
แค่ฝรั่งถือลูกโป่งมา3-4ใบ รปภ.ห้ามฝรั่ง แต่ฝรั่งไม่ฟัง
ฝรั่งใช้แต่อารมณ์โดยไม่ฟังเหตุผล ส่วน รปภ.ก็ดันใช้กำลังในการแก้ปัญหา
ถ้ารปภ. ฉลาดสักหน่อย แทนที่จะตีหัวฝรั่งแตก สู้ตีลูกโป่งให้แตกเสียยังดีกว่า!!
เพราะหลักการของรักษาความปลอดภัยคือ ระวังวัตถุอันตรายต้องสงสัย ควรห้ามไม่ให้ลูกค้านำวัตถุต้องสงสัยเข้าไปบนรถไฟฟ้า แต่รปภ.ควรเลือกที่จะทำลายวัตถุนั้นก่อน ไม่ใช่ตีหัวลูกค้าก่อน
ในคลิปที่แพร่ในเน็ต เป็นเหตุการณ์ที่ผ่านจุดที่ฝรั่งโดนตีหัวแตกมาแล้ว เราจะไม่เห็นตอนที่รปภ.ตีหัวฝรั่ง
ถามว่าฝรั่งผิดมั้ย? แน่นอน ผิด!!
แต่ถามว่า ฝรั่งเขาถือระเบิด ถือมีด ถือปืนเหรอ? มันก็ไม่ใช่
ฝรั่งแค่ถือลูกโป่ง ซึ่งเดี๋ยวนี้เขามีกฎหมายห้ามบรรจุแก๊สไฮโดรเจนซึ่งติดไฟลงในลูกโป่งแล้ว ซึ่งร้านลูกโป่งที่มีมาตรฐานในปัจจุบันจะใช้ก๊าซฮีเลียม ซึ่งไม่ติดไฟ
โอเค แต่เพื่อความปลอดภัยสาธารณะ
รปภ.เขาก็ต้องทำตามหน้าที่คือ ห้ามไม่ให้ฝรั่งถือลูกโป่งเข้าไปในรถไฟฟ้า
แต่ลูกโป่ง ไม่ใช่ระเบิด!! ไม่ใช่ปืน!!
ทำไมรปภ. ไม่จัดการที่ลูกโป่ง แต่ดันไปจัดการที่หัวฝรั่งแทน
บอกตามตรงนะ ผมว่า ถ้าฝรั่งคนนี้ใส่เสื้อควายจริงวันนี้ หรือควายรักทักษิณ มาสักหน่อยล่ะก็
รปภ. ก็คงให้ผ่านทันที !?? ^^
---------------
ผมขอสรุปง่ายๆนะ รปภ.กระทำการโดยใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุไปครับ
เพราะถึงแม้ฝรั่งจะทำผิด แต่เขาก็ไม่ใช่ผู้ร้ายสักหน่อย ก็แค่ลูกโป่งของลูกสาวเขา
ที่สำคัญฝรั่งเขาก็เป็นลูกค้า ที่มากับลูกกับเมีย คงไม่ใช่พวกผู้ร้ายแน่นอน
การที่รปภ.ตีหัวฝรั่งจนเลือดออกต่อหน้าลูกที่ยังเล็กของเขา มันเป็นภาพที่เลวร้ายมากสำหรับเด็กเล็กๆ คุณคิดว่ามันเหมาะสมหรือ?
ฝรั่งเขาคงคิดว่า นี่คือของขวัญสำคัญของลูก ที่พ่อต้องปกป้อง ที่สำคัญเขาถือลูกโป่งเข้าออกมาหลายสถานีแล้ว ก่อนจะมาถึงสถานีที่เกิดเหตุ
และฝรั่งเอง ก็ดันไม่ให้เมียคนไทยช่วยเจรจา ว่าทำไมถึงนำลูกโป่งเข้าไปไม่ได้
ให้ผมเดานะ เหตุการณ์ก่อนในคลิป ที่เราไม่ได้เห็น
รปภ.BTS อาจรีบใช้กำลังเร็วเกินไป สื่อสารกันไม่เข้าใจ เพราะไม่ได้มองเลยว่า เขามีคนไทยมาด้วยหรือไม่ ควรขอเชิญเขาออกมาพูดกันดีๆก่อน
บอกให้ฝรั่งกรุณารอสักครู่ แล้วไปหาคนที่สื่อสารภาษามาพูดให้เข้าใจ หรือหากได้พูดกับเมียฝรั่ง ก็ไม่น่าจะเกิดความรุนแรง
จากเหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า ระบบรักษาความปลอดภัย และการสื่อสารต่อลูกค้าของBTS ต้องมีข้อบกพร่องแน่นอน
ถ้าทั้งสองฝ่ายได้คุยกัน รู้เหตุผลกันสักหน่อย ตั้งสติสักนิด
ให้ฝรั่งแก้เชือกที่รัดลมลูกโป่งออก ยุบลูกโป่งให้แฟบซะ
กลับถึงบ้านค่อยเป่าให้พองอีกที แบบนี้เรื่องไม่เป็นเรื่องก็จะไม่เป็นเรื่อง
จริงๆ นะสิบอกให้ 555
-----------------------
ย้ำอีกครั้ง ลูกโป่งมีกฎหมายควบคุมการบรรจุแก๊สไวไฟอยู่แล้ว ซึ่งร้านลูกโป่งมาตรฐานส่วนใหญ่ที่ถูกกฎหมายล้วนใช้แต่ก๊าซฮีเลียมที่ปลอดภัย ไม่ติดไฟ
ที่สำคัญBTS ก็อนุญาตให้นำลูกโป่งเข้าไปได้1ลูก หากลูกโป่งเป็นวัตถุอันตรายจริงๆ ก็ต้องห้ามนำเข้าไปเด็ดขาด ไม่ใช่อนุโลม ได้1ลูก
กฎระเบียบที่หย่อนยาน และไม่ชัดเจนคือสาเหตุหลักของเรื่องนี้ แน่นอน
แนะนำอ่านคห.ที่ผมตอบคุณผู้อ่านเพิ่มเติมทางด้านล่าง