แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นเลิศ สมเด็จช่วง จีวรเศร้าหมอง รถเบนซ์ DSI รมว.ยติธรรม สะสม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เป็นเลิศ สมเด็จช่วง จีวรเศร้าหมอง รถเบนซ์ DSI รมว.ยติธรรม สะสม แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2559

สมเด็จช่วง ผู้เป็นเลิศในการสะสมของโบราณหรู






จากกรณี ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช นามว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือ สมเด็จช่วง แห่งวัดปากน้ำ โดนคดีรถเบนซ์หรูเถื่อน

ฝ่ายสนับสนุนสมเด็จช่วง มักพูดว่า แค่รถเก่า ๆ เท่านั้น ไม่ได้หรูเลย

นั่นเป็นความเชื่อที่ผิดมาก

เพราะที่จริงรถเบนซ์โบราณหรู ทะเบียน ขม.99 ของสมเด็จช่วง คันที่เป็นคดีตอนนี้ เป็นรถที่มีทั้งโลกแค่ 100 คันเท่านั้น ถือเป็นรถสะสมของบรรดาเศรษฐี มีราคาในท้องตลาดตั้งแต่ 10-20 ล้านบาทต่อคัน ตามคำแถลงของอธิบดี DSI ตามนี้

"รถคันดังกล่าวเป็นรถคลาสสิคเมอร์เซเดสเบนซ์รุ่น 300 บี ผลิตจากประเทศเยอรมันเมื่อปี ค.ศ.1953 อายุ 60 ปี ผลิตเพียง 100 คัน จัดอยู่ในประเภทรถคลาสสิค ทรงสวยงาม มีไว้เพื่อสะสม ราคา 10-20 ล้านบาท" อธิบดี DSI แถลง

ผมว่า ถ้าท่านช่วงบริสุทธิ์ใจจริง ๆ ว่าไม่ได้สะสมรถหรูเพื่อเป็นสมบัติส่วนตัว ก็ไม่เห็นจำเป็นต้องใส่ชื่อตัวเองเป็นเจ้าของรถก็ได้ ถ้าใส่ชื่อมูลนิธิหลวงพ่อวัดปากน้ำ เป็นเจ้าของรถเสียตั้งแต่แรก ก็คงรอดตัวไปแล้ว ไม่ต้องมัวหมองแบบนี้

แล้วจากบทความเรื่อง เจ้าคุณแป๊ะได้เลื่อนสมณศักดิ์เร็ว เพราะถวายรถเบนซ์ให้สมเด็จช่วง 

ทำให้ผมมานึก ๆ ดู ว่า มักเห็นพระอีกหลาย ๆ รูป เป็นผู้มาถวายของโบราณแก่สมเด็จช่วง ทำให้ผมนึกสงสัยว่า นี่จะเป็นการถวายของโปรดของสมเด็จช่วง เพื่อหวังลาภยศและหวังเลื่อนสมณศักดิ์เฉกเช่นหลวงพี่แป๊ะถวายรถเบนซ์หรือไม่ ?

แล้วขอถามสมเด็จช่วงว่า มันใช่กิจที่ภิกษุควรกระทำหรือไม่ กับการตั้งพิพิธภัณฑ์ของสะสมโบราณหรู ๆ ทั้งหลายน่ะ แล้วมาอ้างเหตุผลบังหน้าว่า เพื่อให้ประชาชนได้ดูได้ศึกษา ??

ผมว่า ไม่น่าจะใช่เพื่อให้ประชาชนได้ดูได้ศึกษาของโบราณหรู ๆ หรอกมั้ง

แต่ !! น่าจะเป็นกิเลสตัณหาของสมเด็จช่วงเองมากกว่า ที่อยากสะสม อยากโอ้อวด


แล้วที่ DSI อุตส่าห์เดินทางไปขอสอบปากคำสมเด็จช่วง กรณีรถเบนซ์เถื่อนถึงวัดปากน้ำ แต่สมเด็จช่วง กลับเล่นแง่ไม่ยอมตอบคำถามกับ DSI โดยดี

แถมยังให้ทนายความแส่มาสั่งให้ DSI ทำหนังสือคำถามส่งมาให้ที่วัด เพื่อจะให้สมเด็จช่วงตอบคำถามให้เป็นลายลักษณ์อักษรกลับไปนั้น

