วันอังคารที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

จงเรียนรู้ประชาธิปไตยผ่านอียิปต์ นะฟายแดง






เมื่อประธานาธิบดี ฮุสนี มูบารัค แห่งอียิปต์ได้ครองตำแหน่ง ครองอำนาจมาอย่างยาวนาน กว่า 30 ปี ขึ้นชื่ออำนาจมันหอมหวล อยากยึดติด จนนำพาประเทศกลายเป็นเผด็จการกลาย ๆ

จนเมื่อปี 2011 ประชาชนชาวอียิปต์ลุกฮือประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีมูบารัค (เลียนแบบตูนีเซียโมเดล) จนเกิดการจราจลไปทั่วประเทศ

ทหารและกองทัพก็วางเฉย ทหารไม่ออกมาทำอะไรเพื่อยุติปัญหาจราจลรุนแรงภายในประเทศที่กำลังเกิดขึ้น เพราะทหารไม่ต้องการตกเป็นเครื่องมือให้ประธานาธิบดีมูบารัค ใช้ทหารมาปราบปรามประชาชน

จนกระทั่งประชาชนฝ่ายต่อต้านประธานาธิบดี ได้เริ่มปะทะกับประชาชนฝ่ายสนับสนุนประธานาธิบดี จนเริ่มมีผู้บาดเจ็บมากมาย

ในที่สุดทหารและกองทัพ จึงต้องเข้ามายึดอำนาจประธานาธิบดี ด้วยข้ออ้างคือ เพื่อความสงบสุขของประเทศ และไม่ต้องการให้ประชาชนฆ่าฟันกันเอง

ประชาชนอียิปต์ต่างดีใจไชโยโห่ร้องกันทั่วประเทศ เมื่อประธานาธิบดีมูบารัค ต้องก้าวลงจากตำแหน่ง และภายหลังต่อมาเขาก็ถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต

แต่แล้วชาวอียิปต์ ก็ต้องหนีเสือปะจระเข้ เพราะเมื่อรัฐบาลทหารเข้ามาปกครองประเทศกลับยึดติดอำนาจไม่ยอมจัดให้มีการเลือกตั้งขึ้นตามที่เคยสัญญาไว้กับประชาชน

ทหารเข้ามารวบอำนาจ แถมเริ่มโกงกินคอรัปชั่นในโครงการต่างๆ ไม่ต่างอะไรกับสมัยอดีตประธานาธิบดีมูบารัค

และแล้วชาวอียิปต์จึงต้องออกมาประท้วงอีกครั้ง แต่คราวนี้เพื่อขับไล่รัฐบาลทหารให้ลงจากอำนาจ ทำให้มีการจราจลรุนแรงในอียิปต์ขึ้นอีกครั้ง กองทัพก็ออกมาปราบปรามประชาชน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตจากจราจลคราวนี้นับร้อยคน และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคน และก็มีการจราจลต่อต้านทหารแบบนี้อีกหลายครั้ง จนกระทั่ง

สุดท้ายรัฐบาลทหารจึงยอมจัดให้มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีเกิดขึ้น

สังเกตว่า ไม่มีชาวอียิปต์บ้าและโง่เหมือนพวกฟายแดง ที่คิดจะเอาผิดทหารด้วยการไปฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศในข้อหาทหารฆ่าประชาชน เนื่องจากชาวอียิปต์เขาฉลาดกว่าพวกฟายแดง ที่แยกแยะได้ว่า นี่คือเรื่องความวุ่นวายภายในประเทศ ไม่ควรให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมในอียิปต์

ที่สำคัญ ประชาชนอียิปต์เขาก็ออกเผาบ้านเผาเมืองในการขับไล่รัฐบาลทหารเหมือนกัน ซึ่งการเผาบ้านเมืองย่อมต้องถูกทหารเข้าปราบปรามเป็นธรรมดา

เพราะนี่คือกฏกติกาที่ชาวอียิปต์เขาเตรียมใจยอมรับอยู่แล้ว ว่า เขาสู้แลกชีวิตเพื่อประชาธิปไตย และอุดมการณ์ ไม่ใช่สู้เพื่อเงิน เหมือนไอ้พวกฟายแดงในไทย

-----------------------------

และแล้วเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผานมา ชาวอียิปต์ก็ได้ประธานาธิบดีคนใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งคือ นายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี จากพรรคภราดรภาพมุสลิม ได้เป็นประธานาธิบดีสายนิยมอิสลามคนแรกของอียิปต์ที่มาจากการเลือกตั้ง


นายโมฮัมหมัด มอร์ซี 

ก็นึกว่าประเทศชาติจะพ้นความวุ่นวาย เมื่อได้ประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว..

---------------------

แต่แล้ว เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง 

ประธานาธิบดีอียิปต์คนใหม่ที่เพิ่งจะได้มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย กลับลุแก่อำนาจ ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับตัวเอง ให้ตัวเองมีอำนาจเหนือคำสั่งศาลยุติธรรม ทำให้ประชาชนอียิปต์ต้องลุกฮือออกมาประท้วงความไม่ถูกต้อง ไม่ชอบธรรม และลุแก่อำนาจของประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งคนนี้

ชาวอียิปต์ถึงขนาดปรียบเทียบประธานาธิบดีคนนี้ว่า กำลังยกตัวเองให้มีอำนาจประหนึ่งฟาโรห์!!

