แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอมมิวนิสต์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ คอมมิวนิสต์ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ตรรกะชั่วๆ ของนางมาร สาวตรี สุขศรี






นกลุ่มนิติราษฎร์ชาติวรนุส แต่ละตัวมีตรรกะเลวๆ ทุกตัว วันนี้ขอนำเสนอตรรกะของผู้หญิงในกลุ่มนิติราษฎร์ นามว่า สาวตรี สุขศรี

ตามรูปนี้




สิ่งที่ยายเพี้ยนอ้าง หลักการว่า บุคคลนั้นมีความเท่าเทียมกัน.. แล้วลงท้ายด้วย ..มิใช่เป็นเพราะชาติกำเนิดพิเศษ หรือฐานันดรพิเศษนั้น

แค่นี้ก็เห็นแนวคิดของนางมารสาวตรีแล้วว่า ไม่ต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข เพราะเธอใช้แนวคิดแบบหลักการคอมมิวนิสต์ซะแล้ว

เพราะหลักการคอมมิวนิสต์คือ ประชาชนมีฐานะทางสังคมเท่าเทียมกัน ไม่มีชนชั้น และฐานันดรศักดิ์ (ซึ่งความเป็นจริงพวกคอมมิวนิสต์ก็มีชนชั้นกันในพรรคคอมมิวนิสต์อยู่ดี)

แต่ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขนั้น ยอมรับการมีชนชั้นได้ และเปิดโอกาสให้มีการเลื่อนชั้นได้ด้วยคุณงามความดี เช่นทำคุณความดีจนได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ตามลำดับชั้น

ส่วนความเท่าเทียมกันคือ คนไทยที่คุณสมบัติครบตามกำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญมีสิทธิในการเลือกตั้งคนละ1สิทธิ1เสียงเท่ากัน แต่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ ไม่มีสิทธิเลือกตั้งทุกพระองค์!!

ตามโพลเอแบคล่าสุดบอกว่า คนไทยจำนวนมากอยากให้แก้รัฐธรรมนูญ แต่ในจำนวนคนที่อยากให้แก้รัฐธรรมนูญส่วนใหญ่กลับไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ

นี่จึงเป็นช่องทางให้อาจารย์ชั่วนักวิชาการเลว สบโอกาสสรรหามายาคติแบบผิดๆ มาหลอกล่อให้คนโง่เชื่อตามโดยง่าย

บทความของผมเขียนเพื่อให้คนไทยฉลาดขึ้น ไม่ตกไปเป็นเหยื่อของพวกนักวิชาการมารหนักแผ่นดินพวกนี้ จึงขอให้ทุกคนลองอ่านรัฐธรรมนูญสักไม่กี่มาตราตามนี้


รัฐธรรมนูญพ.ศ.2540 กับรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 ในมาตราที่เหมือนกัน


มาตรา ๑ ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งอันเดียว จะแบ่งแยกมิได้

อธิบาย ราชอาณาจักร แปลว่า แผ่นดินของพระราชา ซึ่งพระราชาได้พระราชทานแผ่นดินให้ประชาชน หากมีประชาชนอกตัญญูแก่ผู้มอบแผ่นดินให้ ประชาชนคนนั้นเรียกว่า คนหนักแผ่นดิน เช่นนิติราษฎร์ เป็นต้น

แม้แต่ในหลักกฏหมายไทย เช่นพ่อแม่ยกที่ดินให้ลูกแล้ว หากลูกชั่ว กฎหมายให้สิทธิพ่อแม่เรียกที่ดินคืนจากลูกได้ เช่นเดียวกัน หากคนไทยอกตัญญูพระเจ้าแผ่นดิน คนไทยคนนั้นก็ไม่สมควรอยู่บนผืนแผ่นดินไทยต่อไป

-----------------------

มาตรา ๒ ประเทศไทยมีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อธิบาย คำว่าประมุข หรือประมุขแห่งรัฐ แปลว่า ศูนย์รวมใจของประชาชนทั้งประเทศ ทรงเป็นศูนย์รวมใจคนไทยให้เกิดความสามัคคีในชาติ  ซึ่งคนไทยเคารพรักเทิดทูน

ถามว่า ตำแหน่งพระประมุขนี่ไม่ใช่การแบกรับเชิงสาธารณะเหรอ? สาวตรี?

และหากมันผู้ใดคิดร้ายต่อพระประมุข มันผู้นั้นก็คือผู้สร้างความแตกแยกแก่คนในชาติ

--------------------------

มาตรา ๓ อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขทรงใช้อำนาจนั้นทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้

อธิบาย เดิมพระราชอำนาจสูงสุดหรืออำนาจอธิปไตยเป็นของพระมหากษัตริย์ เมื่อรัชกาลที่7 ทรงมอบรัฐธรรมนูญให้คนไทยแล้ว อำนาจอธิปไตยนั้นจึงเป็นของปวงชนชาวไทยทุกคน

แต่คนไทยยังให้เกียรติพระมหากษัตริย์ซึ่งเป็นผู้พระราชทานอำนาจนี้ให้คนไทย จึงเขียนระบุในรัฐธรรมนูญเพื่อให้เกียรติว่า พระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจผ่านทางรัฐสภา คณะรัฐมนตรี และศาล

--------------------------

มาตรา ๔ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ และเสรีภาพของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง

อธิบาย แล้วพระมหากษัตริย์ทรงเป็นถึงประมุขของชาติ จะไม่ให้ทรงได้รับความคุ้มครองกระนั้นหรือ สาวตรี?

