แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรา68 รัฐธรรมนูญ นิติราษฎร์ ตีความ อัยการสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มาตรา68 รัฐธรรมนูญ นิติราษฎร์ ตีความ อัยการสูงสุด ศาลรัฐธรรมนูญ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2555

ความโง่ของนิติราษฎร์กับการตีความมาตรา68 (ตอน1)






ตอนนี้ปัญหาการตีความมาตรา68 ในรัฐธรรมนูญ50 กำลังเป็นประเด็นที่พูดถึงร้อนแรงในขณะนี้ โดยเฉพาะหมารับใช้แม้วอย่างนิติราษฎร์ นักวิชาการกฎหมายแท้ๆ กลับโชว์โง่เพื่อช่วยคนชั่วอย่างทักษิณ

เขาถึงว่า ความชั่วทำให้คนโง่ลง เป็นนักกฎหมายแท้ๆ แต่กลับตีความกฎหมายแบบโง่ๆ โดยนิติราษฎร์ตีความว่า ผู้ที่มีสิทธิยื่นต่อคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต้องเป็นอัยการสูงสุดเท่านั้น (มันไม่ใช่!!)

และเมื่อหัวค่ำของวันที่4 มิ.ย. 55 ผมโพสสั้นๆ ลงเฟซบุ๊คของผม อธิบายความหมายในมาตรา68 คร่าวๆไปแล้ว แต่เพื่อให้ชัดเจนแจ่มแจ๋ว ผมเลยขอมาเขียนบทความอธิบายอีกในบล็อค

ก่อนอื่นดูมาตรา68 ในรัฐธรรมนูญ50 กันก่อนครับ

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!

(คลิกดูที่เฟสบุ๊ค)


โปรดทราบอย่างนึงก่อนนะครับ คำว่า และ กับ หรือ ในภาษากฎหมายจะไม่เหมือนในวิชาภาษาไทย  ซึ่งก็เป็นแบบนี้กันทั้งโลกเลยล่ะครับ

ทีนี้เราดูมาประโยคนี้ครับ

"ผู้ทราบการกระทำดังกล่าว ย่อมมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.."

จากรูปด้านบน ในประโยคนี้ มีประโยคหลัก(เส้นใต้สีแดง) และประโยครอง(เส้นใต้สีน้ำเงิน) ซึ่งทั้งสองประโยคมีประธานของประโยคคือคนๆเดียวกันคือ "ผู้ทราบการกระทำ" เป็นผู้กระทำกริยาทั้งสองคือ เสนอ กับ ยื่นคำร้อง

ส่วนอัยการ เป็นกรรมของประโยคหลัก และศาลรัฐธรรมนูญ เป็นกรรมของประโยครอง

ตามหลักภาษาและการเชื่่อมประโยค อยู่ๆ จะให้กรรมของประโยคหลักมาเป็นประธานของประโยครองไม่ได้

ดังนั้นประโยคข้างต้นจึงแปลได้เต็มๆ ว่า "ผู้ทราบการกระทำมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ และผู้ทราบการกระทำยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย"

ฉะนั้น ผู้ที่ยื่นคำร้องจึงไม่ใช่อัยการสูงสุด (แต่ผู้ยื่นคำร้องอาจใช้สิทธิยื่นผ่านไปทางอัยการสูงสุดก็ได้)

อธิบายแบบนี้พอเข้าใจมั้ยครับ?

------------------------

ตัวอย่างประโยคแบบง่าย

ถ้ายังไม่ค่อยเข้าใจ ผมจะยกตัวอย่างประโยคพื้นๆ ให้ดู เช่น

"บ่อยครั้งผมจะนำการบ้านไปให้แม่ตรวจทานก่อน และไปส่งให้คุณครูในวันรุ่งขึ้น"

ผม คือประธานของประโยค ซึ่งได้กระทำกริยาทั้ง2อย่างคือ ผมนำการบ้านให้แม่ตรวจ และผมก็ไปส่งให้คุณครูในวันรุ่งขึ้น

แต่ถ้าใช้วิธีคิดโง่ๆ แบบนิติราษฎร์ ก็ต้องแปลว่า แม่คือคนไปส่งการบ้านให้คุณครู!?!

----------------------

คำว่า สิทธิ

คำว่าสิทธิ หมายถึง จะใช้สิทธิก็ได้ ไม่ใช้สิทธิก็ได้

การใช้สิทธิ จึงไม่ใช่การบังคับว่า ต้องกระทำ!!

จากประโยค "ผู้ทราบการกระทำมีสิทธิเสนอเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.."

(ผู้ทราบการกระทำ ก็คือ ผู้ยื่นคำร้อง)

คำว่าสิทธิ ในที่นี้จึงหมายถึง ผู้ยื่นคำร้องมีสิทธิที่จะยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนก็ได้ หากผู้ยื่นคำร้องไม่แน่ใจในข้อกฎหมาย

แต่ถ้าผู้ยื่นคำร้องมั่นใจในข้อกฎหมายดีแล้ว ไม่ต้องการใช้สิทธิตรงอัยการสูงสุดนี้ ก็สามารถยื่นเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญได้เลย


------------------------

ถ้าจะกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นได้เท่านั้น

ถ้าจะกำหนดให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นได้เท่านั้น ต้องเขียนใหม่ว่า

"ผู้ทราบการกระทำต้องยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้อัยการสูงสุดเป็นผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย.."

ซึ่งในมาตรา68 จริงๆไม่ได้เขียนแบบนี้ ฉะนั้นจึงแปลความว่า อัยการสูงสุดจึงไม่ใช่ผู้ยื่นคำร้องได้แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น แต่ใครจะยื่นก็ได้

-----------------------

เจตนาของมาตรา68

เพราะเรื่องความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องสำคัญ และเพื่อป้องกันพวกมากลากไปหรือมีวาระซ่อนเร้นทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จนเป็นเหตุกระทบถึงความมั่นคงของชาติ จึงต้องมีมาตรานี้เพื่อให้ศาลสามารถเข้าตรวจสอบก่อนได้

และที่ให้โอกาสใครก็ได้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก หากให้อำนาจแก่อัยการสูงสุดคนเดียวเท่านั้น อาจเป็นอันตรายได้ เพราะอัยการอาจถูกอำนาจเงินซื้อก็ได้

ในคดีความต่างๆ เราคงเคยเห็นมาแล้วว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง แบบค้านสายตาประชาชน

------------------------

ก่อนจะจบ

เพื่อป้องกันพวกฟายแดงอ้างว่า รัฐธรรมนูญ50 แกล้งรัฐบาลของทักษิณอีก

ผมจึงอยากจะบอกว่า มาตรา68 ในรัฐธรรมนูญ50 เหมือนและตรงกับมาตรา63 ในรัฐธรรมนูญ40


---------------------

แถม

แถลงการณ์ของเพื่อไทยตอบโต้ปชป. เมื่อปีที่แล้ว

คลิกที่รูปเพื่อขยาย!!




คลิกอ่าน ความโง่ของนิติราษฎร์กับการตีความมาตรา68 ตอน2