แถมประธานาธิบดีที่มาจากระบอบประชาธิปไตยคนนี้ ก็ได้ริดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อ ที่ไม่ยอมเข้าข้างเขาด้วย

นั่นเพราะประธานาธิบดีอียิปต์คนนี้ มันคงคิดว่า ถ้ามันมาจากการเลือกตั้งแล้ว ก็จะทำอะไรก็ได้ ย่อมถูกต้องเสมอ และต้องอยู่เหนือระบบยุติธรรมของประเทศนี้ด้วย ซึ่งก็เหมือนไอ้เชี่ยแม้ว ทรราชหน้าเหลี่ยมของไทย ที่คิดทำแบบนี้ไม่มีผิด

แต่ที่น่าหวั่นเกรงก็คือ สถานการณ์ในอียิปต์ตอนนี้ อาจจะนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างประชาชนที่ต่อต้านประธานาธิบดี มาปะทะกับประชาชนฝ่ายสนับสนุนประธานาธบดีได้อีก เพราะประธานาธิบดีมอร์ซี่ ได้เรียกร้องให้ประชาชนฝ่ายสนับสนุนตัวเขาออกมาต่อต้านประชาชนฝ่ายที่ต่อต้านเขา

ซึ่งสถานการณ์แบบนี้ไม่ดีเลย เพราะอาจทำให้กองทัพหาข้ออ้างเข้าแทรกแซงเพื่อยุติการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนทั้งสองฝ่าย ด้วยการปฏิวัติยึดอำนาจอีกครั้ง

หากประชาชนอียิปต์ที่สนับสนุน ปธน. ฉุกคิดได้สักนิดว่า ปธน.นั้นกำลังทำในสิ่งที่ผิดอยู่ ประเทศก็คงจะไม่วุ่นวายแบบนี้ และปธน.ก็จะไม่ลุแก่อำนาจเช่นนี้ ด้วยการอ้างคำว่า มาจากการเลือกตั้งบังหน้า นั่นเอง ครับ


--------------------------

ย้อนดู เส้นทางอำนาจของอดีตประธานาธิบดีฮอสนี่ มูบารัค




ปัจจุบันมูบารัค โดนศาลชั้นต้นตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ข้อหาสั่งฆ่าประชาชน ไม่ต้องไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศแบบฟายแดงมันคิดจะทำ

------------------------

บทสรุปในบทความนี้ก็คือ

ผู้ที่มาจากการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตย ก็ไม่ได้แปลว่า เขาจะทำอะไรก็ได้ทุกอย่างตามใจชอบ หรือจะทำอะไรก็ย่อมถูกต้องไปหมดทุกอย่าง นะฟายแดงนะ จำไว้



คลิกอ่าน ย้อนดูวิกฤติยุโรป แล้วย้อนดูไทยแลนด์





1 ความคิดเห็น:

  1. เกรียงไกร16 ธันวาคม 2555 10:23

    อำนาจหอมหวนเสมอ ในประวัติศาสตร์พอเห็มมามาก ทั้งจากจีน ทั้งจากยุโรป สุดท้ายคนที่ลำบากเสมอ ในฉากประวัติศาสตร์ก็คือประชาชน ตอนนี้ประเทศไทยก็ไม่ต่าง เหมือนอยุธยาตอนใกล้แตก ครั้งที่ 2 ข้าราชการโลภ ใช้อำนาจบาตรใหญ่ ข่มเหงราษฏร ตอนนี้ก็พบเห็นได้ทั่วไป แถมสมัยนั้นก็มีพวกเปิดประตูเมืองให้พวกพม่าอีก เพื่อหวังทรัพย์สมบัติ จนพวกพม่ามาเผากรุงสำเร็จ จึงปูนบำเน็จ ให้ไอ้พวกข้าราชการขายชาติโดย เอาโซ่คล้องกับหีบสมบัติแล้วก็โยนลงแม่น้ำ ตอนนี้ ก็มีพวก ที่เผาเมืองหลวงตัวเอง เพื่อหวังทรัพย์สมบัติ จากพ่อค้าเลว ๆ คนหนึ่ง ที่บอกว่าตัวเองโดนกลั้นแกล้ง แถมยังเอาเงินภาษีของราษฎร ไปจ่าย แทนที่จะเป็นเงินของตัวเอง สาธุ ถ้าวิญญาณขุนรองปลัดชู วีรชนผู้กล้าที่นำ ผู้รักชาติ 400 คนไปหยุดทัพพม่าเรือนแสน โดยที่ไอ้พวกข้าราชการขายชาติไม่เคยแม้จะส่งดาบสับเล่มมาช่วย และในยุคนี้ พวกขายชาติขายศักดิ์ศรี เพื่อแลกเงินคนชั่ว ขออย่าให้คนขายชาติพวกนั้นมาเกิดเป็นคนไทย อีก และให้พวกมันไม่มีพื้นแผ่นดินอยู่ เถอะ

    ตอบลบ

ร่วมฮาแม้วจรจัด!! ถ้าไม่ชอบก็ผ่านไป ถ้าชอบใจก็ขอเสียงเชียร์ และขออภัยหากทำให้พวกคาราบาวแดงกระอัก ^^