วันพุธที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

ทำไมจำเป็นต้องอุดคันที่เมืองเอก








(หมายเหตุ บทความนี้ผมเขียนก่อนวางบิ๊กแบค และก็เข้าใจว่าแนววางบิิ๊กแบคอยู่ตรงเมืองเอก และริมแนวคลองรังสิต ซึ่งไม่ตรงกับแนวที่ศปภ.ไปวางจริง)

คุณผู้อ่านครับ

จำได้มั้ยครับเมื่อเกือบ2อาทิตย์ที่แล้ว ผู้ว่ากทม.เคยส่งคนไปอุดคันที่แตกตรงจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองรังสิต แต่โดนชาวบ้านเอาปืนมายิ่งขู่

แถมนักวิชาการอย่างอาจารย์ศศิน และอาจารย์เสรี ก็บอกว่า ต้องระวังคันกั้นน้ำตรงหมู่บ้านเมืองเอกมากที่สุด เพราะกรุงเทพฯจะจมหรือไม่ขึ้นอยู่กับคันตรงนี้มากที่สุด

ซึ่งคันตรงเมืองเอกมันก็เป็นคันตามแนวเดียวกันกับที่ผู้ว่าฯกทม.เคยจะไปอุด แต่มันนอกพื้นที่กทม. เลยทำไม่สำเร็จ

แม้แต่อดีตผู้ว่าพิจิตร รัตตกุล ก็เคยออกรายการทีวีย้ำเสมอว่า ต้องแก้ไขคันที่เมืองเอก และใต้สะพานข้ามคลองรังสิต เพราะนี่แหล่ะที่ทำให้สนามบินดอนเมืองจมน้ำ และจะทำให้กรุงเทพฯทั้งหมดจมน้ำ

การไปแก้ไขจุดนี้ไม่ใช่ไปขวางทางน้ำ แต่เป็นการทำให้น้ำไม่ถูกฉุดเข้าทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ซึ่งจะทำให้การผันน้ำไปทางตะวันออกและตะวันตกได้ง่ายขึ้น

แต่ถ้าไม่อุด น้ำจะทะลุผ่ากลางเข้ากรุง จนตอนนี้ก็ท่วมมาจนถึงเขตลาดพร้าวแล้วครับ

------------------

ทำไมศปภ.ถึงเพิ่งคิดจะซ่อม?

ผมไม่อยากมองแง่ร้ายกับศปภ.ในประเด็นนี้ เพราะผมคิดว่า ที่เพิ่งมาอุดคันตรงเมืองเอก ก็เพราะก่อนหน้านี้น้ำมีกำลังแรงมากๆ การไปอุดก็เท่ากับการไปขวางทางน้ำ ซึ่งอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งแย่ลงก็ได้

แต่ประเด็นที่นักวิชาการหลายคนย้ำเสมอว่า ต้องระวังคันตรงนี้แตก แต่ศปภ.กลับไม่สนใจไปดูแลเท่าที่ควร

ส่วนการเข้าไปแก้ไขเพื่ออุดแนวคันตรงนี้ ด้วยการใช้ถุงบรรจุทรายยักษ์ big bag ซึ่งโม้ไว้ว่า ถ้าอุดสำเร็จ ดอนเมือง หลักสี่ บางเขนจะแห้งภายใน7วัน ตามข่าวนี้จากมติชน

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน นายอานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ(สทอภ.) และคณะทำงานบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่เกิดสาธารณภัยร้ายแรง กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ดอนเมือง-หลักสี่ และบางเขนว่า ขณะนี้น้ำในบริเวณดังกล่าวทรงตัว มีน้ำไหลเข้ามาเติมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น น้ำในพื้นที่ดังกล่าว มีระดับไม่สูงขึ้น เพียงแต่ขยายวงกว้างมากขึ้น หากการกระสอบทรายยักษ์ (บิ๊กแบ๊ก) กั้นแนวรังสิต-เมืองเอก ได้เสร็จตามกำหนดในวันที่ 4 พฤศจิกายน นั้น น้ำก็จะไม่เติมเข้ามาในพื้นที่อีก การจัดการน้ำจะเป็นการระบายน้ำออกเพียงอย่างเดียว แต่อุโมงค์ระบายน้ำอยู่บริเวณพระราม 9 ซึ่งอยู่ไกลจากบริเวณที่น้ำท่วมอยู่ จึงจะต้องใช้เวลาในการนำน้ำออกจากพื้นที่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน สถานการณ์น้ำในพื้นที่ดอนเมือง หลักสี่ และบางเขน จะเข้าสู่สภาวะปกติ ทุกพื้นที่ไม่มีน้ำขัง


