในโลก ชีวิตชาวไทยยังขึ้นอยู่กับการเป็นผู้นำของฉัน เพราะฉันสามารถโอเวอร์คัมกับฮิลลารี ฉันสามารถสถาปนาจังหวัดหาดใหญ่ และที่สำคัญ ฉันยังพาพี่ชายกลับบ้านอย่างเท่ไม่ได้" ว่าแล้วก็รีบกระชากร่มชูชีพกระโดดลงไป
ชินโสะ อาเบะ นายกญี่ปุ่น พูดกับผู้โดยสารคนที่ 5 คือเด็กนักเรียนหญิงไทยว่า "ฉันใช้ชีวิตมาคุ้มค่าแล้ว ทั้งตอบแทนคุณแผ่นดินมาตลอด ฉันจะเสียสละชีวิตฉัน โดยให้ร่มชูชีพแก่เธอ แม่หนูน้อย"
เด็กหญิงไทยตอบว่า "ไม่เป็นไรค่ะท่านอาเบะ ยังมีร่มชูชีพเหลือให้ท่านค่ะ เพราะเมื่อกี้นี้ นายกหญิงที่ฉลาดที่สุดของหนู เพิ่งหยิบกระเป๋านักเรียนของหนูกระโดดลงไปค่ะ"
(อ้าว !อีปูหยิบผิด) 555
การ์ตูนกำลังล้อนายพายัพ ชินวัตร น้องชายทักษิณ ที่ไปบวชแค่ 9 วันกลับได้แต่งตั้งเป็นพระครูปลัด ทั้ง ๆ ที่ธรรมเนียมปฏิบัติต้องบวชอย่างน้อย 10 พรรษา
คุณผู้อ่านพอมองเห็นความแหลกเหลวของการแต่งตั้งสมณศักดิ์พระในยุครัฐบาลปูรึยัง ??
คลิกอ่าน สรยุทธ มหาเศรษฐีข่าว หรือ กรรมกรข่าว กันแน่
คลิกอ่าน สรยุทธเฉลย ได้ค่า sms ครั้งละเท่าไหร่
คลิกอ่าน ใครวะ ไม่เห็นด้วยกับเรื่องเล่าเช้านี้เพื่อเครื่องมือแพทย์ภูมิภาค