ซึ่งก็คงไม่ใช่สมเด็จช่วง จะตอบคำถามเองหรอก ก็คงให้ทนายความนั่นแหละตอบคำถามแทน

แต่มันใช่สิ่งที่ถูกต้องหรือที่สมเด็จช่วงจะมาทำตัวเป็นอภิสิทธิ์ชนอยู่เหนือกฎหมายกว่าคนทั่วไป ในการให้ปากคำกรณีรถเบนซ์เถื่อนของตัวเอง

ในเมื่อสมเด็จช่วงทำตัวหัวหมอมากนัก บิ๊กต๊อก พลเอกไพบูลย์ คุ้มฉายารมว.ยุติธรรม ก็เลยบอกว่า ถ้าสมเด็จช่วงยังไม่ให้ความร่วมมือในการให้ปากคำโดยดี ก็อาจต้องออกหมายเรียก เพื่อเชิญท่านมาให้ปากคำ ซึ่งท่านช่วงจะให้ทนายความมาให้ปากคำแทนตนเองก็คงไม่ได้

แล้วถ้าสมเด็จช่วงยังดื้อแพ่งต่อหมายเรียกอีก ก็อาจถึงขั้น ต้องออกหมายจับสมเด็จช่วง

ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้พลพรรคขี้ข้าสมเด็จช่วง ก็ออกมาฮึ่ม! จะขอให้ปลด รมว.ยุติธรรม อีกคน หลังจากเคยทำซ่าเข้าชื่อขอให้ปลดผู้ตรวจการแผ่นดินไปคนนึงแล้ว

เหอะ ๆ สมเด็จช่วงแอนด์เดอะแก๊งค์ กำลังทำตัวเหนือกฎหมาย ใหญ่คับเมืองเลยนะนี่

ขนาดยังไม่ทันเป็นสมเด็จพระสังฆราช ยังกร่างขนาดนี้ ถ้าได้เป็นสมเด็จพระสังฆราชจริง ๆ ไม่รู้จะกร่างใหญ่คับประเทศขนาดไหน

เสื่อมจริง  ๆ

ลองฟัง บิ๊กต๊อก พูดถึงว่า ตนเองเคยไปจาบจ้วงสมเด็จช่วงตรงไหน และพูดถึงกรณีสมเด็จช่วงเล่นแง่ไม่ยอมให้ปากคำ ครับ





ในสมัยพุทธกาล องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามักจะทรงยกย่องภิกษุผู้ซึ่งเป็นเอตทัคคะ หรือหมายถึง ผู้ยอดเยี่ยมหรือเป็นผู้เลิศในทางใดทางหนึ่งเป็นพิเศษ จะเป็นรองแค่พระพุทธเจ้าเท่านั้น

อย่างเช่น พระพุทธเจ้าทรงยกย่องภิกษุณีกีสาโคตมีเถรี ว่าเป็นเลิศด้านทรงจีวรเศร้าหมอง ซึ่งหมายถึง นุ่งห่มจีวรเก่า ๆ สีซีด

ที่ผมยกตัวอย่างกรณีพระกีศาโคตมีเถรี นั้น ก็เพื่อจะบอกว่า พระพุทธเจ้าท่านทรงยกย่องภิกษุที่ทำตัวมักน้อย สมถะ

พระพุทธเจ้าไม่เคยทรงยกย่องภิกษุผู้มากด้วยกิเลส มีรสนิยมเลิศ นุ่งห่มจีวรหรูราคาแพง หรือสะสมทรัพย์สินมากมายก่ายกอง

ทำให้ผมนึกถึงหลวงปู่เจ้าคุณ พระมงคลทีปาจารย์ พระราชาคณะ เจ้าอาวาสวัดเเจ้ง อ.เกาะสมุย ที่ซึ่งมีจริยวัตรเรียบง่ายสมถะ แม้ท่านจะอายุ 90 ปีแล้ว แต่ก็ยังออกบิณฑบาตรทุกวันไม่ขาด แถมยังนุ่งจีวรเก่า ๆ จีวรเศร้าหมอง ตามรูปนี้ครับ



ส่วนสมเด็จช่วงน่ะเหรอ แค่กิเลสระดับพื้น ๆ ยังระงับไม่ได้ แล้วยังจะหวังจะเป็นพระราชาแห่งสงฆ์ อีกรึ ??

คลิกอ่าน สมเด็จมหารัชมังคลาจารย์ ผุ้ลุ่มหลงลาภสักการะสรรเสริญ

คลิกอ่าน เมื่อไพบูลย์ นิติตะวัน สอนมวยทนายความสมเด็จช่วง

คลิกอ่าน อย่าบำรุงพระจนเกินความพอดีของการเป็นภิกษุ