ที่จำเป็นต้องวางบิ๊กแบคแนวเมืองเอก อ้อมมาถึงถนนจันทรุเบกษา ก็เพราะว่า

ถ้ายังปล่อยให้น้ำทะลุเข้ากลางกรุง มันจะทำให้การผันน้ำไปด้านตะวันออกทำได้ยาก เพราะแรงน้ำทะลุเข้ากลางมีแรงฉุดสูงกว่าการดึงน้ำไปทางตะวันออก ถ้าอุดตรงเมืองเอกซะ น้ำจะไม่ถูกแรงดึงเข้ากรุงเทพฯ ทำให้สามารถสูบน้ำไปทางตะวันออกและตะวันตกได้ง่ายกว่าเดิม

และกรุงเทพฯชั้นในก็จะรอดจมน้ำได้เพราะการแก้ไขจุดนี้

-------------------------------

อาจมีคนย่านรังสิตบอกว่า ถ้าไปอุดตรงนั้น บ้านเขาก็ไม่ลดน่ะสิ

ผมขอตอบว่า มีส่วนจริงอยู่ เพราะน้ำอาจเกิดอั้นบ้าง แต่จะไม่แรงเหมือนเก่าแล้ว เพราะตอนนี้น้ำในเจ้าพระยากำลังลดลง การสูบน้ำออกเจ้าพระยา หรือออกทางคลองที่เรามีอยู่จะเร็วกว่า ดีกว่าปล่อยให้น้ำทะลุเข้ากรุงเทพฯ

เพราะกรุงเทพฯมีสิ่งกีดขวางทางน้ำเยอะ ทั้งถนน ตึก ชุมชน หมู่บ้าน และสะพานต่างๆ ซึ่งจะทำให้น้ำไหลช้ากว่าที่ควรจะเป็น แม้รังสิตอาจจะยังไม่ลด แต่ก็จะไม่เลวร้ายลงไปกว่าที่เป็นอยู่แน่ๆ

แต่การอุดจุดนี้ ก็ไม่ใช่การอุดน้ำห้ามผ่านสนิท เพราะถุงทรายก็จะมีน้ำซึมผ่านได้อยู่แล้ว แค่ไปชะลอให้น้ำหยุดความแรงลงเท่านั้น เพื่อให้น้ำผ่านเข้ามาอย่างสมดุลกับการบริหารจัดการน้ำ

ทำไมเราคนไทยจำเป็นต้องรักษาเมืองหลวงของไทยเอาไว้ ไม่ให้เสียหายมากไปกว่านี้

ก่อนจบ ผมขอลอกความเห็นนึงในผู้จัดการ ซึ่งเขาเขียนสะท้อนเรื่อง ทำไมต้องปกป้องเมืองหลวงไว้ ได้อย่างชัดเจนเห็นภาพตามนี้ครับ