ไม่มีชาติไหนในโลก ที่ไม่ให้ความคุ้มครองประมุขรัฐเป็นพิเศษ ใครเชื่อสาวตรี แสดงว่าโง่แท้ๆ

----------------------

มาตรา ๕ ประชาชนชาวไทยไม่ว่าเหล่ากำเนิด เพศ หรือศาสนาใด ย่อมอยู่ในความคุ้มครองแห่งรัฐธรรมนูญนี้เสมอกัน

อธิบาย ประชาชนย่อมได้รับความคุ้มครองเสมอกัน แต่พระมหากษัตริย์ทรงไม่ได้อยู่ในฐานะประชาชนนะครับ ทรงอยู่ในฐานะพระประมุข พระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์ถือเป็นข้อยกเว้น ที่สมควรได้รับการปกป้องคุ้มครองเป็นพิเศษ เพราะเป็นบุคคลสำคัญของชาติ

-------------------------------

มาตรา ๖ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ บทบัญญัตินั้นเป็นอันใช้บังคับมิได้

มาตรา ๗ ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใด ให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

-------------------------

มาตรา ๘ องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใด ๆ มิได้

อธิบาย ถ้าไม่มีกฏหมายอาญามาตรา112 ถ้าใครละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา8 ล่ะ แล้วจะทำยังไง จะเอากฏหมายอะไรมาลงโทษ แสดงว่า นิติราษฎร์คงอยากล้มรัฐธรรมนูญมาตรา8 ด้วยใช่ไหม?

นิติราษฎร์ เคยพูดเองว่า ใครล้มรัฐธรรมนูญควรโดนโทษประหารชีวิต ถ้านิติราษฎร์คิดอยากจะล้มรัฐธรรมนูญมาตรา8 คนไทยอย่างผมก็มีสิทธิคิดอยากให้นิติราษฎร์สมควรโดนประหารชีวิตได้เช่นกัน

------------------------


มาตรา ๙ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพุทธมามกะ และทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก

มาตรา ๑๐ พระมหากษัตริย์ทรงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย

อธิบาย ถ้ามันผู้ใดคิดร้ายต่อองค์จอมทัพไทย กองทัพไทยย่อมมีความชอบธรรมในการกำจัดขัดขวางพวกคิดร้ายต่อองค์จอมทัพไทยได้เช่นกัน (ฉะนั้นใครที่คิดร้ายต่อสถาบัน แสดงว่ามีเจตนายั่วยุให้ทหารออกมายึดอำนาจ)

--------------------------

มาตรา ๑๑ พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะสถาปนาฐานันดรศักดิ์และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์

อธิบาย ตรงจุดนี้ คือพระราชอำนาจขององค์ประมุขไทย คนที่คิดไม่อยากให้มีฐานันดรศักดิ์ มันผู้นั้นคิดหมิ่นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนุญ

------------------------------

มาตรา ๒๘ บุคคลย่อมอ้างศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์หรือใช้สิทธิและเสรีภาพของตนได้เท่าที่ไม่ละเมิดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ไม่เป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีของประชาชน
บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญนี้รับรองไว้ สามารถยกบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้เพื่อใช้สิทธิทางศาลหรือยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้คดีในศาลได้

อธิบาย เห็นรึยังว่า สิทธิเสรีภาพใดๆ ก็ย่อมมีขอบเขต เช่นหากสิทธิเสรีภาพไปละเมิดมาตรา8 ของรัฐธรรมนูญ นั่นย่อมเป็นสิทธิเสรีภาพที่เกินขอบเขต ผิดกฏหมายสูงสุด!!

นี่แหล่ะ เพราะคนโง่จำนวนมากไม่เคยอ่านรัฐธรรมนูญ จึงตกเป็นเหยื่อให้พวกชั่วนิติราษฎร์ได้

----------------------------

ฉะนั้นแนวคิดของนิติราษฎร์ และนางมารสาวตรี สุขศรี คงใช้หลอกคนโง่ได้เท่านั้น

ความคิดชั่วๆของนิติราษฎร์ เกิดจากเพราะพ่อแม่มันไม่สั่งสอน หรือไม่ก็สั่งสอนแล้วแต่ลูกมันทรพี!!

และจากที่ผมนำรัฐธรรมนูญบางมาตรา มาให้ทุกท่านได้อ่านนั้น

ย่อมพอชี้ให้เห็นได้ว่า กลุ่มนิติราษฎร์ โดยเฉพาะนางมาร สาวตรี มีความคิดล้มล้างระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พวกมันคิดล้มล้างสถาบัน แน่นอน

akecity ฟันเฟิร์ม!!





คลิกอ่าน ตรรกะตื้นๆ ของสุธาชัย ยิ้มอัปมงคล!!


-->