ทำไมต้องปกป้องเมืองหลวง

ธนาคารน้ำท่วม=เราจะไม่มีเงินไหลเวียนในระบบการเงินทั่วประเทศ ธนาคารและตู้เอทีเอ็มจะอำมาพาธทันที
โรงพยาบาลน้ำท่วม=ผู้ป่วยหนักอาจตายและผู้ป่วยใหม่ไม่มีที่รักษาคนจะตายมากขึ้น
หน่วยงานราชการน้ำท่วม=การบริหารราชการดูแลผู้ประสพภัยจะหยุดชะงักทำงานลำบากขึ้นคนชั้นนอกจะยิ่งเดือดร้อนขึ้นไปอีก
สื่อสารมวลชน ทีวี โทรทัศน์น้ำท่วม=ข่าวสารจะไม่ได้รับการติดต่อการเผยแพร่ข่าวสารจะทำไม่ได้ คนไทยจะไม่รับรู้ข่าวสาร
ศูนย์ช่วยเหลือต่างๆน้ำท่วม= ของบริจาคจะลำเลียงไปให้ผู้ประสบภัยลำบากขึ้น ใครจะบริจาคสิ่งของอีกเพราะถูกน้ำท่วมเหมือนกัน
โรงไฟฟ้าน้ำท่วม=ไฟฟ้าจะดับทั่วทั้งกรุง ทั้งกรุงเทพจะอยู่ในความมืด เครื่องมือสื่อสารและทุกสิ่งที่ใช้ไฟฟ้าจะใช้งานไม่ได้ กรุงเทพอัมพาธทันที
โรงประปาน้ำท่วม= น้ำใช้ไม่ได้ทั้งกรุง ไม่มีน้ำดื่มทั้งกรุง จะเกิดโรคระบาดมากมาย ตั้งแต่โรคผิวหนังจนถึงเชื้อไวรัส
กรุงเทพพัง=เมืองหลวงของประเทศก็คือหัวใจของประเทศ ทั้งการค้าการขายจะหยุดชะงัก คนจะอดยาก ลำบากกันทั่วทุกแห่งเมื่อหัวใจทำงานไม่ได้
สุดท้ายประเทศไทยจะตกอยู่ในสภาพไม่ต่างจากประเทศที่ล้มละลาย และพังไปทั้งประเทศ

คนที่กำลังสะใจที่กทมชั้นในน้ำจะท่วม ขอให้คุณรู้ไว้เลยว่า นี้จะกลายเป็นหายนะครั้งยิ่งใหญ่กับทุกคนบนแผ่นดินไทยเสียยิ่งกว่าภาวะสงครามด้วยซ้ำไป ไม่ว่าคุณจะอยู่มุมไหนของประเทศนี้ คุณจะไม่มีทางหนีหายนะหนีพ้น
fann


--------------------------

กรณีประตูน้ำคลองสามวา

ชาวบ้านคลองสามวาได้ประท้วงให้เปิดประตูระบายน้ำมากขึ้น และยังได้ไปทำลายคันดินข้างประตูอีก ทำให้น้ำไหลเข้ายากที่จะควบคุมปริมาณน้ำ

หากกทม.ไม่แก้ไข น้ำจากคลองสามวาจะไหลเข้าระบบท่อระบายน้ำของกทม. และจะทะลักไปตามกรุงเทพฯชั้นในได้ในหลายเขต

และที่จะหนักที่สุด คือย่านรามคำแหง เพราะจุดนี้คือจุดที่ต่ำสุดของกทม. ถ้าควบคุมน้ำจากคลองสามวาไม่ได้ อาจท่วมถึง1-2เมตร

แต่เมื่อเปิดประตูน้ำคลองสามวาไปแล้ว น้ำก็ไม่ลดเหมือนที่ชาวบ้านคิดไว้ แต่กลับเริมเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมานี้ นั่นเพราะ

หลักของน้ำอย่างนึงก็คือ ถ้าที่ใดมีแรงฉุดน้ำมากกว่า น้ำจะพุ่งไปทางนั้นแทน เหมือนมีแรงดึงน้ำไป

กรณีคลองสามวา คือตัวอย่างชัดเจน ที่เมื่อให้น้ำระบายมากขึ้น น้ำจากจุดอื่นๆเลยพุ่งมาที่ตรงนี้มากขึ้นครับ แทนที่น้ำจะลดแต่กลับเพิ่มขึ้นแทน


คลิกอ่าน แค้นใจยิ่งนัก ยิ่งลักษณ์ไม่ทำตามในหลวง!!


2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ3 พฤศจิกายน 2554 20:05

    ขอบคุณที่ให้ความกระจ่างและเห็นด้วทั้งหมด

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ3 พฤศจิกายน 2554 20:27

    ประเทศไทยไม่มีทวลชนเสื้อแดงแล้วเหรอคะ ไม่ว่าจะติดตามข่าวใดๆ ก็ไม่เห็นใครใสเสื้อสีแดงเลย ทั้งๆที่พฤติกรรมบางอย่างบางประการก็ดูคุ้นๆอยู่ อยากให้ผู้รู้ได้ช่วยวิเคราะห์เรื่องนี้บ้างค่ะ

    ตอบลบ

ร่วมฮาแม้วจรจัด!! ถ้าไม่ชอบก็ผ่านไป ถ้าชอบใจก็ขอเสียงเชียร์ และขออภัยหากทำให้พวกคาราบาวแดงกระอัก ^^